ดื่มกาแฟแล้วฉี่บ่อยทำ "หน้าแก่" จากการเสียน้ำจริงไหม? หมอแนะดื่มยังไงผิวสวยไม่เหี่ยว!

อากาศร้อนยังดื่มกาแฟปริมาณเท่าเดิมได้ไหม? คาเฟอีนทำร่างกายขับปัสสาวะ ทำผิวขาดน้ำและหน้าแก่จริงหรือไม่
อากาศร้อนกับกาแฟเย็นอาจเป็นคู่โปรดของใครหลายคน แต่ก็มักมีคำเตือนตามมาว่า คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ หากดื่มกาแฟในวันที่อุณหภูมิสูง อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ผิวแห้ง หรือดูแก่เร็วกว่าปกติ
ความจริงแล้ว คนที่มีสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่ยังสามารถดื่มกาแฟในช่วงอากาศร้อนได้ หากดื่มในปริมาณเหมาะสมและได้รับน้ำเพียงพอตลอดทั้งวัน ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่กาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูทั้งปริมาณคาเฟอีน สภาพอากาศ เหงื่อที่สูญเสีย และพฤติกรรมการดื่มน้ำร่วมกัน

กาแฟทำให้ร่างกายขาดน้ำจริงหรือไม่?
คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จึงอาจทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้รับคาเฟอีนปริมาณมากในคราวเดียว หรือในผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
อย่างไรก็ตาม Mayo Clinic ระบุว่า งานวิจัยส่วนใหญ่พบว่า น้ำที่อยู่ในเครื่องดื่มคาเฟอีนสามารถชดเชยฤทธิ์ขับปัสสาวะจากคาเฟอีนในระดับทั่วไปได้ การดื่มกาแฟในปริมาณพอเหมาะจึงไม่ได้ทำให้คนส่วนใหญ่ขาดน้ำอย่างมีนัยสำคัญโดยอัตโนมัติ
กล่าวอีกอย่างคือ กาแฟสามารถนับเป็นส่วนหนึ่งของของเหลวที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันได้ แต่ไม่ควรใช้กาแฟแทนน้ำเปล่าทั้งหมด โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด ออกกำลังกาย หรือมีเหงื่อออกมาก
ดื่มกาแฟแล้วขับน้ำมากขึ้น ทำให้หน้าแก่ไหม?
การดื่มกาแฟไม่ได้ทำให้ใบหน้าแก่หรือเกิดริ้วรอยถาวรโดยตรง หากดื่มในปริมาณพอเหมาะและร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ เพราะโดยทั่วไปน้ำในกาแฟยังมีส่วนช่วยเติมของเหลวให้ร่างกายได้
แต่หากร่างกายขาดน้ำจริงจากการดื่มน้ำน้อย อากาศร้อน หรือเสียเหงื่อมาก ผิวอาจดูแห้ง ไม่สดใส และริ้วรอยเล็กๆ อาจมองเห็นชัดขึ้นชั่วคราว สถาบันโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ผิวที่สูญเสียความชุ่มชื้นมากอาจมีลักษณะแห้ง คัน และเห็นเส้นริ้วเล็กๆ ชัดขึ้น
ลักษณะดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผิวเกิดความแก่ถาวรจากกาแฟ เมื่อร่างกายได้รับน้ำเหมาะสมและผิวได้รับการดูแล ความแห้งและริ้วรอยที่เด่นขึ้นจากการขาดความชุ่มชื้นอาจลดลงได้ การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยกักเก็บน้ำในผิวก็อาจช่วยให้ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลงและผิวดูสดใสขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากดื่มกาแฟหวานจัดเป็นประจำ หรือดื่มคาเฟอีนช่วงเย็นจนรบกวนการนอน ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมและทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าได้ ดังนั้นควรพิจารณาทั้งปริมาณคาเฟอีน น้ำตาล และเวลาที่ดื่ม ไม่ใช่มองเฉพาะฤทธิ์ขับปัสสาวะเท่านั้น

ตัวการสำคัญอาจเป็นอากาศร้อน ไม่ใช่กาแฟเพียงอย่างเดียว
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนผ่านการหลั่งเหงื่อ ส่งผลให้สูญเสียทั้งน้ำและเกลือแร่ หากดื่มน้ำน้อยกว่าปริมาณที่สูญเสียไป ความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและอาการเจ็บป่วยจากความร้อนก็จะเพิ่มขึ้น
คนที่นั่งทำงานในห้องปรับอากาศและดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว จึงมีความเสี่ยงต่างจากผู้ที่ดื่มกาแฟหลายแก้ว ก่อนออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานานโดยแทบไม่ได้ดื่มน้ำ
หากต้องอยู่กลางแดดหรือทำกิจกรรมที่เสียเหงื่อมาก ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอและไม่ควรรอจนกระหายน้ำมากแล้วจึงเริ่มดื่ม เพราะความต้องการน้ำของแต่ละคนขึ้นอยู่กับอายุ ขนาดร่างกาย กิจกรรม และสภาพอากาศด้วย
ดื่มคาเฟอีนเท่าไรจึงถือว่าพอเหมาะ?
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ระบุว่า สำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่ คาเฟอีนไม่เกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระดับที่โดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสียที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่แต่ละคนรับได้อาจแตกต่างกัน
ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟหนึ่งแก้วไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชนิดเมล็ด วิธีชง ปริมาณกาแฟ และขนาดแก้ว จึงไม่ควรนับจากจำนวนแก้วเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกาแฟแก้วใหญ่หรือกาแฟที่เพิ่มเอสเปรสโซหลายช็อต
หากเริ่มมีอาการใจสั่น กระสับกระส่าย มือสั่น ปวดศีรษะ วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับ อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินกว่าที่ตนเองรับได้ แม้ปริมาณรวมจะยังไม่ถึง 400 มิลลิกรัมก็ตาม
6 วิธีดื่มกาแฟในช่วงอากาศร้อนให้ปลอดภัยขึ้น
1. อย่าใช้กาแฟแทนน้ำเปล่าทั้งหมด
แม้กาแฟจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบ แต่ควรดื่มน้ำเปล่าควบคู่กันไปตลอดวัน โดยเฉพาะหลังตื่นนอน ระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้ง และหลังมีเหงื่อออกมาก
2. ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำตามกาแฟทุกแก้วแบบตายตัว
ไม่มีสูตรว่าดื่มกาแฟหนึ่งแก้วแล้วต้องดื่มน้ำตามในปริมาณเท่ากันเสมอไป ควรพิจารณาจากความกระหาย อากาศ กิจกรรม และสีของปัสสาวะ หากปัสสาวะเข้ม ปากแห้ง หรือกระหายน้ำมาก ควรเพิ่มการดื่มน้ำ
3. หลีกเลี่ยงการดื่มหลายแก้วในเวลาสั้นๆ
การได้รับคาเฟอีนปริมาณมากอย่างรวดเร็วอาจทำให้ใจสั่น กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ หรือรู้สึกไม่สบาย หากต้องการดื่มมากกว่าหนึ่งแก้ว ควรเว้นระยะและสังเกตการตอบสนองของร่างกาย
4. ดื่มน้ำก่อนออกแดดหรือออกกำลังกาย
ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เดินทางท่ามกลางอากาศร้อน หรือออกกำลังกายหนัก ควรให้ความสำคัญกับการเติมน้ำก่อนและระหว่างทำกิจกรรม ไม่ควรดื่มกาแฟเพิ่มเพื่อฝืนอาการอ่อนเพลียจากความร้อน
5. ระวังกาแฟที่มีน้ำตาลสูง
กาแฟเย็นบางเมนูอาจมีทั้งคาเฟอีน น้ำตาล นมข้นหวาน และไซรัปในปริมาณมาก แม้ช่วยให้รู้สึกสดชื่นชั่วคราว แต่การดื่มเป็นประจำอาจทำให้ได้รับน้ำตาลและพลังงานเกินความจำเป็น
6. ดูแลผิวควบคู่กับการเติมน้ำให้ร่างกาย
หากรู้สึกว่าผิวแห้ง ควรดื่มน้ำให้เหมาะกับกิจกรรม หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น การทาครีมบำรุงหลังอาบน้ำขณะผิวยังหมาดเล็กน้อยอาจช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิวได้
สังเกตสัญญาณเตือนของภาวะขาดน้ำ
อาการกระหายน้ำมาก ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยหรือมีสีเข้ม อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และเวียนศีรษะ อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ควรหยุดพักในที่เย็นและดื่มน้ำ
หากมีอาการสับสน หมดสติ ตัวร้อนจัด อ่อนแรงมาก หรือไม่สามารถดื่มน้ำได้ ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของอาการเจ็บป่วยจากความร้อนที่รุนแรง
ใครบ้างที่ควรระวังคาเฟอีนเป็นพิเศษ?
แม้ระดับคาเฟอีนประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวันจะใช้เป็นเกณฑ์ทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่ไม่ใช่เป้าหมายที่ทุกคนต้องดื่มให้ถึง ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน มีอาการวิตกกังวล นอนไม่หลับ ใจสั่น หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด อาจต้องจำกัดปริมาณให้น้อยกว่านั้น
หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือความดันโลหิต ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับปริมาณคาเฟอีนที่เหมาะสมกับตนเอง
สรุป ดื่มกาแฟหน้าร้อนได้ ไม่ได้ทำให้หน้าแก่โดยตรง
กาแฟไม่ใช่ตัวการที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำหรือใบหน้าแก่ทันที เพราะน้ำในกาแฟสามารถช่วยชดเชยฤทธิ์ขับปัสสาวะของคาเฟอีนในระดับทั่วไปได้ แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากดื่มกาแฟมาก ขณะอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนและไม่ได้ดื่มน้ำชดเชย
หากร่างกายขาดน้ำ ผิวอาจแห้งและเห็นริ้วรอยเล็กๆ ชัดขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ควรสรุปว่ากาแฟทำให้ผิวแก่ถาวร คนรักกาแฟจึงไม่จำเป็นต้องเลิกดื่ม เพียงควบคุมปริมาณคาเฟอีน ลดความหวาน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และสังเกตสัญญาณของร่างกาย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



