เครื่องซักผ้า "ฝาบน-ฝาหน้า-ถังเอียง" แบบไหนกินไฟที่สุด? ต่างชาติกางสถิติวัดกันชัดๆ!

เครื่องซักผ้า "ฝาบน-ฝาหน้า-ถังเอียง" แบบไหนกินไฟที่สุด? ต่างชาติกางสถิติวัดกันชัดๆ!

เครื่องซักผ้า  "ฝาบน-ฝาหน้า-ถังเอียง" แบบไหนกินไฟที่สุด? ต่างชาติกางสถิติวัดกันชัดๆ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เครื่องซักผ้า 3 ประเภท "ฝาบน-ฝาหน้า-ถังเอียง" แบบไหนประหยัดไฟและประหยัดน้ำที่สุด?

ในช่วงที่ค่าครองชีพและค่าไฟฟ้าเป็นเรื่องที่หลายครัวเรือนต้องคิดหนัก การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้เหมาะกับการใช้งานจึงสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะ เครื่องซักผ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หลายบ้านใช้งานเป็นประจำทุกสัปดาห์

ปัจจุบันเครื่องซักผ้าที่พบได้ทั่วไปมีหลายรูปแบบ แต่หากแบ่งตามลักษณะถังซักและวิธีใส่ผ้า มักแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ เครื่องซักผ้าฝาบน, เครื่องซักผ้าฝาหน้า และ เครื่องซักผ้าถังเอียง ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัด และการใช้น้ำ-ไฟต่างกัน โดยทางเว็บไซต์ SOHA ได้จำแนกออกมา ดังนี้

เครื่องซักผ้ากินไฟมากแค่ไหน?

เครื่องซักผ้าอาจไม่ได้กินไฟสูงเท่าเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำน้ำอุ่น แต่ก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยเฉพาะบ้านที่ซักผ้าบ่อย ใช้โปรแกรมน้ำร้อน หรือใช้เครื่องอบผ้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ปริมาณไฟฟ้าที่เครื่องซักผ้าใช้จริงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดเครื่อง ปริมาณผ้า โปรแกรมซัก อุณหภูมิน้ำ รอบปั่นหมาด ประเภทมอเตอร์ และฉลากประหยัดพลังงานของแต่ละรุ่น ดังนั้น การเลือกซื้อจึงไม่ควรดูแค่ประเภทเครื่อง แต่ควรดูข้อมูลบนฉลากและพฤติกรรมการใช้งานร่วมด้วย

1. เครื่องซักผ้าฝาบน หรือถังซักแนวดิ่ง

เครื่องซักผ้าฝาบน เป็นประเภทที่หลายบ้านคุ้นเคย เพราะใช้งานง่าย ใส่ผ้าจากด้านบน ไม่ต้องก้มมาก และมักมีราคาย่อมเยากว่าเครื่องฝาหน้า โครงสร้างโดยรวมไม่ซับซ้อน และเหมาะกับบ้านที่ต้องการความสะดวกในการหยิบผ้าเข้า-ออกระหว่างใช้งาน

ข้อจำกัดคือ เครื่องฝาบนบางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่มีแกนซักกลางหรือใช้ปริมาณน้ำมาก อาจใช้น้ำมากกว่าเครื่องฝาหน้า เพราะต้องเติมน้ำให้ท่วมผ้าเพื่อให้ผ้าเคลื่อนตัวและซักได้ทั่วถึง นอกจากนี้ บางรุ่นอาจทำให้ผ้าพันกันง่ายกว่า และรอบปั่นหมาดอาจต่ำกว่าเครื่องฝาหน้าบางรุ่น

ด้านการใช้น้ำและไฟ: โดยทั่วไป เครื่องฝาบนแบบดั้งเดิมมักใช้น้ำมากกว่าเครื่องฝาหน้า แต่เครื่องฝาบนรุ่นใหม่แบบไม่มีแกนซัก หรือรุ่นที่มีระบบอินเวอร์เตอร์และเซ็นเซอร์น้ำหนักผ้า อาจช่วยประหยัดน้ำและไฟได้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า

2. เครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือถังซักแนวนอน

เครื่องซักผ้าฝาหน้า ใช้หลักการหมุนถังให้ผ้ายกตัวขึ้นแล้วตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง หรือที่เรียกว่า Tumbling Action จึงไม่จำเป็นต้องเติมน้ำจนท่วมผ้าทั้งถัง ทำให้โดยภาพรวมใช้น้ำน้อยกว่าเครื่องฝาบนแบบดั้งเดิม

ข้อมูลจาก ENERGY STAR ระบุว่า เครื่องซักผ้าฝาหน้าที่ได้รับการรับรองด้านประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานและน้ำประมาณ 50% น้อยกว่าเครื่องซักผ้าฝาบนแบบมีแกนซักกลาง จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับบ้านที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดน้ำและไฟในระยะยาว

ข้อดีอีกอย่างคือ เครื่องฝาหน้ามักมีรอบปั่นหมาดสูง ทำให้ผ้าแห้งหมาดมากขึ้น ลดเวลาตาก หรือช่วยลดภาระของเครื่องอบผ้าหากต้องใช้งานร่วมกัน แต่ข้อจำกัดคือราคาซื้อเริ่มต้นและค่าซ่อมบำรุงมักสูงกว่าเครื่องฝาบน และต้องดูแลขอบยางประตู รวมถึงเปิดฝาให้แห้งหลังใช้งาน เพื่อลดกลิ่นอับและเชื้อรา

3. เครื่องซักผ้าถังเอียง

เครื่องซักผ้าถังเอียง เป็นรูปแบบที่ออกแบบให้ถังซักเอียงทำมุม เพื่อช่วยให้หยิบผ้าเข้า-ออกได้สะดวกขึ้น และลดการก้มตัวมากเกินไป บางรุ่นพัฒนามาเพื่อผสมข้อดีของเครื่องฝาบนและฝาหน้าเข้าด้วยกัน

เครื่องประเภทนี้มักมีโปรแกรมซักหลากหลาย ถนอมผ้าได้ดี และช่วยให้ผ้ากระจายตัวในถังได้เหมาะสมขึ้น แต่ข้อจำกัดคือราคามักสูงกว่าเครื่องฝาบนทั่วไป และมีตัวเลือกในตลาดน้อยกว่าเครื่องฝาบนหรือฝาหน้า

ด้านการใช้น้ำและไฟ: เครื่องถังเอียงบางรุ่นอาจประหยัดน้ำและพลังงานได้ดีใกล้เคียงเครื่องฝาหน้า แต่ไม่ควรสรุปเหมารวมทุกเครื่อง เพราะประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของแต่ละรุ่น เช่น ระบบอินเวอร์เตอร์ เซ็นเซอร์น้ำหนักผ้า โปรแกรมซัก และฉลากประหยัดไฟ

สรุปแบบเข้าใจง่าย: แบบไหนประหยัดที่สุด?

ประเภทเครื่องซักผ้า จุดเด่น ข้อควรระวัง ภาพรวมการประหยัดน้ำ-ไฟ
ฝาบน ใช้งานง่าย ราคาเข้าถึงง่าย บางรุ่นใช้น้ำมาก ผ้าอาจพันกัน ประหยัดน้อยกว่าฝาหน้าในรุ่นดั้งเดิม แต่รุ่นใหม่ดีขึ้นมาก
ฝาหน้า ประหยัดน้ำ ถนอมผ้า รอบปั่นสูง ราคาสูงกว่า ต้องดูแลขอบยางและกลิ่นอับ โดยรวมประหยัดน้ำและไฟได้ดีที่สุด โดยเฉพาะรุ่นประหยัดพลังงาน
ถังเอียง หยิบผ้าสะดวก ถนอมผ้า โปรแกรมหลากหลาย ราคาสูงและมีตัวเลือกน้อยกว่า บางรุ่นประหยัดใกล้เคียงฝาหน้า แต่ต้องดูเป็นรุ่น ๆ ไป

เลือกซื้อเครื่องซักผ้าอย่างไรให้คุ้มค่า?

หากมองเฉพาะเรื่องการประหยัดน้ำและไฟในระยะยาว เครื่องซักผ้าฝาหน้า มักเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุด โดยเฉพาะรุ่นที่มีฉลากประหยัดพลังงานและมีระบบอินเวอร์เตอร์ ส่วนเครื่องถังเอียงอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการหยิบผ้าและถนอมผ้า แต่ควรตรวจสอบข้อมูลการใช้ไฟและน้ำของแต่ละรุ่นก่อนซื้อ

สำหรับเครื่องฝาบน แม้อาจใช้น้ำมากกว่าในบางรุ่น แต่ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการเครื่องราคาเข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และดูแลไม่ซับซ้อน ทั้งนี้ ควรเลือกเครื่องฝาบนรุ่นใหม่ที่มีระบบประหยัดน้ำ ระบบอินเวอร์เตอร์ และมีฉลากประหยัดไฟ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ทริกใช้เครื่องซักผ้าให้ประหยัดไฟกว่าเดิม

  • เลือกขนาดเครื่องให้เหมาะกับจำนวนสมาชิกในบ้าน
  • ซักผ้าให้เต็มถังตามปริมาณที่เครื่องแนะนำ ไม่ซักทีละน้อยบ่อยเกินไป
  • ใช้โปรแกรมน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ หากเสื้อผ้าไม่ได้สกปรกมาก
  • เลือกโปรแกรมซักให้เหมาะกับชนิดผ้าและระดับความสกปรก
  • ทำความสะอาดถังซัก ช่องใส่น้ำยา และแผ่นกรองเป็นประจำ
  • ปั่นหมาดให้เหมาะสม เพื่อลดเวลาตากหรือเวลาการใช้เครื่องอบผ้า

บทสรุป

หากถามว่าเครื่องซักผ้าแบบไหนประหยัดไฟและประหยัดน้ำที่สุด คำตอบโดยภาพรวมคือ เครื่องซักผ้าฝาหน้า โดยเฉพาะรุ่นที่ได้มาตรฐานประหยัดพลังงาน ส่วนเครื่องถังเอียงก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจในบางรุ่น ขณะที่เครื่องฝาบนยังมีข้อดีเรื่องราคาและความสะดวกในการใช้งาน

ท้ายที่สุด การเลือกเครื่องซักผ้าที่คุ้มค่าที่สุดไม่ใช่แค่ดูว่าเป็นฝาบนหรือฝาหน้า แต่ควรดูฉลากประหยัดไฟ ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อรอบ ขนาดถังซัก เทคโนโลยีมอเตอร์ และพฤติกรรมการใช้งานของคนในบ้านร่วมกัน เพราะสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่ช่วยลดค่าไฟและค่าน้ำได้จริงในระยะยาว

 

แหล่งอ้างอิง

  1. ENERGY STAR: Clothes Washers
  2. ENERGY STAR Certified Clothes Washers
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล