5 อาหารล้างพิษ "ต้านมะเร็งตับ" บำรุงชั้นดี-ช่วยลดเอนไซม์ ในราคาสุดประหยัด!

5 อาหารล้างพิษ "ต้านมะเร็งตับ" บำรุงชั้นดี-ช่วยลดเอนไซม์ ในราคาสุดประหยัด!

5 อาหารล้างพิษ "ต้านมะเร็งตับ" บำรุงชั้นดี-ช่วยลดเอนไซม์ ในราคาสุดประหยัด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เผย 5 "ศัตรูตัวฉกาจ" ของมะเร็งตับ: วัตถุดิบใกล้ตัว หาง่ายตามตลาดไทย ช่วยบำรุงตับป้องกันโรคร้าย

หากต้องการป้องมะเร็งตับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวันถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

โรคมะเร็งตับเกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเนื้อเยื่อจนกลายเป็นก้อนเนื้อ โดยมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิจะเริ่มพัฒนามาจากเซลล์ของตับโดยตรง ขณะที่ชนิดทุติยภูมิ (การแพร่กระจาย) เกิดจากการที่เซลล์มะเร็งจากอวัยวะอื่นแพร่กระจายมายังตับ

อาหารที่เราทานทุกวันมีบทบาทอย่างมากต่อสุขภาพตับ มันสามารถเป็นได้ทั้งเกราะป้องกันโรคร้าย หรือเป็นตัวกระตุ้นนำพาโรคมะเร็งตับมาสู่ร่างกาย หากคุณต้องการให้โรคมะเร็งตับอยู่ห่างไกล นี่คือ 5 อาหารใกล้ตัว หาง่าย ราคาไม่แพง ที่พบได้ทั่วไปตามท้องตลาด

1. ข้าวโพด

ข้าวโพดไม่ได้เป็นเพียงอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรต่อสุขภาพตับอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทานข้าวโพดช่วยป้องกันและร่วมบรรเทาภาวะ ไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่พัฒนาไปสู่การอักเสบและมะเร็งตับ

ดร. แมทธิส เฮดท์แมนน์ (Mathis Heydtmann) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับจากสหราชอาณาจักร อธิบายว่า ข้าวโพดมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย นอกจากนี้ ข้าวโพด ยังอุดมไปด้วยใยอาหารที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ช่วยเสริมการขับถ่ายและขับสารพิษออกจากตับ สารแคโรทีนอยด์ในข้าวโพดก็ยังมีส่วนช่วยบำรุงเซลล์ตับให้แข็งแรงอีกด้วย

2. คาวตอง (ผักพลูคาว)

ในทางแพทย์แผนโบราณ ผักคาวตองมีฤทธิ์เย็น รสเปรี้ยวเล็กน้อย และมีกลิ่นคาวคล้ายก้างปลา นิยมนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรพื้นบ้าน ส่วนในทางแพทย์แผนปัจจุบัน ผักคาวตองมีสาร Decanoyl-acetaldehyde ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย พร้อมด้วยวิตามินเอ, บี, แคลเซียม, โปรตีน, ไฟเบอร์, เหล็ก และโพแทสเซียม ที่ช่วยบำรุงตับและลดความเสี่ยงมะเร็งตับ

นพ. กัวเผิง (Guo Peng) หัวหน้าแผนกโรคตับและถุงน้ำดี โรงพยาบาลซีหยวน สถาบันการแพทย์แผนจีนแห่งประเทศจีน ระบุว่า ผักคาวตองอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเลือดและลดไขมันพอกตับ พร้อมทั้งช่วยขับพิษและล้างตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยดับร้อน ลดอาการ "ตับร้อน" และขับปัสสาวะ ทำให้การขับสารพิษออกจากตับทำงานได้ดียิ่งขึ้น

3. นมและโยเกิร์ต

การดื่มนมและทานโยเกิร์ตเป็นประจำมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งตับ และช่วยฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยโรคตับให้ดีขึ้น

สำหรับผู้ที่มีเอนไซม์ตับสูงหรือมีภาวะไขมันพอกตับ โยเกิร์ตถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญในการลดระดับเอนไซม์ตับ นพ. กัวเผิง วิเคราะห์ว่า โยเกิร์ตมีสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการขับพิษของตับ โดยเฉพาะความสามารถในการลดภาวะดื้ออินซูลิน ชะลอการสะสมของไขมันในเลือด ต้านการอักเสบ และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

4. แครอท

ดร. วาแคส กาบา (Waqas Gaba) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและโรคตับ จากโรงพยาบาล สไปร์ ฟีลด์ โคสต์ (สหราชอาณาจักร) เผยว่า งานวิจัยทางคลินิกหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การได้รับ วิตามินเอ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิตามินเอมีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งในตับและช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งแครอทเป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินเอนี้อย่างมหาศาล

นอกจากนี้ แครอทยังมีเบต้าแคโรทีนและฟลาโวนอยด์จากพืช ซึ่งช่วยสนับสนุนการทำงานของตับและป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าทำลายเซลล์ตับ วิธีทานแครอทที่ดีที่สุดต่อตับคือการนำมาคั้นเป็นน้ำแครอทสด (โดยไม่เติมน้ำตาลหรือเกลือเพิ่ม) และไม่ควรดื่มมากเกินไปจนเกิดภาวะผิวเหลือง

5. ผักโขม, ปวยเล้ง

ผักใบเขียวเข้มชนิดนี้อุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น วิตามินซี, วิตามินเค, แคโรทีนอยด์ และแร่ธาตุต่างๆ ผักโขมไม่เพียงแต่เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ ไนเตรต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม เท่านั้น แต่ยังช่วยล้างสารพิษ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และบำรุงตับได้อย่างยอดเยี่ยม

การรับประทานผักโขมเป็นประจำ หรือการดื่มน้ำคั้นผักโขมสด ช่วยขับสารพิษ ลดไขมันพอกตับ ฟื้นฟูฟังก์ชันการทำงานของตับ และต้านการอักเสบ ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผักโขมมีคลอโรฟิลล์สูง ซึ่งช่วยให้ตับเป็นกลางต่อสารพิษและโลหะหนัก

ในมุมมองของแพทย์แผนจีน นพ. กัวเผิง เสริมว่า ผักโขมเปรียบเสมือนยาสมุนไพรธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของพลังลมปราณตับ สลายการอุดตัน ลดความร้อนในตับ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ตับแข็งแรง

ข้อควรรู้อื่นๆ ในการดูแลตับ

นอกเหนือจากการรับประทานอาหารบำรุงตับแล้ว การหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายตับ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อป้องกันโรคมะเร็งตับ ควรหลีกเลี่ยง:

  • อาหารที่มีเชื้อราขึ้น (เสี่ยงสารอะฟลาท็อกซิน)

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

  • ลดการบริโภคผักดองหรืออาหารหมักดอง

  • ควบคุมปริมาณโซเดียม (เกลือ) และลดอาหารไขมันสูง

ควบคู่ไปกับการหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดให้พอดี และรักษาจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้จะช่วยปกป้องตับของคุณให้แข็งแรงในระยะยาว

 

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล