ยาแก้ปวด กินนานแค่ไหนถึงจะทำให้ไตพัง? หมอบอก 3 ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ใช่แค่ระยะเวลา

ยาแก้ปวด กินนานแค่ไหนถึงจะทำให้ไตพัง? หมอบอก 3 ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ใช่แค่ระยะเวลา

ยาแก้ปวด กินนานแค่ไหนถึงจะทำให้ไตพัง? หมอบอก 3 ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ใช่แค่ระยะเวลา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ยาแก้ปวด กินนานแค่ไหนถึงจะทำให้ไตพัง? หมอบอก 3 ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ใช่แค่ระยะเวลา กินยาแก้ปวดอย่างไรให้ปลอดภัย

การกินยาแก้ปวดทุกวันจะส่งผลเสียต่อไตเมื่อไหร่? นพ. หง หยงเสียง (Hung Yung-hsiang) ได้แบ่งปันกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า เขาเคยพบคุณยายท่านหนึ่งที่กินยาแก้ปวดแก้ปวดข้อมานานถึง 8 ปี แต่ไตยังคงทำงานได้ปกติ ในทางกลับกัน เขาก็เคยพบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 วัย 55 ปี ที่กินยาแก้ปวดเพียงเพราะมีอาการปวดเอวแค่ 3 เดือน แต่กลับส่งผลให้ไตเสื่อมสภาพจนต้องเข้าสู่กระบวนการฟอกไต

นพ. หง ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า คำถามที่พบบ่อยที่สุดในคลินิกโรคไตคือ "ต้องกินนานแค่ไหน (3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี) ถึงจะทำให้ไตพัง?" ซึ่งในทางการแพทย์ยังไม่มีงานวิจัยใดระบุตัวเลขที่ชัดเจนว่าต้องกินกี่เดือนถึงจะทำให้ไตวายได้ เพราะปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "ระยะเวลา" เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ปริมาณสะสม ความถี่ในการใช้ และ สุขภาพไตเดิมของผู้ป่วย

นพ. หง อธิบายว่า ยาแก้ปวดที่ส่งผลต่อไตมากที่สุดคือ "กลุ่มยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)" เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) และนาพรอกเซน (Naproxen) ยาเหล่านี้จะไปยับยั้งการสร้างพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง สำหรับคนที่มีสุขภาพไตแข็งแรง การกินเป็นครั้งคราวมักไม่ทำให้เกิดความเสียหายถาวร แต่หากใช้ต่อเนื่องในปริมาณมาก ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อไตจะพุ่งสูงขึ้น

อ้างอิงจากงานวิจัยขนาดใหญ่ในปี 2024 ที่รวบรวมข้อมูลจาก 40 งานวิจัยและกลุ่มตัวอย่างกว่า 1.75 ล้านคน พบว่าผู้ที่ใช้ยา NSAIDs ในระยะยาวมีความเสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นประมาณ 50% และหากผู้ป่วยมีโรคไตเรื้อรังอยู่แล้ว ความเสี่ยงจะพุ่งสูงขึ้นถึง 67% นอกจากนี้ อีกงานวิจัยที่ติดตามผู้ใหญ่เกือบ 2 ล้านคนยังพบว่า ผู้ที่ใช้ยา NSAIDs อย่างต่อเนื่องมีความเสี่ยงที่ไตจะเสื่อมสภาพเพิ่มขึ้น 1.7 เท่า และมีความเสี่ยงที่การทำงานของไตจะลดลงอย่างรวดเร็ว (ค่า eGFR ลดลงมากกว่า 30%) ถึง 2 เท่า

นพ. หง ย้ำว่า "การใช้ระยะยาว" ในงานวิจัยไม่มีนิยามที่ตายตัว และในทางการแพทย์ก็ไม่มี "เกณฑ์ความปลอดภัย" ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเป็น 90 วันหรือ 1 ปี ดังนั้นประชาชนจึงไม่ควรเข้าใจผิดว่า "กินครบ 3 เดือนแล้วไตจะพังแน่นอน"

 

กลุ่มเสี่ยง 6 ประเภทที่ควรระวังเป็นพิเศษ

ผู้ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือกลุ่มคนที่ติดยาแก้ปวดทุกวัน โดยเฉพาะ 6 กลุ่มนี้ เนื่องจากไตมีความเปราะบางอยู่แล้ว การใช้ยา NSAIDs จึงเสี่ยงต่อภาวะไตวายเฉียบพลันหรือไตเสื่อมเรื้อรังได้ง่าย:

  1. ผู้ป่วยเบาหวาน

  2. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

  3. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

  4. ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว

  5. ผู้สูงอายุ

  6. ผู้ที่ต้องทานยาขับปัสสาวะ, ยาปฏิชีวนะ หรือยาเคมีบำบัดร่วมด้วย

สุดท้าย นพ. หง เน้นย้ำว่า ไม่ใช่ว่ายาแก้ปวดห้ามกินเลย ผู้ป่วยโรคไตสามารถกินได้ในระยะสั้นเมื่อมีอาการไข้ ถอนฟัน ผ่าตัด หรือปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง โดยมีหลักการสำคัญคือ "ใช้ในปริมาณต่ำที่สุดที่ให้ผลการรักษา" และ "ใช้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น" พร้อมกับดื่มน้ำให้เพียงพอระหว่างที่ใช้ยาครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล