
"พาวเวอร์แบงก์บวม" ต้องแช่น้ำเกลือก่อนทิ้ง เลี่ยงระเบิด-ไฟไหม้? กูรูตอบแล้ว! : เช็กข่าวชัวร์
Fact Check: ข่าวปลอม! แชร์ว่อน "พาวเวอร์แบงก์บวมต้องแช่น้ำเกลือ 1 สัปดาห์ก่อนทิ้ง" ศูนย์เช็กชัวร์เผยความจริงสุดอันตราย
จากกรณีบนโลกโซเชียลทางฝั่งไต้หวัน มีการแชร์ต่อคำแนะนำที่ว่า หากพบพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) หรือแบตเตอรี่สำรองมีอาการบวม ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดเพลิงไหม้ได้ทุกเมื่อ ให้ประชาชนนำพาวเวอร์แบงก์ไปแช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้ 1 สัปดาห์เพื่อคลายประจุไฟฟ้าก่อนนำไปทิ้งรีไซเคิล
ต่อมา ศูนย์ตรวจสอบข้อเท็จจริงแห่งไต้หวัน (Taiwan FactCheck Center) ร่วมกับ กรมหมุนเวียนทรัพยากร กระทรวงสิ่งแวดล้อมไต้หวัน ได้ออกมาแถลงชี้แจงความจริงว่า "ข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกินจริงและเป็นอันตราย" การที่ประชาชนทั่วไปนำแบตเตอรี่ไปแช่น้ำเกลือเองตามลำพัง อาจก่อให้เกิดก๊าซพิษและสารเคมีรั่วไหลได้ โดยผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าหากพาวเวอร์แบงก์บวม วิธีที่ถูกต้องคือ "หยุดใช้งานทันทีและส่งรีไซเคิลโดยตรง" ห้ามหลงเชื่อทำตามสูตรลัดบนอินเทอร์เน็ตเด็ดขาด
เจาะลึกข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1. ศาสตราจารย์พิเศษ หวัง ฟู่หมิน (Wang Fu-min)
-
ตำแหน่ง: สถาบันวิจัยเทคโนโลยีประยุกต์ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งไต้หวัน (NTUST)
-
ชี้แจงว่า: อาการบวมของพาวเวอร์แบงก์ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามปกติ ถือว่าเป็น "แบตเตอรี่ที่ตายแล้ว" (Dead Battery) โดยทั่วไปจะไม่เกิดการลุกไหม้ขึ้นมาเองในทันที
-
ต่างจากกรณีที่แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจร, โดนความร้อนจัดแดดเผา หรือถูกสิ่งของมีคมเจาะจนเกิดภาวะ "ความร้อนสูงเกินควบคุม" (Thermal Runaway) ซึ่งอาการบวมในลักษณะนั้นจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที พร้อมมีอาการร้อนจัดและมีควันพวยพุ่ง ซึ่งกรณีฉุกเฉินแบบนั้นเท่านั้นถึงจำเป็นต้องใช้น้ำเกลือเพื่อช่วยหล่อเย็นและตัดขาดจากออกซิเจน แต่หากเป็นแค่การบวมพองภายนอกทั่วไป ก๊าซภายในเซลล์แบตเตอรี่ยังไม่ได้รั่วไหลออกมา ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป
2. กรมหมุนเวียนทรัพยากร กระทรวงสิ่งแวดล้อมไต้หวัน
-
ชี้แจงว่า: แม้ในคู่มือ "ข้อควรระวังในการจัดเก็บและรีไซเคิลขยะแบตเตอรี่ลิเธียมทุติยภูมิ" จะมีการระบุถึงขั้นตอนการแช่น้ำเกลือเพื่อคลายประจุเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันจริง แต่แนวทางปฏิบัตินี้เป็นข้อกำหนดสำหรับ "ผู้ประกอบการรีไซเคิลหรือเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น" ไม่ใช่สำหรับประชาชนทั่วไป
-
เนื่องจากพอร์ตเชื่อมต่อที่เป็นโลหะซึ่งยังมีกระแสไฟอยู่ เมื่อปฏิกิริยากับน้ำเกลือจะเกิดกระบวนการแยกสลายด้วยไฟฟ้า (Electrolysis) หากทำในพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท จะสามารถผลิตก๊าซคลอรีนในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ได้
3. กองสอบสวนอัคคีภัย สำนักงานดับเพลิงกรุงไทเป
-
ชี้แจงว่า: วิธีการแช่น้ำเกลือจะใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่พาวเวอร์แบงก์เกิดภาวะ "ความร้อนสูงเกินควบคุม" อย่างเห็นได้ชัด (เช่น ตัวเครื่องร้อนจัดจนจับไม่ได้ หรือมีควันขึ้น) เพื่อลดอุณหภูมิและดับไฟ
-
แต่หากประชาชนพบความผิดปกติในชีวิตประจำวัน เช่น ตัวเคสพลาสติกเริ่มบวม, เครื่องร้อนเกินไปขณะชาร์จ หรือมีรอยปริแตก สิ่งที่เป็นเซฟโซนที่สุดคือ ให้หยุดใช้งานทันที แล้วนำไปเก็บไว้ชั่วคราวในบริเวณที่ห่างไกลจากความร้อนและวัตถุไวไฟ และระวังอย่าให้เกิดการกระแทก
วิธีทิ้งและรีไซเคิลพาวเวอร์แบงก์บวมอย่างถูกต้อง
กรมหมุนเวียนทรัพยากร ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และการตรวจสอบ (BSMI) กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ได้ประชาสัมพันธ์แนวทางที่ถูกต้องไว้ดังนี้:
-
ส่งร้านค้าที่รับทิ้งโดยตรง: ประชาชนสามารถนำพาวเวอร์แบงก์ที่บวมไปส่งมอบให้กับจุดรับรีไซเคิลที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ทันที เช่น ร้านสะดวกซื้อ (Supermarket) หรือห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่
-
ห้ามโยนลงรถขยะโดยตรงเด็ดขาด: หากต้องการทิ้งกับรถขยะหรือรถรีไซเคิลของเทศบาล ต้องทำการ "แยกแพ็กเดี่ยวใส่ถุง" ให้เรียบร้อย และยื่นส่งให้กับเจ้าหน้าที่เก็บขยะด้วยตัวเอง ห้ามโยนรวมเข้าไปในถังขยะของรถเด็ดขาด เพราะเมื่อรถขยะทำการบดอัด แบตเตอรี่จะถูกแรงบีบอัดจนระเบิดและเกิดเพลิงไหม้บนรถขยะ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และผู้คนรอบข้างอย่างมาก
สรุปแล้ว หากพบว่า พาวเวอร์แบงก์บวม ร้อนผิดปกติ หรือมีรอยปริแตก สิ่งที่ควรทำคือหยุดใช้งานทันที เก็บให้ห่างจากความร้อนและวัตถุไวไฟ จากนั้นนำไปส่งยังจุดรับรีไซเคิลหรือส่งมอบให้เจ้าหน้าที่อย่างถูกวิธี ไม่ควรนำไปแช่น้ำเกลือเองตามคำแนะนำบนโลกออนไลน์ เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาเคมี ก๊าซอันตราย หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้
- "ดิจิตอลดอร์ล็อก" ปิดตายตอนไฟไหม้? ดับเพลิงเฉลย เผย 1 อุปกรณ์กู้ชีพ
- ร้อนจนอยู่ไม่ได้! กูรูอังกฤษเตือน รีบนำ 3 สิ่งนี้ออกจากรถ คนไทยก็ควรรู้ เพราะใช้ทุกอย่าง

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :ctwant
