แอปเปิล-แครอท คือแชมป์ไมโครพลาสติก จริงหรือ? กูรูเฉลย พร้อมวิธีล้างให้ปลอดภัย!

แอปเปิล-แครอท คือแชมป์ไมโครพลาสติก จริงหรือ? กูรูเฉลย พร้อมวิธีล้างให้ปลอดภัย!

แอปเปิล-แครอท คือแชมป์ไมโครพลาสติก จริงหรือ? กูรูเฉลย พร้อมวิธีล้างให้ปลอดภัย!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ภัยเงียบในจานโปรด: ทำไม "แอปเปิล และ แครอท" ถึงกลายเป็นพืชที่สะสม "ไมโครพลาสติก" มากที่สุด?

กังวลได้แต่ต้องรู้วิธีแก้! เจาะลึกโครงสร้างพืชตัวการดูด 'ไมโครพลาสติก' จากดิน และทริกคลีนผลไม้ฉบับถูกต้อง

"ไมโครพลาสติก" (Microplastics) หรือเศษพลาสติกขนาดเล็กจิ๋วระดับตาเปล่ามองไม่เห็น กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ทางสิ่งแวดล้อมที่แอบแฝงเข้ามาในห่วงโซ่อาหารของมนุษย์อย่างเงียบๆ ผ่านทางผืนดินและแหล่งน้ำตื้น และที่น่าตกใจก็คือ ผลไม้และพืชผักยอดนิยมอย่าง "แอปเปิล และ แครอท" ได้ตกเป็นเหยื่ออันดับต้นๆ ของกระบวนการปนเปื้อนนี้โดยที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

ทำไมพืชสองชนิดนี้ถึงกลายเป็นแหล่งดักจับไมโครพลาสติก และเราจะมีวิธีรับประทานอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ? มีคำตอบมาฝากกัน

ไขปริศนา: ทำไมแอปเปิลและแครอทถึง "ดูด" ไมโครพลาสติกเก่งกว่าเพื่อน?

ไมโครพลาสติกไม่ได้ลอยละล่องอยู่แค่ในมหาสมุทรเท่านั้น แต่ในปัจจุบันพวกมันปะปนอยู่ทั่วไปในดินกสิกรรม แหล่งน้ำที่ใช้รดน้ำ และปุ๋ยเคมี ซึ่งพืชแต่ละชนิดมีกลไกการรับสารอาหารที่ต่างกัน ส่งผลให้ทั้งสองพืชยอดฮิตมีอัตราการสะสมสารปนเปื้อนสูงเป็นพิเศษ:

  • แครอท (กลุ่มพืชหัวใต้ดิน): แครอทเติบโตและเจริญพันธุ์อยู่ใต้ผืนดินโดยตรง โดยระบบรากแก้วของแครอทมีความสามารถในการดูดซึมน้ำและสารอาหารที่รุนแรงมาก และในจังหวะนั้นเอง รูพรุนของรากก็มักจะเกี่ยวกระตุกและกวาดต้อนเอาอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กจิ๋ว (Nano-plastics) ที่ตกค้างอยู่ในดินเข้าสู่แกนกลางของหัวแครอทได้อย่างง่ายดาย

  • แอปเปิล (กลุ่มผลไม้เปลือกบาง): งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า โครงสร้างของ "เปลือกแอปเปิล" มีลักษณะพื้นผิวและความเหนียวเหนอะหนะตามธรรมชาติที่เอื้อต่อการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวมถึงอนุภาคไมโครพลาสติกที่ปลิวมาในอากาศหรือปะปนมากับน้ำที่ใช้ฉีดพ่น ยิ่งเมื่อปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เศษพลาสติกเหล่านี้ก็จะฝังแน่นอยู่บนเปลือกและเข้าสู่ร่างกายเราทันทีเมื่อรับประทาน

แจกสูตรลับ: ล้างและเตรียมวัตถุดิบอย่างไรให้ลดไมโครพลาสติกได้มากที่สุด?

แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงปนเปื้อน แต่แพทย์และนักโภชนาการย้ำว่า "ไม่ควรตัดใจเลิกทานแอปเปิลและแครอท" เพราะพืชทั้งสองชนิดเป็นแหล่งวิตามินและสารอาหารชั้นยอด แต่เราสามารถใช้วิธีป้องกันและลดปริมาณไมโครพลาสติกก่อนทานได้ด้วยทริกง่ายๆ เหล่านี้:

สำหรับแครอท

  • ปอกเปลือกให้เกลี้ยง : นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด! เพราะผลการวิจัยชิ้นส่วนใหญ่พบว่า ไมโครพลาสติกส่วนมากจะกระจุกตัวหนาแน่นอยู่บริเวณเปลือกนอกและเนื้อเยื่อชั้นนอกสุดที่ติดกับเปลือก การปอกผิวออกไปจนเห็นเนื้อแท้ข้างใน จะช่วยสลัดสารตกค้างออกไปได้จำนวนมหาศาล

  • แช่น้ำเกลือหรือน้ำซาวข้าว: นำแครอทที่ปอกแล้วไปแช่ในน้ำเกลือจางๆ หรือน้ำซาวข้าวก่อนนำไปปรุงอาหาร จะช่วยเคลียร์เศษสิ่งสกปรกและสารตกค้างตามผิวเนื้อหน้าได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับแอปเปิล

  • ยอมปอกเปลือกทิ้ง: แม้ว่าเปลือกแอปเปิลจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แต่ถ้าคุณกังวลเรื่องไมโครพลาสติกและสารเคมีตกค้าง การปอกเปลือกแอปเปิลก่อนทานคือทางเลือกที่เพลย์เซฟและปลอดภัยที่สุดในเวลานี้

  • ล้างด้วยเบกกิ้งโซดา (Baking Soda): หากอยากทานทั้งเปลือกจริงๆ ให้ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 กะละมัง แช่แอปเปิลทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที จากนั้นใช้มือหรือแปรงนุ่มๆ ขัดถูเบาๆ ให้ทั่วผลก่อนล้างน้ำสะอาดไหลผ่าน เบกกิ้งโซดาจะช่วยชะล้างคราบแว็กซ์ คราบฝุ่น และอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กที่เกาะตามเปลือกให้หลุดออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3 กฎเหล็กในการเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตรให้ห่างไกลพลาสติก

เพื่อลดโอกาสในการนำไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายตั้งแต่ต้นทาง เวลาไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดสด ควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้:

  1. เลือกซื้อผลผลิตออร์แกนิก (Organic): เกษตรกรรมอินทรีย์จะมีการควบคุมและจำกัดการใช้ปุ๋ยเคมี รวมถึงลดการใช้ผ้าพลาสติกคลุมหน้าดิน (Plastic Mulching) ซึ่งเป็นต้นตอหลักของการแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกในดิน

  2. กินผักผลไม้ตามฤดูกาล: พืชผักที่โตตามฤดูกาลมักไม่ต้องพึ่งพากระบวนการเพาะปลูกแบบอุตสาหกรรมเร่งรัดที่มีการใช้สารเคมีและพลาสติกปริมาณมากในการควบคุมอุณหภูมิและศัตรูพืช

  3. ลดการทานอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง: อาหารที่ต้องแพ็กและอยู่ในถุงพลาสติกหรือกล่องโฟมเป็นเวลานานๆ มีโอกาสปนเปื้อนสารพลาสติกหลุดร่วงลงสู่อาหารสูงกว่าผักผลไม้สดหลายเท่าตัว

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนถึงขั้นไม่กล้าทานผักและผลไม้ เพราะกลไกและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์มีความสามารถในการขับถ่ายสิ่งแปลกปลอมและไมโครพลาสติกออกไปได้บางส่วนตามธรรมชาติ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติ ใส่ใจในขั้นตอนการทำความสะอาด และเลือกแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เพื่อปกป้องสุขภาพของทุกคนในครอบครัวในระยะยาว

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล