เปิดนาที "นร.อิตาลี" ไหว้ขอโทษเรียงตัว หญิงผู้เสียหายบน BTS ตร.สั่งปรับ จบดราม่า

เปิดนาที "นร.อิตาลี" ไหว้ขอโทษเรียงตัว หญิงผู้เสียหายบน BTS ตร.สั่งปรับ จบดราม่า

เปิดนาที "นร.อิตาลี" ไหว้ขอโทษเรียงตัว หญิงผู้เสียหายบน BTS ตร.สั่งปรับ จบดราม่า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บทสรุปดราม่าบนรถไฟฟ้าบีทีเอส กลุ่มนักเรียนอิตาลีขึ้นโรงพัก ยกมือไหว้ขอโทษ “ซูกัส” ตำรวจเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย

เหตุโต้เถียงระหว่างผู้โดยสารชาวไทยกับกลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ล่าสุดได้ข้อยุติแล้ว หลังทั้งสองฝ่ายกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งที่สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่

กลุ่มนักเรียนพร้อมผู้ดูแลได้กล่าวขอโทษและยอมรับว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้เสียหายและครอบครัวยอมรับคำขอโทษ พร้อมขอให้สังคมหยุดคุกคามเยาวชนกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ทุกฝ่ายนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเป็นบทเรียน

นักเรียนอิตาลีเข้าพบผู้เสียหายที่ สน.สำเหร่

ความคืบหน้าเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 หลัง “ซูกัส” ผู้เสียหายจากเหตุการณ์บนรถไฟฟ้าบีทีเอส เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สำเหร่ เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้เชิญกลุ่มนักเรียนชาวอิตาลี ผู้ดูแล และล่ามภาษา เข้าพบผู้เสียหายเพื่อพูดคุยและปรับความเข้าใจในเวลาประมาณ 22.30 น. โดยการเจรจาใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

ระหว่างการพูดคุย กลุ่มนักเรียนและผู้ดูแลได้ยกมือไหว้ กล่าวแสดงความเสียใจ และยอมรับว่าการแสดงออกในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เหมาะสม ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงยุติข้อพิพาทและไม่ติดใจดำเนินคดีต่อกันเพิ่มเติม

ตกลงลบภาพและคลิปที่บันทึกไว้

นอกจากการกล่าวขอโทษแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังตกลงลบภาพและคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ รวมถึงเนื้อหาที่นำไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อยุติความขัดแย้งและลดผลกระทบที่จะตามมา

ผู้ดูแลคณะนักเรียนกล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าคณะนักเรียนเคารพวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศไทย ทุกคนที่เกี่ยวข้องสำนึกต่อการกระทำของตนเอง และจะนำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

“ซูกัส” ยอมรับคำขอโทษ ขอให้เรื่องจบลง

ด้านซูกัสระบุว่า สัมผัสได้ถึงความจริงใจและความสำนึกผิดของอีกฝ่าย จึงเห็นว่าผู้ที่ยอมรับความผิดและกล่าวขอโทษควรได้รับโอกาส พร้อมย้ำว่า จุดประสงค์ของการแจ้งความคือการปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของตนเอง

ผู้เสียหายยังต้องการให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนประเทศไทยตระหนักถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งทำความเข้าใจวัฒนธรรมและมารยาทในการใช้พื้นที่สาธารณะ ก่อนยืนยันว่าต้องการให้เหตุการณ์ทั้งหมดสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้

ครอบครัววอนสังคมหยุดคุกคามเยาวชน

นายประพัทธ์ บิดาของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ระหว่างการเจรจาได้อธิบายเรื่องวัฒนธรรมและมารยาทของคนไทยให้อีกฝ่ายเข้าใจ พร้อมขอบคุณประชาชนที่ส่งกำลังใจให้ครอบครัวตลอดช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวขอความร่วมมือจากสังคมให้ยุติการคุกคาม ต่อว่า หรือติดตามกดดันคณะนักเรียนชาวอิตาลี เนื่องจากทุกคนได้ออกมายอมรับผิดและแสดงความเสียใจแล้ว อีกทั้งคณะนักเรียนยังมีกำหนดเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศไทยต่ออีกหลายวัน

ตำรวจแจ้งข้อหาและเปรียบเทียบปรับ

ในส่วนของการดำเนินคดี พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “ดูหมิ่นซึ่งหน้า” กับผู้ถูกกล่าวหา 5 คน และเปรียบเทียบปรับคนละ 1,000 บาท

ส่วนผู้ที่ปรากฏในคลิปขณะแสดงสัญลักษณ์ชูนิ้วกลาง ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐาน “กระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล” รวมเป็น 2 ข้อหา และถูกเปรียบเทียบปรับรวม 2,000 บาท ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

บทสรุปเหตุพิพาทบนบีทีเอส

จากเหตุโต้เถียงบนรถไฟฟ้าที่ลุกลามเป็นกระแสระดับสังคม สุดท้ายทั้งสองฝ่ายสามารถกลับมาพูดคุยกันโดยตรง กลุ่มนักเรียนยอมรับผิดและกล่าวขอโทษ ขณะที่ผู้เสียหายเลือกให้อภัยหลังได้รับการปกป้องสิทธิตามกระบวนการกฎหมาย

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นบทเรียนเรื่องการเคารพกติกาและมารยาทในพื้นที่สาธารณะเท่านั้น แต่ยังสะท้อนว่า เมื่อผู้เกี่ยวข้องยอมรับผิดและข้อพิพาทได้ข้อยุติแล้ว สังคมควรหลีกเลี่ยงการคุกคามหรือเผยแพร่ข้อมูลของเยาวชนซ้ำ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายเกินกว่าขอบเขตของเหตุการณ์เดิม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล