"พาวเวอร์แบงก์บวม" ต้องแช่น้ำเกลือก่อนทิ้ง เลี่ยงระเบิด-ไฟไหม้? กูรูตอบแล้ว! : เช็กข่าวชัวร์
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1979/9898990/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpg"พาวเวอร์แบงก์บวม" ต้องแช่น้ำเกลือก่อนทิ้ง เลี่ยงระเบิด-ไฟไหม้? กูรูตอบแล้ว! : เช็กข่าวชัวร์

"พาวเวอร์แบงก์บวม" ต้องแช่น้ำเกลือก่อนทิ้ง เลี่ยงระเบิด-ไฟไหม้? กูรูตอบแล้ว! : เช็กข่าวชัวร์

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

Fact Check: ข่าวปลอม! แชร์ว่อน "พาวเวอร์แบงก์บวมต้องแช่น้ำเกลือ 1 สัปดาห์ก่อนทิ้ง" ศูนย์เช็กชัวร์เผยความจริงสุดอันตราย

จากกรณีบนโลกโซเชียลทางฝั่งไต้หวัน มีการแชร์ต่อคำแนะนำที่ว่า หากพบพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) หรือแบตเตอรี่สำรองมีอาการบวม ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดเพลิงไหม้ได้ทุกเมื่อ ให้ประชาชนนำพาวเวอร์แบงก์ไปแช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้ 1 สัปดาห์เพื่อคลายประจุไฟฟ้าก่อนนำไปทิ้งรีไซเคิล

ต่อมา ศูนย์ตรวจสอบข้อเท็จจริงแห่งไต้หวัน (Taiwan FactCheck Center) ร่วมกับ กรมหมุนเวียนทรัพยากร กระทรวงสิ่งแวดล้อมไต้หวัน ได้ออกมาแถลงชี้แจงความจริงว่า "ข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกินจริงและเป็นอันตราย" การที่ประชาชนทั่วไปนำแบตเตอรี่ไปแช่น้ำเกลือเองตามลำพัง อาจก่อให้เกิดก๊าซพิษและสารเคมีรั่วไหลได้ โดยผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าหากพาวเวอร์แบงก์บวม วิธีที่ถูกต้องคือ "หยุดใช้งานทันทีและส่งรีไซเคิลโดยตรง" ห้ามหลงเชื่อทำตามสูตรลัดบนอินเทอร์เน็ตเด็ดขาด

เจาะลึกข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1. ศาสตราจารย์พิเศษ หวัง ฟู่หมิน (Wang Fu-min)

  • ตำแหน่ง: สถาบันวิจัยเทคโนโลยีประยุกต์ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งไต้หวัน (NTUST)

  • ชี้แจงว่า: อาการบวมของพาวเวอร์แบงก์ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามปกติ ถือว่าเป็น "แบตเตอรี่ที่ตายแล้ว" (Dead Battery) โดยทั่วไปจะไม่เกิดการลุกไหม้ขึ้นมาเองในทันที

  • ต่างจากกรณีที่แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจร, โดนความร้อนจัดแดดเผา หรือถูกสิ่งของมีคมเจาะจนเกิดภาวะ "ความร้อนสูงเกินควบคุม" (Thermal Runaway) ซึ่งอาการบวมในลักษณะนั้นจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที พร้อมมีอาการร้อนจัดและมีควันพวยพุ่ง ซึ่งกรณีฉุกเฉินแบบนั้นเท่านั้นถึงจำเป็นต้องใช้น้ำเกลือเพื่อช่วยหล่อเย็นและตัดขาดจากออกซิเจน แต่หากเป็นแค่การบวมพองภายนอกทั่วไป ก๊าซภายในเซลล์แบตเตอรี่ยังไม่ได้รั่วไหลออกมา ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป

2. กรมหมุนเวียนทรัพยากร กระทรวงสิ่งแวดล้อมไต้หวัน

  • ชี้แจงว่า: แม้ในคู่มือ "ข้อควรระวังในการจัดเก็บและรีไซเคิลขยะแบตเตอรี่ลิเธียมทุติยภูมิ" จะมีการระบุถึงขั้นตอนการแช่น้ำเกลือเพื่อคลายประจุเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันจริง แต่แนวทางปฏิบัตินี้เป็นข้อกำหนดสำหรับ "ผู้ประกอบการรีไซเคิลหรือเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น" ไม่ใช่สำหรับประชาชนทั่วไป

  • เนื่องจากพอร์ตเชื่อมต่อที่เป็นโลหะซึ่งยังมีกระแสไฟอยู่ เมื่อปฏิกิริยากับน้ำเกลือจะเกิดกระบวนการแยกสลายด้วยไฟฟ้า (Electrolysis) หากทำในพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท จะสามารถผลิตก๊าซคลอรีนในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ได้

3. กองสอบสวนอัคคีภัย สำนักงานดับเพลิงกรุงไทเป

  • ชี้แจงว่า: วิธีการแช่น้ำเกลือจะใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่พาวเวอร์แบงก์เกิดภาวะ "ความร้อนสูงเกินควบคุม" อย่างเห็นได้ชัด (เช่น ตัวเครื่องร้อนจัดจนจับไม่ได้ หรือมีควันขึ้น) เพื่อลดอุณหภูมิและดับไฟ

  • แต่หากประชาชนพบความผิดปกติในชีวิตประจำวัน เช่น ตัวเคสพลาสติกเริ่มบวม, เครื่องร้อนเกินไปขณะชาร์จ หรือมีรอยปริแตก สิ่งที่เป็นเซฟโซนที่สุดคือ ให้หยุดใช้งานทันที แล้วนำไปเก็บไว้ชั่วคราวในบริเวณที่ห่างไกลจากความร้อนและวัตถุไวไฟ และระวังอย่าให้เกิดการกระแทก

วิธีทิ้งและรีไซเคิลพาวเวอร์แบงก์บวมอย่างถูกต้อง

กรมหมุนเวียนทรัพยากร ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และการตรวจสอบ (BSMI) กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ได้ประชาสัมพันธ์แนวทางที่ถูกต้องไว้ดังนี้:

  1. ส่งร้านค้าที่รับทิ้งโดยตรง: ประชาชนสามารถนำพาวเวอร์แบงก์ที่บวมไปส่งมอบให้กับจุดรับรีไซเคิลที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ทันที เช่น ร้านสะดวกซื้อ (Supermarket) หรือห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่

  2. ห้ามโยนลงรถขยะโดยตรงเด็ดขาด: หากต้องการทิ้งกับรถขยะหรือรถรีไซเคิลของเทศบาล ต้องทำการ "แยกแพ็กเดี่ยวใส่ถุง" ให้เรียบร้อย และยื่นส่งให้กับเจ้าหน้าที่เก็บขยะด้วยตัวเอง ห้ามโยนรวมเข้าไปในถังขยะของรถเด็ดขาด เพราะเมื่อรถขยะทำการบดอัด แบตเตอรี่จะถูกแรงบีบอัดจนระเบิดและเกิดเพลิงไหม้บนรถขยะ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และผู้คนรอบข้างอย่างมาก

สรุปแล้ว หากพบว่า พาวเวอร์แบงก์บวม ร้อนผิดปกติ หรือมีรอยปริแตก สิ่งที่ควรทำคือหยุดใช้งานทันที เก็บให้ห่างจากความร้อนและวัตถุไวไฟ จากนั้นนำไปส่งยังจุดรับรีไซเคิลหรือส่งมอบให้เจ้าหน้าที่อย่างถูกวิธี ไม่ควรนำไปแช่น้ำเกลือเองตามคำแนะนำบนโลกออนไลน์ เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาเคมี ก๊าซอันตราย หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :ctwant