"โรลออน" ใช้ทุกวันเสี่ยงมะเร็ง จริงไหม? กูรูเฉลยใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง! : เช็กข่าวชัวร์

"โรลออน" ใช้ทุกวันเสี่ยงมะเร็ง จริงไหม? กูรูเฉลยใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง! : เช็กข่าวชัวร์

"โรลออน" ใช้ทุกวันเสี่ยงมะเร็ง จริงไหม? กูรูเฉลยใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง! : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขข้อข้องใจ! ใช้ 'โรลออนระงับเหงื่อ' ทุกวันอันตรายไหม? แพทย์ผิวหนังมาตอบเอง พร้อมเคลียร์คัทสารพัดความเชื่อผิดๆ

ไขความลับใต้ร่มผ้า: ใช้สารระงับเหงื่อทุกวันอันตรายต่อร่างกายไหม? ผู้เชี่ยวชาญเผยความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด

"เหงื่อ" คือกลไกตามธรรมชาติของร่างกายในการขับความร้อนและรักษาความสมดุล แต่เพื่อความมั่นใจในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายและระงับเหงื่อกันเป็นประจำทุกวัน จนเกิดคำถามและข้อถกเถียงตามมาในโลกออนไลน์ว่า การกดหรือบล็อกไม่ให้เหงื่อไหลออกมาตามธรรมชาตินั้น จะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวหรือไม่? วันนี้เรามีคำตอบและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มาฝากกัน

รู้ก่อนใช้: "เดโอดอแรนท์" กับ "แอนตี้เพอร์สไปแรนท์" ทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์ดูแลใต้วงแขนที่เราเรียกกันติดปากซ้ำๆ จริงๆ แล้วถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีหลักการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

  • แอนตี้เพอร์สไปแรนท์ (Antiperspirant - สารระงับเหงื่อ): ทำหน้าที่เข้าไป "บล็อก" หรืออุดรูขุมขนและต่อมเหงื่อชั่วคราว โดยอาศัยสารประกอบของอลูมิเนียม (Glin) ตัวสารจะทำปฏิกิริยากับเหงื่อจนกลายเป็น "เจลอุดชั่วคราว" เพื่อลดปริมาณเหงื่อที่ไหลออกมา

  • เดโอดอแรนท์ (Deodorant - สารระงับกลิ่นกาย): ไม่มีฤทธิ์ในการห้ามเหงื่อ แต่ทำหน้าที่จัดการกับเหงื่อที่ไหลออกมาแล้ว โดยจะเข้าไปช่วยสลายและเน้นย้ำการทำลายแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของกลิ่นกาย พร้อมทั้งให้กลิ่นหอมสดชื่นทดแทน

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติ (NIZP-PZH) ยืนยันว่า ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่จะมาลบล้างความปลอดภัยของสารระงับเหงื่อได้ ส่วนอาการระคายเคืองผิวหนังที่พบได้ในบางรายนั้น มักเกิดจากค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่ค่อนข้างต่ำของตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เกิดจากสารประกอบอลูมิเนียมแต่อย่างใด อีกทั้งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดก่อนวางจำหน่ายเสมอ

การบล็อกเหงื่อใต้รักแร้... ส่งผลเสียต่อระบบระบายความร้อนของร่างกายไหม?

หลายคนกังวลว่าหากเหงื่อไม่ไหล ร่างกายจะสะสมความร้อนจนเป็นอันตราย เรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ต่อมเหงื่อในร่างกายมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ:

  • ต่อมเหงื่อเอคครีน (Eccrine Glands): กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ทำหน้าที่หลักในการหลั่งเหงื่อเพื่อระบายความร้อนและควบคุมอุณหภูมิ

  • ต่อมเหงื่ออะโพครีน (Apocrine Glands): พบบ่อยในบริเวณใต้รักแร้และจุดซ่อนเร้น ซึ่งต่อมประเภทนี้ ไม่ได้มีบทบาทหลักในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายเลย

ดังนั้น การใช้สารระงับเหงื่อเพื่อบล็อกต่อมเหงื่อเฉพาะบริเวณใต้วงแขน จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบการระบายความร้อนรวมของร่างกายแต่อย่างใด และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

นักวิทยาศาสตร์เคลียร์ชัด: อลูมิเนียมในโรลออน ก่อมะเร็งเต้านมและอัลไซเมอร์จริงหรือ?

หนึ่งในข่าวลือที่แชร์กันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์คือ สารอลูมิเนียมในผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายจนก่อให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมหรือโรคอัลไซเมอร์ได้ ทว่า งานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากได้ออกมาลบล้างความเชื่อเหล่านี้แล้ว

องค์กรระดับสากลอย่างองค์การอาหารและยา (FDA) และหน่วยงานความปลอดภัยด้านผู้บริโภคแห่งยุโรป ได้รับรองตรงกันว่า สารประกอบอลูมิเนียมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อมีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากอัตราการซึมผ่านของอลูมิเนียมเข้าสู่ผิวหนังกายที่แข็งแรงนั้น มีปริมาณที่น้อยมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญ และไม่สามารถสะสมจนเป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังคือควรหลีกเลี่ยงการทาสารระงับเหงื่อบนผิวหนังที่มีบาดแผล หรือผิวที่เพิ่งผ่านการโกงและถอนใหม่ๆ เพื่อป้องกันการระคายเคือง

ใครบ้างที่ควร "สั่งเบรก" หรือหลีกเลี่ยงการใช้สารระงับเหงื่อ?

แม้จะปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป แต่กลุ่มคนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ควรใช้งานด้วยความระมัดระวัง:

  • ผู้ที่มีบาดแผลหรือเพิ่งโกนขนรักแร้: สารเคมีอาจทำให้เกิดอาการแสบคันหรือเกิดการแพ้ระคายเคืองได้ง่าย

  • ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังหรือมีภาวะผิวหนังอักเสบ: ควรพักการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จนกว่าผิวหนังจะหายเป็นปกติ

  • ผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis): สำหรับกลุ่มคนที่มีภาวะนี้ ดร. อดัม ฟรีดแมน แพทย์ผิวหนังชื่อดังระบุว่า ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อสูตรทั่วไปตามท้องตลาดมักเอาไม่อยู่ และแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อใช้ยาทาเฉพาะที่ตามใบสั่งแพทย์ หรือรักษาด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) แทนจะตรงจุดกว่า

สรุปควรรู้: หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อเป็นประจำทุกวันแล้วไม่พบอาการแพ้ ผื่นคัน หรือสิ่งผิดปกติใดๆ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพียงแค่ปฏิบัติตามข้อแนะนำบนฉลาก และหลีกเลี่ยงการทาบนผิวที่ถลอกหรือมีแผล เท่านี้คุณก็สามารถระงับกลิ่นกายได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกๆ วันแล้ว

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล