อย่าตบ "แมลงหวี่ขน" ซ่อนอันตรายที่คาดไม่ถึง หมอยกเคสเตือผู้ป่วยต้องควักลูกตา!

อย่าตบ "แมลงหวี่ขน" ซ่อนอันตรายที่คาดไม่ถึง หมอยกเคสเตือผู้ป่วยต้องควักลูกตา!

อย่าตบ "แมลงหวี่ขน" ซ่อนอันตรายที่คาดไม่ถึง หมอยกเคสเตือผู้ป่วยต้องควักลูกตา!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าตบ "แมลงหวี่ขน" แมลงน่ารำคาญที่หลายบ้านเจอในห้องน้ำ ซ่อนอันตรายที่คาดไม่ถึง หมอยกเคสเตือผู้ป่วยต้องควักลูกตา!

หลายคนมักพบแมลงตัวเล็กสีดำที่เรียกว่า "แมลงหวี่ขน" ตามห้องครัวหรือห้องน้ำ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แมลงชนิดนี้ก็ได้เผยให้เห็นถึงความร้ายกาจที่น่าสะพรึงกลัวในหลายๆ เหตุการณ์ โดยมีชายชาวจีนคนหนึ่งเห็นแมลงหวี่ขนเกาะอยู่จึงใช้มือตบให้ตาย จากนั้นใช้มือข้างเดียวกันขยี้ตาซ้าย ส่งผลให้ดวงตาติดเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas aeruginosa (ชูโดโมแนส แอร์รูจิโนซา) จนแพทย์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง ผ่าตัดควักลูกตาซ้ายของชายคนดังกล่าวออก

ตบแมลงหวี่ขนแล้วสัมผัสตา ผลลัพธ์จะรุนแรงแค่ไหน?

อ้างอิงรายงานจากสื่อจีน Nanjing Daily ชายแซ่อู๋ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เนื่องจากมีแมลงหวี่ขนมาเกาะอยู่ใต้เปลือกตาซ้าย เขาจึงใช้มือตบมันตามสัญชาตญาณแล้วขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว คาดไม่ถึงว่าเพียงไม่กี่วันจะกระตุ้นให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง จากการวินิจฉัยของแพทย์ นายอู๋ไม่เพียงแต่ป่วยเป็นโรคเยื่อบุตาอักเสบตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังถูกเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas aeruginosa คุกคาม จนเนื้อเยื่อรอบดวงตาเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว และท้ายที่สุดต้องจำใจควักลูกตาซ้ายทิ้งเพื่อรักษาชีวิต

จักษุแพทย์ชี้ว่า ดวงตาของเราเปรียบเสมือน "แหล่งเพาะเชื้อ" ตามธรรมชาติของแบคทีเรียอยู่แล้ว ในขณะที่ร่างกายของแมลงหวี่ขนเต็มไปด้วยเชื้อโรค การใช้มือเปล่าบี้ซากแมลงแล้วขยี้ตา ก็เท่ากับการส่งเชื้อโรคอันตรายเข้าสู่ส่วนลึกของลูกตาโดยตรง

แมลงหวี่ขนคุกคามทางเดินอาหารอย่างไร?

นอกจากการบาดเจ็บที่ดวงตาแล้ว ภัยคุกคามจากการติดเชื้อปรสิตในทางเดินอาหารที่เกิดจากแมลงหวี่ขนก็น่ากลัวไม่แพ้กัน เด็กหญิงวัย 8 ขวบในเมืองหยางโจวเคยอาเจียนออกมาเป็นตัวหนอนที่มีชีวิตซ้ำๆ นานกว่าหนึ่งเดือน โดยอาเจียนครั้งละ 1 ถึง 5 ตัว แม้จะไปรักษามาหลายโรงพยาบาลและทานยาถ่ายพยาธิทั่วไปก็ไม่หายขาด ทว่าสุดท้ายหลังจากการวินิจฉัยร่วมกันจากหลายแผนกและการตรวจสอบตัวแมลง จึงได้รับการยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อในทางเดินอาหารที่เกิดจาก "ตัวอ่อนแมลงหวี่ขน"

จากการวิเคราะห์ทางระบาดวิทยาพบว่า ละอองน้ำจากการกดชักโครกและการล้างหน้าแปรงฟันในชีวิตประจำวัน ได้พ่นตัวอ่อนที่ซ่อนอยู่ภายในท่อน้ำขึ้นมาเกาะติดอยู่บนแปรงสีฟันและแก้วน้ำ เด็กๆ เผลอกลืนกินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว จึงนำไปสู่ฝันร้ายของการติดปรสิตที่สลัดไม่หลุดนี้

แมลงหวี่ขนมักปรากฏตัวที่ไหน?

สาเหตุที่แมลงหวี่ขนมีความอันตรายสูงมากเช่นนี้ เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สกปรกอย่างยิ่ง "แมลงหวี่ขนลาย" ที่พบได้บ่อยตามบ้านเรือน ร่างกายปกคลุมไปด้วยหนามขนาดเล็กและขนกันน้ำหนาแน่น ซึ่งง่ายมากที่จะปนเปื้อนโคลน อุจจาระ และเชื้อโรคอันตรายอย่างซาลโมเนลลา (Salmonella) ในท่อน้ำทิ้ง รังแค ไขมัน และสารอินทรีย์ที่เน่าเปื่อยซึ่งสะสมอยู่ตามผนังด้านในของท่อระบายน้ำในห้องน้ำ อ่างล้างหน้า และอ่างล้างจานในห้องครัว ล้วนเป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่ไม่มีวันหมดสิ้นสำหรับตัวอ่อนของมัน ประกอบกับความเร็วในการแพร่พันธุ์ที่น่าทึ่ง ต่อให้มันไม่บินมาจากภายนอก มันก็สามารถขยายพันธุ์อย่างบ้าคลั่งภายในระบบท่อปิดได้ สมกับฉายา "พาหนะนำเชื้อโรคธรรมชาติ" ที่บินได้

ควรทำอย่างไรเมื่อพบแมลงหวี่ขน?

เผชิญหน้ากับวิกฤตแมลงหวี่ขนที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เมื่อเห็นตัวแมลง "ห้ามตบ ห้ามขยี้ตา" เป็นอันขาด หากแมลงบินเข้าตาโดยไม่ตั้งใจ ควรใช้น้ำเกลือล้างแผลหรือน้ำต้มสุกที่สะอาดและเย็นชำระล้างอย่างอ่อนโยน หากตัวแมลงติดอยู่บนกระจกตา ห้ามแคะแกะเกาด้วยตัวเองเด็ดขาด และต้องรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดแมลงเน้นย้ำว่า การฉีดยาฆ่าแมลงเพียงอย่างเดียวสามารถกำจัดได้เฉพาะแมลงตัวเต็มวัยที่มองเห็นด้วยตาเปล่าเท่านั้น มีเพียงการปฏิบัติจริงตามกลยุทธ์ 3 ขั้นตอนคือ "เคลียร์แหล่งเพาะพันธุ์, กำจัดไข่, และปิดกั้นสภาพแวดล้อม" ขัดล้างคราบสกปรกในท่อน้ำเป็นประจำ พร้อมทั้งรักษาฝาปิดท่อระบายน้ำให้มิดชิดหรือใช้ระบบท่อดักกลิ่น จึงจะสามารถตัดวงจรการระบาดจากต้นตอ และปกป้องสุขภาพของทุกคนในครอบครัวได้อย่างแท้จริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล