เปิด 10 อันดับประเทศเด่น "การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์" ปี 2026 ไทยได้ที่เท่าไหร่?
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1979/9897770/new-thumbnail1200x720_v2.jpgเปิด 10 อันดับประเทศเด่น "การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์" ปี 2026 ไทยได้ที่เท่าไหร่?

เปิด 10 อันดับประเทศเด่น "การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์" ปี 2026 ไทยได้ที่เท่าไหร่?

แชร์เรื่องนี้

ส่องอันดับโลก 10 ประเทศโดดเด่นเรื่อง "การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์" ปี 2026 ที่คนไข้ทั่วโลกเลือกบินไปรักษา

วงการสุขภาพระดับโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อสื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับสากล Travel And Tour World (TTW) ได้ทำการประกาศอันดับประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางด้าน การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 ออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งผลลัพธ์ในครั้งนี้สร้างความฮือฮาเนื่องจากแชมป์เก่าและกลุ่มประเทศผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจเกิดการสลับตำแหน่งอย่างน่าสนใจ

จากการจัดอันดับในครั้งนี้ พบว่ากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางสูงสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยการชูจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าของราคา (High CP Value) ควบคู่ไปกับมาตรฐานการรักษาที่ทันสมัย จนสามารถดึงดูดใจผู้ป่วยจากทั่วโลกที่ต้องการหลีกเลี่ยงการรอคิวนานและค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วในประเทศพัฒนาแล้วได้อย่างอยู่หมัด

ตุรกีผงาดคว้าอันดับ 1 ด้วยกลยุทธ์ราคาและทำเลทอง

ประเทศตุรกีสามารถคว้าแชมป์อันดับหนึ่งในด้าน การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ประจำปีนี้ไปครองได้อย่างสวยงาม โดยได้รับความนิยมอย่างสูงสุดจากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ตรงจุดตัดระหว่างทวีปยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง ทำให้ผู้ป่วยจากนานาประเทศสามารถเดินทางมารับการรักษาได้อย่างสะดวกสบาย

โปรแกรมการรักษาที่ทำให้ตุรกีกลายเป็นศูนย์กลางระดับโลกประกอบไปด้วย ศัลยกรรมความงาม, ทันตกรรม, การปลูกผม, จักษุวิทยา และศัลยกรรมกระดูกและข้อ นอกจากนี้ตุรกียังประสบความสำเร็จอย่างมากในการบูรณาการด้านการแพทย์เข้ากับธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ (Hospitality) โดยจัดให้มีแพ็กเกจที่รวมทั้งโรงแรมที่พัก คลินิกส่วนตัว และบริการดูแลฟื้นฟูหลังผ่าตัดที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง

iStockphoto

เอเชียพาเหรดติดโผ 5 ประเทศ ชูจุดแข็งบริการเฉพาะทาง

ในบรรดา 10 อันดับแรกของโลก มีประเทศจากทวีปเอเชียตบเท้าเข้ามาติดอันดับถึง 5 ประเทศด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเทศล้วนมีศักยภาพและจุดเด่นเฉพาะทางที่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้อย่างมหาศาลดังนี้

  • ประเทศไทย อันดับ 2: โดดเด่นอย่างมากในเรื่องโรงพยาบาลมาตรฐานสากล ศัลยกรรมตกแต่ง และสภาพแวดล้อมในการพักฟื้นที่ยอดเยี่ยม
  • อินเดีย อันดับ 3: รักษาตำแหน่งผู้นำด้านการรักษาโรคซับซ้อน เช่น ศูนย์โรคหัวใจและศูนย์เนื้องอกวิทยา ในราคาที่เข้าถึงง่าย
  • เกาหลีใต้ อันดับ 5: ยืนหนึ่งเรื่องนวัตกรรมเทคโนโลยีการแพทย์ที่ล้ำสมัย ศัลยกรรมความงาม และคลินิกผิวพรรณ
  • มาเลเซีย อันดับ 6: ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากบุคลากรสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยมและมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง
  • สิงคโปร์ อันดับ 8: แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าประเทศอื่น แต่ขึ้นชื่อที่สุดในเรื่องความปลอดภัยและระบบการแพทย์ระดับพรีเมียมสำหรับกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก

สรุป 10 อันดับประเทศจุดหมายปลายทาง การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ปี 2026

ภาพรวมของการจัดอันดับในปีนี้แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยเรื่อง "ค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล" และ "ประสบการณ์การดูแลแบบครบวงจร" กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ผู้ป่วยทั่วโลกใช้ในการตัดสินใจ โดย 10 อันดับแรกของโลกมีรายชื่อเรียงตามลำดับดังต่อไปนี้

อันดับ ประเทศจุดหมายปลายทาง จุดเด่นและบริการไฮไลต์
1 ตุรกี ศัลยกรรมความงาม, ปลูกผม, ทำเลที่ตั้งเชื่อมต่อ 3 ทวีป
2 ไทย การบริการทางการแพทย์ครบวงจร, ศัลยกรรม, ธุรกิจเวลเนส
3 อินเดีย ศูนย์รักษาโรคซับซ้อน (หัวใจ/มะเร็ง), ราคาประหยัด
4 เม็กซิโก ทันตกรรม, ศัลยกรรมลดน้ำหนัก (ขวัญใจคนอเมริกาเหนือ)
5 เกาหลีใต้ ศัลยกรรมระดับไฮเทค, เลเซอร์ผิวพรรณ, เทคโนโลยีชะลอวัย
6 มาเลเซีย การสื่อสารภาษาอังกฤษยอดเยี่ยม, บรรยากาศผ่อนคลาย
7 คอสตาริกา ทันตกรรม, ศัลยกรรมความงามเชิงธรรมชาติ
8 สิงคโปร์ ความปลอดภัยสูง, เทคโนโลยีแม่นยำระดับพรีเมียม
9 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ศูนย์กลางการแพทย์หรูหราแห่งตะวันออกกลาง
10 โคลอมเบีย ตลาดศัลยกรรมและความงามที่กำลังเติบโตในอเมริกาใต้

ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยแม้จะชวดแชมป์ให้กับตุรกีไปอย่างน่าเสียดาย แต่อันดับที่ 2 ของไทยก็ยังคงตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ที่แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday

ขอขอบคุณ

ภาพ :iStockphoto