ไม่ได้มีดีแค่หวานฉ่ำ "แตงโม" ผลไม้ราคาเบาๆ แต่เตือน "3 กลุ่มนี้" ห้ามกินเยอะ

ไม่ได้มีดีแค่หวานฉ่ำ "แตงโม" ผลไม้ราคาเบาๆ แต่เตือน "3 กลุ่มนี้" ห้ามกินเยอะ

ไม่ได้มีดีแค่หวานฉ่ำ "แตงโม" ผลไม้ราคาเบาๆ แต่เตือน "3 กลุ่มนี้" ห้ามกินเยอะ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แตงโม น้ำเยอะเกิน 90%! ช่วยต้านอนุมูลอิสระ-บำรุงสายตา นักโภชนาการเตือน 3 กลุ่มไม่ควรกินเยอะ

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว ผลไม้ลูกโตทรงกลมอย่าง "แตงโม" มักกลายเป็นพระเอกยอดฮิตบนแผงผลไม้เสมอ หลายคนนึกถึงแตงโมในฐานะผลไม้ฉ่ำน้ำ รสหวานเจี๊ยบ และช่วยคลายร้อนได้ดีเยี่ยม

ซึ่งแท้จริงแล้วชื่อภาษาอังกฤษอย่าง Watermelon ก็บอกสรรพคุณในตัวเองได้อย่างชัดเจน เพราะเนื้อแตงโมมีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงเกินกว่า 90% ถือเป็นตัวช่วยเติมน้ำให้ร่างกายจากธรรมชาติชั้นดี แถมยังอุดมไปด้วยไลโคปีน, เบต้าแคโรทีน, ซิสทรูลีน, โพแทสเซียม และแมกนีเซียม อีกด้วย

ประโยชน์ของแตงโม ไม่ใช่แค่ดับกระหาย

นักโภชนาการระบุว่า แตงโมมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าที่หลายคนคิด ดังนี้:

  • เติมน้ำให้ร่างกาย: เหมาะมากสำหรับผู้ที่เสียเหงื่อมาก คอแห้ง หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในฤดูร้อน การทานแตงโมสดให้วิตามินและแร่ธาตุธรรมชาติ ดีกว่าการดื่มน้ำหวานหรือเครื่องดื่มเติมน้ำตาล
  • ต้านอนุมูลอิสระ (แตงโมเนื้อสีแดง): แตงโมเนื้อสีแดงมี "ไลโคปีน" สูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด เหมาะสำหรับคนทำงานหนัก นอนดึก หรือมีความเครียดสะสม
  • บำรุงสายตาและผิวพรรณ (แตงโมเนื้อสีเหลือง): มี "เบต้าแคโรทีน" สูง ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย ช่วยบำรุงสายตาและดูแลสุขภาพเยื่อบุผิว เหมาะกับพนักงานออฟฟิศและนักเรียนที่ต้องจ้องหน้าจอนานๆ
  • ช่วยการไหลเวียนโลหิต: มีกรดอะมิโน "ซิสทรูลีน" (Citrulline) ที่ช่วยขยายหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกายได้

iStockphoto

เช็กด่วน! 3 กลุ่มที่ไม่ควรทานแตงโมปริมาณมากเกินไป

แม้แตงโมจะมีแคลอรีต่ำ (100 กรัม ให้พลังงานเพียง 30 กว่าแคลอรี) แต่เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลธรรมชาติ จึงต้องระมัดระวังปริมาณในการรับประทาน โดยเฉพาะ 3 กลุ่มนี้:

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน / ผู้ที่ควบคุมน้ำตาล: แนะนำให้ทานไม่เกิน 1–2 ส่วนต่อวัน (ประมาณ 200–400 กรัม) และควรปรับลดปริมาณแป้งหรือของหวานอื่นในวันนั้นลง หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำแตงโมปั่นเพราะร่างกายจะดูดซึมน้ำตาลได้ไวเกินไป
  2. ผู้ที่มีลำไส้แปรปรวน / ท้องอืดง่าย / ท้องเสียบ่อย: แตงโมมีน้ำตาลฟรุกโตส หากทานในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดแก๊ส ท้องอืด หรือถ่ายท้องได้ง่าย
  3. ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องจำกัดน้ำ: แม้แตงโมจะเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ (ประมาณ 120 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม) แต่ผู้ป่วยที่ต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่ม จะต้องคำนวณน้ำหนักของแตงโมรวมเข้ากับปริมาณน้ำที่รับประทานในแต่ละวันด้วย

ข้อควรระวัง: ไม่ควรทานแทนข้าว และหลีกเลี่ยงการทานก่อนนอน

แพทย์แผนจีนเทียบแตงโมเป็น "เฉาก๊วยธรรมชาติ" หรือยาดับร้อนที่มีฤทธิ์เย็น จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีร่างกายเย็นหรือท้องเสียเคืองง่ายนอกจากนี้ ไม่แนะนำให้ทานแตงโมปริมาณมากก่อนนอน เพราะน้ำและฤทธิ์ขับปัสสาวะของแตงโมจะทำให้ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนอนหลับได้

4 เทคนิคง่ายๆ ในการเลือกแตงโมให้อร่อย

  1. เปลือกสมบูรณ์ มีความเงางาม
  2. ไม่มีรอยแตกร้าว รอยบุบ หรือรอยช้ำ
  3. ลวดลายบนเปลือกชัดเจน ขนาดลูกสม่ำเสมอ
  4. เมื่อใช้มือกดหรือเคาะเบาๆ จะมีเสียงแน่นดังกังวาน "ตึงๆ" และรู้สึกถึงการสั่นสะเทือน แสดงว่าเนื้อแน่นและฉ่ำน้ำ

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล