ไข 3 ปริศนา "โรงเรียนอีตัน" ที่เจ้าชายจอร์จกำลังจะเข้า! ทำไมเศรษฐีมีเงินกองโตก็ยังเข้าไม่ได้?
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ถ่ายทอดวิถีเอลีท! ทำไม "Eton College" โรงเรียนทรงเลี้ยงเจ้าชายจอร์จ ถึงได้ชื่อว่าเข้ายากที่สุดในโลก?
ไขปริศนา "โรงเรียนอีตัน" ที่เจ้าชายจอร์จกำลังจะเข้าเรียน! ทำไมมหาเศรษฐีหอบเงินกองโตก็ยังเข้าไม่ได้? เจาะ 3 อุปสรรคสุดหิน
เจ้าชายวิลเลียม (Prince William) และเจ้าหญิงเคท (Kate Middleton) แห่งราชวงศ์อังกฤษ มีพระโอรสและพระธิดารวม 3 พระองค์ โดยในปีนี้ เจ้าชายจอร์จ (Prince George) พระโอรสองค์โตซึ่งจะมีพระชันษาครบ 13 ปี เตรียมจะเสด็จไปเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนประจำชายล้วนระดับท็อปของอังกฤษอย่าง วิทยาลัยอีตัน (Eton College) ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเจริญรอยตามรอยพระบาทของพระบิดา
ในหลายประเทศ รวมทั้งในไทย มหาเศรษฐีและครอบครัวระดับไฮเอนด์มักจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อส่งบุตรหลานเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังหรือโรงเรียนนานาชาติ ทว่าสำหรับโรงเรียนตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปีแห่งนี้ การมีเงินกองโตไม่ใช่ตั๋วผ่านทางที่จะเดินเข้าเรียนได้ง่าย ๆ คำถามคือ วิทยาลัยอีตันเข้ายากขนาดไหน? ทำไมแม้แต่ระดับมหาเศรษฐีก็อาจต้องผิดหวังกลับไป? นี่คือ 3 อุปสรรคสุดหิน ที่สถาบันแห่งนี้ท้าทายผู้สมัครจากทั่วโลก
อุปสรรคที่ 1: วางแผนช้าคือจบ! ต้องสมัครตั้งแต่อายุ 10 ขวบ
โรงเรียนนานาชาติระบบอเมริกันหรือโรงเรียนเอกชนทั่วไปมักจะมีความยืดหยุ่น ย้ายเข้าเรียนในช่วงมัธยมต้นหรือมัธยมปลายก็ยังทัน แต่ระบบสร้างผู้นำแบบสไตล์อังกฤษของอีตันนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
วิทยาลัยอีตันรับนักเรียนชายอายุระหว่าง 13–18 ปี รวมทั้งสิ้นเพียงประมาณ 1,400 คน โดยจะเริ่มเข้าเรียนอย่างเป็นทางการเมื่ออายุ 13 ปี (เกรด 9) แต่ ผู้สมัครทุกคนจะต้องลงทะเบียนให้เสร็จสิ้นตั้งแต่อายุ 10 ขวบ (หรือก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนของชั้นประถมศึกษาปีที่ 5)
พอน้อง ๆ อายุครบ 11 ขวบ ก็ต้องเจอกับการคัดออกรอบแรกผ่านการสอบคัดเลือก **ISEB Pre-Test** ซึ่งเน้นทดสอบตรรกะ มิติสัมพันธ์ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล ทำให้ครอบครัวต่างชาติที่พึ่งคิดจะส่งลูกเรียนต่อตอนโตมักจะพลาดโอกาสทองนี้ไปเพราะ "ติดปัญหาเรื่องข้อมูล" จนหมดสิทธิ์เข้าเรียนไปอย่างน่าเสียดาย
อุปสรรคที่ 2: มีเงินอย่างเดียวไม่พอ "ชาติสระกูล-กิริยามารยาท" ต้องได้ด้วย
ค่าเรียนและค่าหอพักของอีตันตกอยู่ที่ประมาณ 63,000 ปอนด์ต่อปี (ราว 2.8 ล้านบาท) แต่นี่เป็นเพียงแค่ "ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน" เท่านั้น ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1440 โรงเรียนแห่งนี้ให้ความสำคัญกับค่านิยมและการอบรมสั่งสอนของครอบครัวว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับสถาบันหรือไม่
หลังจากผ่านข้อเขียน เด็ก ๆ จะต้องเดินทางไปสอบสัมภาษณ์และทดสอบจิตวิทยาภายใต้สภาวะกดดัน กรรมการไม่ได้สนใจว่าเด็กจะใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงแค่ไหน แต่มองไปถึง วาทศิลป์ ความมีวินัยในตนเอง และสปิริตความเป็นสุภาพบุรุษเมื่อต้องเผชิญกับความล้มเหลว หากเป็นลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่หวาย ก็ยากที่จะปรับตัวในสังคมที่เน้นระเบียบวินัยและการทำงานเป็นทีมได้
นอกจากนี้ หากมีประวัติครอบครัวที่โดดเด่น เช่น เป็นราชวงศ์อังกฤษ หรือมีหนังสือแนะนำตัวจากศิษย์เก่าระดับผู้นำประเทศ ก็จะได้คะแนนบวกเพิ่มมหาศาล ซึ่งบารมีสายสัมพันธ์ระดับหลายร้อยปีเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่นักธุรกิจรุ่นใหม่จะใช้เงินซื้อได้ในระยะเวลาอันสั้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ อีตันได้พยายามสร้างความหลากหลายและเปิดโอกาสให้คนทั่วไปมากขึ้น ผ่านทุนการศึกษาอย่าง New Foundation Scholarship ซึ่งมอบทุนเรียนฟรีสูงสุด 100% ให้แก่เด็กนักเรียนสมองดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นั่นหมายความว่าเด็กไทยที่มีศักยภาพทางวิชาการโดดเด่นและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ก็มีโอกาสใช้ความสามารถคว้าตั๋วเข้าเรียนได้เช่นกัน
อุปสรรคที่ 3: ระบบโรงเรียนประจำสุดเข้มงวด ต้องสวมชุดโค้ทหางกวาง (Tailcoat) เรียนทุกวัน
อุปสรรคสุดท้ายคือการปรับตัวกับสไตล์ชีวิตแบบ Full Boarding (โรงเรียนประจำเต็มรูปแบบ) แม้ปัจจุบันจะผ่อนปรนให้กลับบ้านได้บ้างทุก ๆ 2–3 สัปดาห์ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในรั้วโรงเรียนเป็นหลัก
นักเรียนทุกคนในอีตันจะต้องสวมชุดสูทสไตล์ชุดโค้ทหางกวางสีดำ (Tailcoat) ยามเข้าเรียน และต้องปฏิบัติตามระบบการปกครองของรุ่นพี่รุ่นน้องอย่างเคร่งครัด เจ้าชายแฮร์รี (Prince Harry) เคยเปิดเผยภาพห้องพักในหอพักอีตัน ซึ่งแม้แต่ละคนจะมีห้องส่วนตัวที่ตกแต่งได้ตามใจชอบ แต่การดำเนินชีวิตประจำวันทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดมาก
สถาบันปั้นผู้นำระดับโลก: ศิษย์เก่าดีกรีนายกรัฐมนตรี 20 คน-ดาราฮอลลีวูด
เหตุผลที่เหล่าเอลีททั่วโลกใฝ่ฝันอยากส่งลูกมาเรียนที่นี่ เพราะเด็กที่จบจากอีตันไม่ใช่แค่ "ลูกคุณหนู" ไร้ความสามารถ โดยในแต่ละปีมีนักเรียนจบการศึกษาประมาณ 250 คน และในจำนวนนี้ถึง 20% - 25% สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับท็อปอย่าง ออกซฟอร์ด (Oxford) และ เคมบริดจ์ (Cambridge) ได้สำเร็จ รวมถึงยังมีสถิติสูงถึง 90% ที่เข้าศึกษาต่อใน 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก
รายนามศิษย์เก่าระดับตำนานของอีตัน มีตั้งแต่นายกรัฐมนตรีอังกฤษถึง 20 คน, จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อก้องโลก, จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) ผู้แต่งหนังสือ 1984, กวีชื่อดัง เพอร์ซี บิช เชลลีย์ (Percy Bysshe Shelley) ไปจนถึงดาราฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) และ เอ็ดดี เรดเมย์น (Eddie Redmayne)
ที่น่าสนใจคือ เจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง เอ็ดดี เรดเมย์น เป็นเพื่อนร่วมรุ่นและเป็นนักกีฬาจักรรักบี้ทีมเดียวกับเจ้าชายวิลเลียม โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ติดฮาไว้ว่า "ตอนนั้นผมสงสารวิลเลียมมากครับ เพราะไม่ว่าพวกเราจะไปแข่งกับโรงเรียนไหน ฝ่ายตรงข้ามก็จ้องแต่จะพุ่งชนพุ่งล้ม 'ว่าที่กษัตริย์' ลงไปกองกับพื้นให้ได้ เพื่อจะได้กลับไปอวดคนที่บ้าน!"
สรุป: โรงเรียนอีตันไม่ใช่แค่เรื่องของ "ความรวย" แต่คือการสอบคัดเลือกที่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังบุคลิกภาพ สติปัญญา และความพร้อมในการใช้ชีวิตในระบบโรงเรียนประจำแบบอังกฤษโบราณอย่างแท้จริง
- รู้หรือไม่? ในบ้านเคมบริดจ์ "วิลเลียม-เคท" มีกฎเหล็ก 1 ข้อ เจ้าชาย-เจ้าหญิงน้อย ต้องไม่ฝ่าฝืน!
- เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ "เด็กที่รวยสุดในโลก" สื่อเปิดมูลค่าทรัพย์สิน และมรดกที่คาดว่าจะได้รับ!
- เปิดขุมทรัพย์ "เจ้าชายวิลเลียม" ปีนี้รับเละ 1,000 ล้าน!!! ที่มาเงินคือ "สิ่งนี้" ไม่ใช่ภาษีปชช.

อัลบั้มภาพ 50 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



