แต่ละคนไม่เหมือนกัน! เปิดสูตรดื่มน้ำตามอายุ-น้ำหนักตัว เฉลยชัดคุณต้องดื่มวันละเท่าไหร่?

แต่ละคนไม่เหมือนกัน! เปิดสูตรดื่มน้ำตามอายุ-น้ำหนักตัว เฉลยชัดคุณต้องดื่มวันละเท่าไหร่?

แต่ละคนไม่เหมือนกัน! เปิดสูตรดื่มน้ำตามอายุ-น้ำหนักตัว เฉลยชัดคุณต้องดื่มวันละเท่าไหร่?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 

ไม่ได้จบที่วันละ 2 ลิตร! แจกสูตรคำนวณ ปริมาณน้ำดื่ม ให้พอดีกับร่างกายของแต่ละช่วงวัย

ไม่ได้จบที่วันละ 2 ลิตร! แจกสูตรคำนวณ "ปริมาณน้ำดื่ม" ให้พอดีกับร่างกายของแต่ละช่วงวัย

"น้ำ" คือองค์ประกอบสำคัญที่มีอิทธิพลต่อทุกระบบทางชีวภาพในร่างกายของมนุษย์ ตั้งแต่การทำงานของลำไส้ สุขภาพของไต ไปจนถึงระบบประสาทและสมอง เนื่องจากร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงถึงประมาณ 70% การดื่มน้ำให้เพียงพอจึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพองค์รวม

หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า "มนุษย์เราต้องดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร" แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปริมาณน้ำที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับเพศ อายุ น้ำหนักตัว กิจกรรมในแต่ละวัน รวมถึงสภาพร่างกาย ยิ่งน้ำหนักตัวมากหรือเป็นสายออกกำลังกายที่เสียเหงื่อเยอะ ความต้องการน้ำก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำไม่ได้นับเฉพาะน้ำเปล่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงของเหลวอื่นๆ เช่น ชา กาแฟ น้ำผลไม้ และน้ำซุปจากอาหาร แต่อย่างไรก็ตาม น้ำเปล่าสะอาดก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และนี่คือสูตรคำนวณปริมาณของเหลวที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน ที่แบ่งตามกลุ่มอายุและน้ำหนักตัวอย่างชัดเจนครับ


ตารางสูตรคำนวณปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมใน 1 วัน

กลุ่มอายุ / น้ำหนักตัว สูตรคำนวณปริมาณน้ำที่ต้องการ ตัวอย่างการคำนวณ
เด็กอายุ 6 เดือน - 1 ปี
*(วัยเริ่มอาหารเสริม)*
น้ำหนักตัว (กก.) × 30 มล. เด็กหนัก 7 กก. = ควรได้รับน้ำ 210 มล.
เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป
*(น้ำหนักต่ำกว่า 10 กก.)*
น้ำหนักตัว (กก.) × 100 มล. เด็กหนัก 9 กก. = ควรได้รับน้ำ 900 มล.
เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป
*(น้ำหนักเกิน 10 กก.)*
(น้ำหนักตัว - 10) × 50 + 1,000 มล. เด็กหนัก 16 กก. = ควรได้รับน้ำ 1,300 มล.
เด็กอายุ 7 - 12 ปี
*(น้ำหนักเกิน 20 กก.)*
น้ำหนักตัว (กก.) × 50 ถึง 60 มล. เด็กหนัก 25 กก. = ควรได้รับน้ำ 1,190 - 1,500 มล.
วัยรุ่น (13-18 ปี) และผู้ใหญ่ (19-64 ปี) น้ำหนักตัว (กก.) × 30 ถึง 35 มล. ผู้หญิงหนัก 50 กก. = ควรได้รับน้ำ 1,500 - 1,750 มล.
ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) น้ำหนักตัว (กก.) × 30 ถึง 35 มล. ผู้สูงอายุหนัก 50 กก. = ควรได้รับน้ำ 1,500 - 1,750 มล.

*หมายเหตุ: สูตรนี้เป็นการคำนวณหาปริมาณของเหลวโดยรวมที่คุณควรได้รับในแต่ละวัน แต่เนื่องจากในอาหารมื้อหลัก (โดยเฉพาะของแข็ง) มีปริมาณน้ำที่แตกต่างกันมาก สูตรนี้จึงไม่ได้รวมปริมาณน้ำจากอาหารแห้งเหล่านั้น


3 เทคนิคการดื่มน้ำให้ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด

  • 1. เลือกดื่ม "น้ำอุ่น" ดีกว่าน้ำเย็นจัด:
    การดื่มน้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสมจะส่งผลดีต่อร่างกายอย่างมาก โดยเฉพาะน้ำอุ่นที่มีคุณสมบัติซึมลึกเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ดีกว่า ช่วยขับสารพิษและสิ่งตกค้างออกจากร่างกายได้ดี การเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยน้ำอุ่น 1 แก้ว จะช่วยล้างลำไส้ กระตุ้นระบบเผาผลาญ (Metabolism) และมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 2. ค่อยๆ จิบ ห้ามดื่มเอื๊อกๆ ทีละมากๆ:
    เวลาดื่มน้ำไม่ควรยกซดหมดแก้วในครั้งเดียว แต่ควรใช้วิธี "จิบช้าๆ ทีละอึกเล็กๆ" เพื่อให้ร่างกายมีเวลาดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยลดภาระการทำงานของไต ไม่ให้ต้องทำงานหนักในการขับของเหลวส่วนเกินออกอย่างกะทันหัน
  • 3. นั่งดื่มน้ำ ดีกว่ายืนดื่มน้ำ:
    ตามหลักสรีรวิทยา การยืนดื่มน้ำอาจส่งผลให้สมดุลของเหลวในร่างกายขาดความเสถียร น้ำจะไหลผ่านระบบทางเดินอาหารอย่างรวดเร็วเกินไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหารรวมถึงการดูดซึมแร่ธาตุของร่างกาย ดังนั้น ทุกครั้งที่ดื่มน้ำ ทางที่ดีที่สุดคือการนั่งลงแล้วดื่มอย่างผ่อนคลาย

บทสรุป

การดื่มน้ำให้เพียงพอและถูกวิธีไม่ได้เป็นเรื่องยาก เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หันมาคำนวณปริมาณน้ำที่ร่างกายตัวเองต้องการจริงๆ และเปลี่ยนมานั่งจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ ระหว่างวัน เพียงเท่านี้ระบบภายในร่างกายของคุณก็จะทำงานได้อย่างสมดุล ผิวพรรณสดใส และห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บในระยะยาวแล้วครับ

Focus Keywords: สูตรคำนวณปริมาณน้ำดื่ม, ดื่มน้ำวันละกี่ลิตรตามน้ำหนัก, ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่นตอนเช้า, วิธีกินน้ำที่ถูกต้อง, ดื่มน้ำลดน้ำหนัก

Hashtags: #สุขภาพดีเริ่มต้นที่การดื่มน้ำ #ดื่มน้ำตามน้ำหนัก #ประโยชน์ของน้ำอุ่น #ดูแลตัวเอง #สูตรคำนวณน้ำ #เฮลตี้วิถีใหม่ #SanookHealth #SanookLifestyle

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล