DPU จับมือ BOI–อว.–สอวช. ปั้น "สถาปนิกสุขภาพ" เจาะเทคนิคพัฒนาศักยภาพสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย

DPU จับมือ BOI–อว.–สอวช. ดึงศาสตร์สร้างอัตลักษณ์หน้ากล้องและการผลิตคอนเทนต์ ปั้น ‘สถาปนิกสุขภาพ’ เจาะเทคนิคพัฒนาศักยภาพสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ผนึกกำลังกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ขับเคลื่อนหลักสูตร “ปรุงสุข” ภายใต้โครงการ Skill Bridge เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรสู่การเป็น “สถาปนิกสุขภาพ” หรือ Health Architect ที่เชี่ยวชาญการบูรณาการศาสตร์ด้านโภชนบำบัดเชิงรุกเข้ากับศิลปะการสื่อสารดิจิทัล และการผลิตคอนเทนต์อาหารด้วยนวัตกรรม AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดเวลเนสระดับสากล เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ 
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ อาจารย์อานนท์ บัวภา หัวหน้าหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เจ้าของเพจ “เกิดมาเป็นเด็กกิจกรรม” ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.4 แสนบัญชีผู้ใช้ ร่วมกับ คุณชัญญา อุดมพร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแพลนต์เบสและเจ้าของเพจ Vegan Calendar มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และขับเคลื่อนการอบรมในโมดูลการสร้างอัตลักษณ์หน้ากล้องและการผลิตคอนเทนต์อาหารสุขภาพในยุคดิจิทัลครั้งนี้
โดยในการบรรยาย อาจารย์อานนท์ บัวภา ได้ถ่ายทอดในเรื่อง การสร้างอัตลักษณ์หน้ากล้องและการผลิตคอนเทนต์ โดยเริ่มต้นชี้แจงรายละเอียดเชิงเทคนิคว่า การส่งต่อคุณค่าด้านสุขภาพผ่านหน้ากล้องต้องอาศัยการจุดชนวนคิดแบบ Growth Mindset เพื่อพลิกความผิดพลาดเป็นโอกาสในการเรียนรู้ พร้อมระบุแนวทางผ่านมาตรวัดความเชื่อมั่นว่า “ความมั่นใจไม่ใช่พรสวรรค์” แต่คือ “ทักษะที่ฝึกฝนได้” โดยมีหัวใจสำคัญคือการเบนเข็มความสนใจไปที่ความต้องการของคนดู และปรับคลื่นความถี่การสื่อสารให้เสมือนกำลังนั่งจับเข่าคุยกับคนเพียงคนเดียว เพื่อลดความประหม่าต่อผู้ชมจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ขณะที่ การลดกำแพงความกังวลสามารถทำได้ด้วยเทคนิคการมองเลนส์กล้องที่เปรียบเสมือนการสร้าง Eye Contact หรือสบตากับผู้ชมโดยตรง พร้อมกับการวาดลวดลายภาษากายควบคู่ไปกับการแต้มรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยถักทอสายใยความรู้สึกเชื่อมโยง และยังสะกดสายตาคนดูให้หยุดนิ่งได้ภายในระยะเวลาอันสั้น 
ในส่วนของการสร้างจุดจดจำให้เป็นเอกลักษณ์ อาจารย์อานนท์ บอกว่า ควรให้ความสำคัญกับการสลัก Identity หรืออัตลักษณ์เฉพาะตัวให้ชัดเจน โดยหยิบยกกรณีศึกษาของ “จูดี้ จารุกิตติ์” ที่สร้างการจดจำผ่านรูปลักษณ์ที่โดดเด่น เช่น การทาลิปสติกสีแดงและการเกล้ามวยผมที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานกับวลีเด็ดประจำตัวอย่าง “จูดี้รับจบ...ค่ะ” ซึ่งเป็นคำพูดที่สะท้อนภาพที่สร้างความเป็นกันเอง และตอกหมุดการจดจำได้อย่างรวดเร็ว 
นอกจากนี้ อาจารย์อานนท์ยังได้ถ่ายทอดสูตรการเล่าเรื่องแบบ Storytelling ผ่านโมเดล “เปิด ปรุง ปิด” ที่เริ่มจากการโหมโรงด้วยคำถามที่กระชับเพื่อหยุดนิ้วผู้ชมภายในสิบวินาทีแรก จากนั้นจึงขยายความท้าทายผ่านเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกัน ก่อนจะสรุปจบการเล่าเรื่องด้วยการใส่ความรู้สึกเพื่อส่งมอบแก่นความคิดสำคัญที่ทรงคุณค่าให้ประทับลึกเข้าไปในใจของผู้ชม 
สำหรับการอบรมเชิงลึกในโมดูลการสื่อสารและนวัตกรรมดิจิทัลครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้หลักสูตร “ปรุงสุข” ในโครงการฝึกทักษะระดับสูงซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านกลไกการถ่ายทอดองค์ความรู้ในสี่เสาหลักยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ วิทยาศาสตร์โภชนาการ อาหารฟังก์ชัน การสร้างแบรนด์ และนวัตกรรมธุรกิจ นอกจากนี้โครงการยังได้ระดมขุนพลผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาร่วมหล่อหลอมและบ่มเพาะผู้เรียน อาทิ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย, เชฟประชัน วงศ์อุทัยพันธ์, ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ, ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นผู้ประกอบการสุขภาพที่พร้อมเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม Wellness ระดับโลก 
โดยตลอดระยะเวลาของการอบรม บรรยากาศเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการดูแลสุขภาพ-โภชนบำบัดที่ครบวงจร สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาศักยภาพบุคคล หรือ Human Potential ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่นำโดย ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายวิชาการ ร่วมผลักดันการพัฒนาศักยภาพมนุษย์เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก
อัลบั้มภาพ 9 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







