ข้าราชการจับตา! รัฐบาลจ่อดันเออร์ลี่รีไทร์ปี 2570 เล็งเปิดทางเริ่มที่อายุ 40 ปี

ข้าราชการจับตา! รัฐบาลจ่อดันเออร์ลี่รีไทร์ปี 2570 เล็งเปิดทางเริ่มที่อายุ 40 ปี

ข้าราชการจับตา! รัฐบาลจ่อดันเออร์ลี่รีไทร์ปี 2570 เล็งเปิดทางเริ่มที่อายุ 40 ปี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รัฐบาลจ่อดันเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการปี 2570 เล็งเปิดทางเริ่มอายุ 40 ปี พร้อมศึกษาประกันสุขภาพแทนสวัสดิการเดิม

รัฐบาลเดินหน้าศึกษามาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ เออร์ลี่รีไทร์ สำหรับข้าราชการพลเรือน โดยตั้งเป้าให้เริ่มได้ภายในปีงบประมาณ 2570 ท่ามกลางโจทย์ใหญ่เรื่องรายจ่ายประจำของภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น และความจำเป็นในการปรับโครงสร้างกำลังคนให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ศึกษามาตรการดังกล่าว โดยย้ำว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา และมีเป้าหมายเพื่อลดภาระรายจ่ายประจำของประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด ทั้งเรื่องหลักเกณฑ์ อายุผู้เข้าร่วม งบประมาณที่ต้องใช้ สิทธิประโยชน์จูงใจ รวมถึงแนวทางรองรับข้าราชการที่ออกจากระบบไปแล้วต้องการพัฒนาทักษะเพื่อทำงานต่อในรูปแบบอื่น

ทำไมรัฐบาลถึงหยิบเรื่องเออร์ลี่รีไทร์ขึ้นมาศึกษา?

นายปกรณ์ ระบุว่า ปัจจุบันรายจ่ายประจำของภาครัฐเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้งบประมาณที่เหลือสำหรับการลงทุนและการช่วยเหลือประชาชนลดลง รัฐบาลจึงต้องมองหาวิธีบริหารกำลังคนและงบประมาณให้เหมาะสมกว่าเดิม

แนวทางหนึ่งคือการลดจำนวนข้าราชการผ่านระบบสมัครใจ ควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ภารกิจเดิมสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนได้

รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการให้เกิดความโกลาหลในระบบราชการ แต่จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะความพร้อมของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน หน่วยงานใดพร้อมก็อาจเริ่มได้ก่อน ส่วนหน่วยงานที่ยังไม่พร้อมต้องใช้เวลาในการปรับตัว

ตำแหน่งไหนอาจถูกปรับลด?

ตัวอย่างตำแหน่งที่นายปกรณ์กล่าวถึง ได้แก่ พนักงานพิมพ์ หรือสายงานธุรการบางประเภท เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรส่วนใหญ่มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเพื่อทำงานเอกสารอยู่แล้ว ทำให้บางภารกิจอาจไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งเฉพาะเหมือนในอดีต

อย่างไรก็ตาม การปรับลดตำแหน่งจะไม่ได้ทำทันทีแบบครอบคลุมทุกหน่วยงาน แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมของภารกิจและระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีของแต่ละองค์กร

ในระยะแรก มาตรการนี้จะเริ่มจาก ข้าราชการพลเรือน ก่อน หากเห็นว่าเป็นประโยชน์และดำเนินการได้จริง อาจขยายไปยังหน่วยงานอื่น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือหน่วยงานรัฐรูปแบบอื่น ขณะที่ทหารและตำรวจมีมาตรการลักษณะนี้ดำเนินการอยู่แล้วบางส่วน

เออร์ลี่รีไทร์อาจเปิดกว้างตั้งแต่อายุ 40 ปี?

ประเด็นที่ถูกจับตาคือเกณฑ์อายุของผู้เข้าร่วมโครงการ จากเดิมแนวทางเออร์ลี่รีไทร์มักกำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือมีอายุประมาณ 55 ปีขึ้นไป

แต่นายปกรณ์มองว่า หากพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนทักษะและการรีสกิล ผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปี อาจยังมีโอกาสปรับตัวไปสู่เส้นทางอาชีพใหม่ได้มากกว่า จึงไม่ควรปิดกรอบว่าโครงการต้องจำกัดเฉพาะคนอายุใดอายุหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศหลักเกณฑ์สุดท้าย จึงยังไม่ควรสรุปว่า “ข้าราชการอายุ 40 ปีทุกคนสามารถเออร์ลี่รีไทร์ได้ทันที” เพราะรายละเอียดต้องรอการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ยืนยันไม่บังคับ ใช้แรงจูงใจและรีสกิลเป็นตัวนำ

นายปกรณ์ย้ำว่า มาตรการเออร์ลี่รีไทร์จะใช้หลักสมัครใจ ไม่มีการบังคับให้ข้าราชการออกจากราชการ หากตัวเลขผู้สมัครไม่เป็นไปตามเป้า รัฐบาลก็ต้องกลับไปพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง ไม่ใช่ใช้วิธีบังคับลดจำนวนคน

หัวใจสำคัญของมาตรการนี้จึงอยู่ที่การออกแบบแรงจูงใจให้เหมาะสม รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ที่ออกจากระบบราชการสามารถอัปสกิลหรือรีสกิล เพื่อประกอบอาชีพหรือทำงานในรูปแบบใหม่ได้หลังเกษียณก่อนกำหนด

อีกประเด็นใหญ่: ศึกษาประกันสุขภาพแทนสวัสดิการรักษาพยาบาล

นอกจากมาตรการเออร์ลี่รีไทร์ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างศึกษาการปรับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ โดยมีแนวคิดนำระบบ ประกันสุขภาพ เข้ามาใช้แทนระบบปัจจุบัน

เหตุผลหลักคือระบบประกันสุขภาพอาจช่วยให้ภาครัฐควบคุมวงเงินงบประมาณในแต่ละปีได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันยังอาจช่วยส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายในประเทศ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ หรือ Medical Hub

เรื่องนี้จะต้องหารือร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน ได้แก่ ก.พ. กรมบัญชีกลาง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.

ข้าราชการเดิมและสิทธิครอบครัวจะเป็นอย่างไร?

สำหรับสิทธิรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวข้าราชการ นายปกรณ์ระบุว่ายังขอคงไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่ได้หารือรายละเอียดว่าจะปรับอย่างไร

เบื้องต้น แนวคิดระบบประกันสุขภาพจะเริ่มใช้กับข้าราชการที่เข้ามาบรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการเดิมอาจเปิดให้เป็นทางเลือกตามความสมัครใจ ไม่ใช่เปลี่ยนระบบเดิมพร้อมกันทั้งหมดทันที

จับตาหลักเกณฑ์จริงก่อนปีงบประมาณ 2570

แม้รัฐบาลตั้งเป้าให้มาตรการเออร์ลี่รีไทร์เดินหน้าได้ทันภายในปีงบประมาณ 2570 แต่รายละเอียดสำคัญยังต้องรอความชัดเจน ทั้งจำนวนเป้าหมายผู้เข้าร่วม งบประมาณชดเชย สิทธิประโยชน์ เงื่อนไขอายุราชการ และรูปแบบการดูแลหลังออกจากระบบราชการ

สำหรับข้าราชการที่สนใจ หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างกำลังคนในอนาคต จึงควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ก.พ. และหน่วยงานต้นสังกัดอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจจากข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน

มาตรการเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการปี 2570 เป็นหนึ่งในแนวทางที่รัฐบาลใช้รับมือกับรายจ่ายประจำที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของงานราชการในยุคเทคโนโลยี โดยจะเริ่มจากข้าราชการพลเรือนก่อน และยืนยันว่าจะใช้ระบบสมัครใจ ไม่บังคับ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังศึกษาการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้แทนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเดิมบางส่วน โดยเริ่มจากข้าราชการบรรจุใหม่เป็นหลัก ส่วนข้าราชการเดิมและสิทธิครอบครัวยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะทั้งหมดนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษาและออกแบบมาตรการ ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล