"เจ็บคอ" แบบไหนต้องระวัง? เปิด 6 สัญญาณควรพบแพทย์ เสี่ยง "มะเร็ง" มาเยือน

เจ็บคอแบบไหนไม่ควรมองข้าม? เผย 6 อาการ ที่อาจไม่ใช่แค่หวัดหรือคออักเสบ แต่เป็นสัญญาณเตือนเสี่ยงมะเร็ง
อาการเจ็บคอ เสียงแหบ กลืนลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ เป็นอาการที่หลายคนเคยเจอ และส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับหวัด คออักเสบ กล่องเสียงอักเสบ ภูมิแพ้ หรือกรดไหลย้อน ซึ่งอาจดีขึ้นได้ภายในไม่กี่วันเมื่อพักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
แต่ในบางกรณี อาการที่ดูเหมือน “เจ็บคอธรรมดา” อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ควรตรวจให้ชัด โดยเฉพาะหากอาการเป็นนานหลายสัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย แย่ลงเรื่อย ๆ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคในบริเวณศีรษะและลำคอ รวมถึงความผิดปกติของกล่องเสียง คอหอย หลอดอาหาร หรือในบางรายอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งศีรษะและลำคอได้
เจ็บคอไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ถ้าเรื้อรังต้องระวัง
American Cancer Society ระบุว่า มะเร็งกล่องเสียงและคอหอยส่วนล่างอาจมีอาการได้หลายแบบ เช่น เจ็บคอไม่หาย เสียงเปลี่ยน กลืนลำบาก เจ็บเวลากลืน ปวดหู หายใจลำบาก น้ำหนักลด หรือมีก้อนบริเวณคอ ขณะที่ Cleveland Clinic แนะนำว่า หากอาการที่เกี่ยวข้องกับคอหรือการกลืนเป็นต่อเนื่องตั้งแต่ประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้ใช้วินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยตัวเอง เพราะอาจเกิดจากโรคที่ไม่ร้ายแรงได้เช่นกัน เช่น กรดไหลย้อน ติ่งเนื้อที่สายเสียง การติดเชื้อ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ หรือปัญหาระบบทางเดินหายใจ การตรวจโดยแพทย์จึงเป็นวิธีที่ช่วยแยกสาเหตุได้ชัดเจนที่สุด

1. เสียงแหบเรื้อรัง ไม่ดีขึ้นแม้พักเสียง
เสียงแหบเป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังใช้เสียงมาก พูดติดต่อกันนาน ร้องเพลง หรือมีการติดเชื้อทางเดินหายใจ ในหลายกรณีเสียงจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติภายในไม่กี่วัน
แต่หากเสียงแหบต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เสียงเปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน หรือรักษาแบบทั่วไปแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อตรวจกล่องเสียง เพราะความผิดปกติของสายเสียง กล่องเสียงอักเสบเรื้อรัง ติ่งเนื้อ หรือเนื้องอกบางชนิด อาจทำให้เสียงเปลี่ยนแบบต่อเนื่องได้
2. กลืนลำบาก เจ็บเวลากลืน หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ
อาการกลืนลำบากอาจเริ่มจากการกลืนอาหารแข็งหรืออาหารแห้งได้ยากขึ้น ต่อมาอาจลามไปถึงอาหารอ่อนหรือน้ำ หากอาการเป็นต่อเนื่อง ควรตรวจหาสาเหตุ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับคอหอย หลอดอาหาร กรดไหลย้อน หลอดอาหารอักเสบ หรือความผิดปกติอื่น ๆ
Mayo Clinic ระบุว่า หากมีปัญหากลืนลำบากบ่อย ๆ ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะถ้ามีน้ำหนักลด อาเจียน หรือรู้สึกอาหารติดคอร่วมด้วย หากกลืนไม่ได้หรือรู้สึกอาหารติดจนหายใจลำบาก ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
3. มีก้อนที่คอ หรือต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติ
ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอสามารถโตได้จากการติดเชื้อ เช่น หวัด คออักเสบ หรือฟันอักเสบ และมักค่อย ๆ ยุบลงเมื่อการติดเชื้อดีขึ้น แต่หากมีก้อนที่คอโตต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แข็งขึ้น โตขึ้นเรื่อย ๆ เคลื่อนไหวได้น้อย หรือไม่เจ็บ ควรตรวจเพิ่มเติม
สาเหตุอาจเป็นได้ตั้งแต่ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ วัณโรคต่อมน้ำเหลือง โรคภูมิคุ้มกันบางชนิด ไปจนถึงมะเร็งในบริเวณศีรษะและลำคอที่แพร่กระจายมายังต่อมน้ำเหลือง การตรวจอัลตราซาวนด์ CT scan หรือการตัดชิ้นเนื้อ อาจจำเป็นในบางรายเพื่อยืนยันสาเหตุ
4. ไอมีเลือดปน หรือเสมหะมีเลือดซ้ำ ๆ
เสมหะมีเลือดอาจเกิดขึ้นได้หลังไอแรง ๆ หรือเยื่อบุทางเดินหายใจระคายเคือง แต่หากมีเลือดปนเสมหะซ้ำ ๆ ไม่ทราบสาเหตุ หรือมีร่วมกับเจ็บคอเรื้อรัง เสียงแหบ หายใจลำบาก น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายโรค เช่น หลอดลมอักเสบ วัณโรค หลอดลมโป่งพอง โรคปอด หรือความผิดปกติบริเวณคอหอยและกล่องเสียง จึงควรให้แพทย์ประเมิน โดยเฉพาะหากมีเลือดออกมาก หายใจลำบาก หรือหน้ามืดร่วมด้วย ควรรีบไปโรงพยาบาล
5. หายใจลำบาก หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
เมื่อทางเดินหายใจแคบลง ผู้ป่วยอาจรู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่ม เหนื่อยง่าย หรือมีเสียงหายใจหวีด ฟืดฟาด หรือครืดคราด โดยอาการเหล่านี้อาจทำให้หลายคนนึกถึงโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
แต่หากรักษาแล้วไม่ดีขึ้น อาการเป็นมากขึ้น หรือมีร่วมกับเสียงแหบ กลืนลำบาก หรือมีก้อนที่คอ แพทย์อาจพิจารณาตรวจกล่องเสียงและทางเดินหายใจ เพื่อดูว่ามีการตีบแคบ ก้อน หรือความผิดปกติอื่น ๆ หรือไม่
6. ปวดหูเรื้อรัง แต่ตรวจหูแล้วไม่พบความผิดปกติ
หลายคนอาจไม่รู้ว่า คอและหูมีเส้นประสาทบางส่วนเชื่อมโยงกัน อาการปวดจากบริเวณคอหอย กล่องเสียง หรือโคนลิ้น จึงอาจร้าวไปที่หูได้ แม้ตรวจหูแล้วไม่พบการอักเสบหรือความผิดปกติชัดเจน
หากปวดหูข้างเดียวเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุ หรือมีร่วมกับเจ็บคอ กลืนเจ็บ เสียงเปลี่ยน หรือมีก้อนบริเวณคอ ควรพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อตรวจบริเวณศีรษะและลำคออย่างละเอียด
เมื่อไรควรไปพบแพทย์?
โดยทั่วไป หากอาการเจ็บคอ เสียงแหบ กลืนลำบาก ไอมีเลือดปน มีก้อนที่คอ หายใจผิดปกติ หรือปวดหูโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต่อเนื่องเกิน 2-3 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือแย่ลงเรื่อย ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
นอกจากนี้ หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบากมาก กลืนไม่ได้ ไอเป็นเลือดมาก น้ำหนักลดผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง หรือมีอาการทรุดเร็ว ควรรีบไปโรงพยาบาล ไม่ควรรอดูอาการเอง
ดูแลคออย่างไรให้ลดความเสี่ยง
- พักเสียงเมื่อเสียงแหบหรือใช้เสียงมาก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
- ดูแลกรดไหลย้อน หากมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หรือไอเรื้อรัง
- รักษาสุขอนามัยช่องปากและฟัน
- ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะกินเองโดยไม่จำเป็น
- พบแพทย์เมื่ออาการผิดปกติเป็นนานหรือกลับมาเป็นซ้ำ
สรุป เจ็บคอธรรมดาอาจไม่ธรรมดา หากเป็นนานผิดปกติ
อาการเจ็บคอ เสียงแหบ หรือกลืนลำบาก ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรงและดีขึ้นได้ แต่หากอาการเป็นนานหลายสัปดาห์ รุนแรงขึ้น หรือมีอาการเตือนร่วม เช่น มีก้อนที่คอ ไอมีเลือดปน หายใจลำบาก ปวดหูข้างเดียว หรือน้ำหนักลด ควรตรวจให้ชัด
สิ่งสำคัญคืออย่าตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้รักษาได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคทั่วไปหรือภาวะที่ต้องได้รับการดูแลจริงจัง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี