ถูกแค่ไหนก็ห้ามซื้อ! เปิดลิสต์ 3 ลักษณะ "น้ำปลา" แลกป่วยทางปาก สุขภาพพังทั้งบ้าน

ถูกแค่ไหนก็ห้ามซื้อ! เปิดลิสต์ 3 ลักษณะ "น้ำปลา" แลกป่วยทางปาก สุขภาพพังทั้งบ้าน

ถูกแค่ไหนก็ห้ามซื้อ! เปิดลิสต์ 3 ลักษณะ "น้ำปลา" แลกป่วยทางปาก สุขภาพพังทั้งบ้าน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนสายช้อป: อย่าเห็นแก่ของถูก! เผย 3 ลักษณะ "น้ำปลา" ที่ต้องหลีกเลี่ยง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพคนในบ้าน

รู้ไว้ก่อนช้อป! วิธีเช็กน้ำปลาปลอม-หมดอายุ พร้อมเผยความจริงเรื่อง 'ค่าความโปรตีน' ที่หลายคนยังเข้าใจผิด

"น้ำปลา" จัดเป็นเครื่องปรุงสามัญประจำบ้านที่แทบทุกครัวขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้ปรุงรสแกง ผัด หรือทำเป็นน้ำจิ้มรสแซบ ทว่าในปัจจุบันที่มีการแข่งขันทางการตลาดสูง ของกินของใช้มีให้เลือกละลานตาจนบางครั้งเราอาจเผลอหยิบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานลงตะกร้าเพียงเพราะเห็นแก่ป้ายลดราคา

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในอาหารได้ออกมาเตือนว่า หากคุณไปเดินตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วเจอเจอน้ำปลาที่มี 3 ลักษณะ ต่อไปนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงทันที แม้ว่าราคาจะถูกแสนถูกแค่ไหนก็ตาม!

1. ฝาขวดบวม มีรอยรั่วซึม หรือซีลพลาสติกฉีกขาด

นี่คือจุดสังเกตแรกที่ง่ายที่สุดและห้ามมองข้ามเด็ดขาดก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน:

  • สัญญาณอันตราย: หากพบว่าฝาขวดมีลักษณะบวมพอง ลิ้นฝาเผยอ ขวดบุบเบี้ยว มีคราบน้ำปลาเหนียวเยิ้มเกาะอยู่รอบๆ ปากขวด หรือซีลพลาสติกนิรภัยที่คอขวดถูกแกะและฉีกขาด

  • ผลกระทบ: สัญญาณเหล่านี้บ่งบอกว่าน้ำปลาขวดนั้นอาจผ่านการกระแทกอย่างรุนแรงระหว่างขนส่ง หรือจัดเก็บไม่ดีจนทำให้อากาศภายนอกเล็ดลอดเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้จุลินตรีย์และเชื้อโรคเติบโต จนน้ำปลาเน่าเสียก่อนเวลาอันควร

2. น้ำปลามีสีเข้มจัดจนขุ่น มีตะกอนแปลกปลอม หรือมีกลิ่นบูด

หลายคนเชื่อว่าน้ำปลาที่สีเข้มขึ้นแปลว่าเสีย ซึ่งจริงๆ แล้ว "ไม่ถูกต้องทั้งหมด" เพราะน้ำปลาแท้เมื่อเปิดใช้ไปนานๆ หรือโดนแดดและความร้อน สีจะเข้มขึ้นตามธรรมชาติ (Oxidation) เป็นเรื่องปกติ แต่จุดที่ต้องระวังจริงๆ คือ:

  • สัญญาณอันตราย: น้ำปลาต้องมีความใส ไม่ขุ่นมัว หากพบว่าน้ำปลาในขวดมีความขุ่น ผิดปกติ มีฝ้าขาวลอยอยู่บนผิวน้ำ มีเชื้อรา หรือดมดูแล้วมีกลิ่นเปรี้ยว กลิ่นฉุนสารเคมี หรือกลิ่นเหม็นหืนที่ไม่ใช่กลิ่นหอมนัวของน้ำปลา

  • หมายเหตุสำหรับน้ำปลาโบราณ: ในน้ำปลาแท้บางยี่ห้ออาจมีผลึกเกลือสีขาวเล็กๆ ตกอยู่ก้นขวดได้ ถือเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติจากการอิ่มตัวของเกลือ ไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่หากไม่มั่นใจ ควรเลือกขวดที่ผลิตใหม่และใสสะอาดจะดีที่สุด

3. น้ำปลาโนเนม ไร้ฉลากระบุที่มา หรือเป็นสินค้าใกล้หมดอายุ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการหยิบของเพราะ "ราคาถูก" โดยไม่ได้อ่านฉลากให้ถี่ถ้วน:

  • สัญญาณอันตราย: ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีชื่อโรงงานผลิต ไม่มีเครื่องหมาย อย. รองรับ ไม่มีตารางส่วนผสมที่ชัดเจน หรือตัวหนังสือบนฉลากเลือนรางจนอ่านไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้น หากเป็นน้ำปลาที่ "ใกล้หมดอายุ" (เหลืออายุการใช้งานไม่ถึง 1-2 เดือน) ในขณะที่ครอบครัวของคุณไม่ได้ทำอาหารบ่อย การซื้อมาเปิดทิ้งไว้นานๆ จะยิ่งเร่งความเสื่อมสภาพของน้ำปลาให้เร็วยิ่งขึ้น

เคล็ดไม่ลับ: อย่าดูแค่ "ปริมาณโปรตีน/ความโปรตีน" (Độ đạm) เพียงอย่างเดียว

ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า น้ำปลาขวดไหนที่มีเปอร์เซ็นต์ความโปรตีนสูงๆ จะต้องเป็นน้ำปลาที่อร่อยและดีที่สุดเสมอ ความจริงแล้วค่าโปรตีนเป็นเพียงดัชนีชี้วัดปริมาณไนโตรเจนโดยรวมในขวดเท่านั้น แต่น้ำปลาที่ดีและตอบโจทย์ที่สุดขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้:

  • การใช้งานที่ต่างกัน: หากคุณต้องการน้ำปลามาทำ "น้ำปลาพริกหรือน้ำจิ้มสด" การเลือกน้ำปลาแท้เกรดพรีเมียมที่มีระดับโปรตีนสูง จะให้รสชาติที่กลมกล่อม หอมนัว ไม่เค็มโดด

  • สไตล์การปรุงมื้อหลัก: แต่หากนำไปใช้ทำอาหารประเภทผัด แกง ทอด ที่ต้องผ่านความร้อนสูงในชีวิตประจำวัน น้ำปลาเกรดทั่วไปที่มีระดับโปรตีนปานกลางก็เพียงพอและตอบโจทย์ได้ดี แถมยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มากกว่า

บทสรุป: เลือกให้ชัวร์ตั้งแต่ตอนซื้อ เพื่อมื้ออาหารที่ปลอดภัย

น้ำปลาเป็นสิ่งที่เราทานเข้าไปเกือบทุกวัน การสละเวลาเพิ่มเพียง 1-2 นาทีเพื่อตรวจเช็กสภาพบรรจุภัณฑ์ วันหมดอายุ และเครื่องหมายรับรองบนฉลาก จะช่วยลดความเสี่ยงจากการทานอาหารปนเปื้อนได้อย่างมหาศาล และหลังจากเปิดใช้งานแล้ว อย่าลืมปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น ห่างจากแสงแดดและความร้อนของเตาแก๊ส เพื่อให้น้ำปลารักษารสชาติความอร่อยและคงคุณค่าความปลอดภัยไว้ได้นานที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล