ชายชอบว่ายน้ำ สุดท้ายไตวายดับ หมอชี้จุดพลาดคือ "ช่วงเวลา" ว่ายแบบนี้ บั่นทอนอายุขัย!

ชายชอบว่ายน้ำ สุดท้ายไตวายดับ หมอชี้จุดพลาดคือ "ช่วงเวลา" ว่ายแบบนี้ บั่นทอนอายุขัย!

ชายชอบว่ายน้ำ สุดท้ายไตวายดับ หมอชี้จุดพลาดคือ "ช่วงเวลา" ว่ายแบบนี้ บั่นทอนอายุขัย!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายวัย 39 ว่ายน้ำทุกวันหวังสุขภาพดี สุดท้ายไตวายเฉียบพลัน เสียชีวิต หมอเตือนออกกำลังกายผิดวิธีก็เสี่ยงได้

หลายคนเชื่อว่าแค่ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็เพียงพอแล้วต่อการดูแลสุขภาพไต แต่ในความเป็นจริง การออกกำลังกายที่หนักเกินไป หรือทำในช่วงเวลาที่ร่างกายไม่พร้อม อาจกลายเป็นภาระต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว

กรณีของชายชาวจีนวัย 39 ปีรายหนึ่ง กลายเป็นเรื่องเตือนใจที่ถูกพูดถึง หลังเขาเป็นคนรักสุขภาพ ควบคุมอาหาร และว่ายน้ำอย่างน้อยวันละประมาณ 1 ชั่วโมงแทบทุกคืน แต่สุดท้ายกลับเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันรุนแรง และเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนอย่างรวดเร็ว

ตามรายงานระบุว่า ชายรายนี้มีนามสกุลลู่ ทำงานออฟฟิศที่มีความเครียดสูง มักทำงานล่วงเวลา และมีอาการเหนื่อยล้าสะสมเป็นประจำ หลังเลิกงานเขาจะไปว่ายน้ำทันที เพราะเชื่อว่าจะช่วยคลายเครียด ฟื้นฟูร่างกาย และทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น

รักสุขภาพ แต่ว่ายน้ำตอนร่างกายล้า อาจกลายเป็นความเสี่ยง

ภรรยาของเขาไม่เข้าใจว่า ทำไมชายที่ดูแลตัวเองดี ไม่ดื่มหนัก ไม่สูบบุหรี่ และออกกำลังกายทุกวัน จึงป่วยหนักได้เร็วเช่นนี้ แพทย์จึงอธิบายว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การว่ายน้ำโดยตรง แต่อยู่ที่ “วิธีและช่วงเวลา” ที่เขาออกกำลังกาย

ชายรายนี้มักว่ายน้ำในตอนกลางคืน หลังทำงานหนักมาทั้งวัน ร่างกายอยู่ในภาวะอ่อนล้า เครียด และบางครั้งยังไม่ได้รับพลังงานเพียงพอ เมื่อฝืนออกกำลังกายต่อเนื่องนาน ๆ ร่างกายอาจเกิดความเครียดทางกายภาพมากกว่าที่คิด

ยิ่งไปกว่านั้น การลงน้ำเย็นทันทีหลังร่างกายเหนื่อยล้า อาจทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว หัวใจและระบบไหลเวียนเลือดต้องทำงานหนักขึ้น ในบางสถานการณ์อาจส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ รวมถึงไต ลดลงได้

ออกกำลังกายหนักเกินไป อาจเกี่ยวข้องกับไตวายเฉียบพลันได้อย่างไร?

ภาวะไตวายเฉียบพลัน หรือไตบาดเจ็บเฉียบพลัน เกิดขึ้นเมื่อไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียอย่างรวดเร็ว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจมีได้หลายอย่าง เช่น ภาวะขาดน้ำ การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไตลดลง การติดเชื้อ ยาบางชนิด หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรงอื่น ๆ

ในกรณีของการออกกำลังกายหนักเกินไป สิ่งที่แพทย์มักเตือนคือภาวะกล้ามเนื้อสลาย หรือ rhabdomyolysis ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อถูกใช้งานหนักจนบาดเจ็บและสลายตัว สารจากกล้ามเนื้อที่ถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดอาจทำให้ไตทำงานหนัก และในรายรุนแรงอาจนำไปสู่ไตวายเฉียบพลันได้

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในนักกีฬามืออาชีพเท่านั้น แต่สามารถเกิดได้กับคนทั่วไป หากออกกำลังกายหนักเกินระดับที่ร่างกายรับไหว โดยเฉพาะเมื่อพักผ่อนไม่พอ ขาดน้ำ อยู่ในอากาศร้อน หรือฝืนออกกำลังกายทั้งที่ร่างกายอ่อนล้า

น้ำเย็นไม่ใช่เรื่องเล็ก ร่างกายอาจเกิด “cold shock”

การว่ายน้ำเป็นกีฬาที่ดีต่อหัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ แต่การลงน้ำเย็นแบบฉับพลันอาจทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า cold shock ซึ่งอาจทำให้หายใจเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น และหลอดเลือดหดตัว

สำหรับคนสุขภาพดี อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวและไม่เป็นอันตรายรุนแรง แต่ในคนที่เหนื่อยล้า พักผ่อนไม่พอ ขาดน้ำ มีโรคประจำตัว หรือออกกำลังกายหนักต่อเนื่อง ความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้อาจเพิ่มภาระให้หัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด และไตได้มากขึ้น

ดังนั้น การว่ายน้ำหลังเลิกงานไม่ใช่สิ่งต้องห้าม แต่ควรประเมินสภาพร่างกายก่อนเสมอ โดยเฉพาะหากรู้สึกอ่อนเพลียมาก หิว เวียนหัว เจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือปวดกล้ามเนื้อผิดปกติ ไม่ควรฝืนลงน้ำหรือออกกำลังกายต่อ

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามหลังออกกำลังกาย

หลังออกกำลังกาย หากมีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรงผิดปกติ กล้ามเนื้อบวม อ่อนแรงมาก ปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำชา ปัสสาวะน้อยลง คลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อสลายหรือไตบาดเจ็บเฉียบพลันได้

อย่าคิดว่าอาการปวดเมื่อยทุกอย่างเป็นเรื่องปกติหลังออกกำลังกาย เพราะอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไปมักค่อย ๆ ดีขึ้น แต่หากอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีปัสสาวะสีผิดปกติร่วมด้วย ควรตรวจให้ชัดเจนโดยเร็ว

ว่ายน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยกว่าเดิม?

หากต้องการว่ายน้ำเพื่อสุขภาพ ควรเริ่มจากประเมินสภาพร่างกายของตัวเองก่อน ไม่ควรว่ายน้ำทันทีหลังทำงานหนัก อดอาหาร พักผ่อนไม่พอ หรือรู้สึกอ่อนเพลียมาก ควรกินอาหารให้เหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักให้ร่างกายฟื้นตัวก่อน

ควรอบอุ่นร่างกายก่อนลงน้ำ และค่อย ๆ ปรับตัวกับอุณหภูมิน้ำ ไม่ควรกระโดดลงน้ำเย็นทันที โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนหรือในสระที่อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ หากเริ่มรู้สึกหนาวสั่น เหนื่อยผิดปกติ เวียนหัว หรือหายใจติดขัด ควรหยุดทันที

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือเคยมีอาการผิดปกติหลังออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกายหนัก หรือเพิ่มระยะเวลาว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว

การว่ายน้ำไม่ใช่สาเหตุของไตวายโดยตรง และยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพ หากทำอย่างเหมาะสม แต่กรณีนี้สะท้อนว่า การออกกำลังกายหนักในช่วงที่ร่างกายเหนื่อยล้า หิว ขาดน้ำ พักผ่อนไม่พอ หรือเจอน้ำเย็นฉับพลัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะรุนแรงได้ในบางคน

สุขภาพดีไม่ได้หมายถึงการฝืนร่างกายทุกวัน แต่คือการออกกำลังกายให้พอดีกับสภาพร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม และสังเกตสัญญาณผิดปกติของตัวเองเสมอ เพราะบางครั้ง “ความตั้งใจดูแลสุขภาพ” หากทำผิดจังหวะและหนักเกินไป ก็อาจกลายเป็นอันตรายได้เช่นกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล