หุงข้าวเสร็จแล้ว ฝาหม้อควร "ปิด vs เปิด" ผู้เชี่ยวชาญเฉลย ปรากฏว่าหลายบ้านทำผิดมานาน!

หุงข้าวเสร็จแล้ว ฝาหม้อควร "ปิด vs เปิด" ผู้เชี่ยวชาญเฉลย ปรากฏว่าหลายบ้านทำผิดมานาน!

หุงข้าวเสร็จแล้ว ฝาหม้อควร "ปิด vs เปิด" ผู้เชี่ยวชาญเฉลย ปรากฏว่าหลายบ้านทำผิดมานาน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หุงข้าวเสร็จควร "เปิด" หรือ "ปิด" ฝาหม้อทิ้งไว้? เผยข้อผิดพลาดเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนทำพัง

การหุงข้าวทานเองที่บ้านถือเป็นกิจกรรมประจำวันของทุกครอบครัวที่ดูเหมือนจะง่ายแสนง่ายใช่ไหมคะ? ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เรามี "หม้อหุงข้าวไฟฟ้า" เป็นตัวช่วย ยิ่งทำให้การหุงข้าวสวยร้อน ๆ กลายเป็นเรื่องสะดวกและประหยัดเวลาขึ้นมาก ทว่าเรื่องใกล้ตัวที่ทำกันอยู่ทุกวันแบบนี้ กลับยังมีขั้นตอนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผู้ใช้งานจำนวนมากยังเข้าใจผิดและเผลอทำพลาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะคำถามคาใจหลังสิ้นเสียงสัญญาณเตือนว่า "เมื่อหม้อหุงข้าวตัดดีดเสร็จแล้ว เราควรเปิดฝาทันทีเพื่อระบายความร้อน หรือควรปิดฝาแช่ทิ้งไว้แบบนั้นก่อน?" ซึ่งพฤติกรรมที่เราเลือกทำในจังหวะนี้ ส่งผลโดยตรงต่อทั้งความอร่อยของเมล็ดข้าวและอายุการใช้งานของตัวเครื่องเลยทีเดียว

บางคนพอหม้อดีดปุ๊บก็รีบเปิดฝาทันทีเพราะกลัวข้าวจะแฉะ ขณะที่บางคนก็ปิดทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืนจนข้าวบูด วันนี้เรากางคัมภีร์มาเฉลยวิธีที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบอกต่อ 4 ข้อควรระวังในการใช้หม้อหุงข้าวที่หลายบ้านแอบทำพังอยู่บ่อย ๆ มาเช็กไปพร้อมกันเลย

หุงเสร็จแล้ว... โปรดปิดฝาหม้อแช่ทิ้งไว้ก่อน!

คำตอบที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การประกอบอาหารคือ "หลังจากหม้อหุงข้าวดีดเสร็จแล้ว ควรปิดฝาหม้อเอาไว้ให้สนิท" เพื่อให้กระบวนการระอุทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เนื่องจากหม้อหุงข้าวยุคใหม่เกือบทุกรุ่นถูกออกแบบมาให้มีระบบอุ่นทิพย์อัตโนมัติ หรือโหมด Keep Warm หลังจากที่ข้าวสุกแล้ว ระบบจะตัดพลังงานลงมาอยู่ในระดับควบคุมอุณหภูมิความร้อนที่เหมาะสม การปิดฝาเอาไว้จึงช่วยรักษาความร้อนและแรงดันไอฝนในหม้อให้คงที่ ส่งผลให้เมล็ดข้าวด้านบนและด้านล่างสุกระอุ นุ่มฟู และเรียงตัวสวยเท่ากันทั้งหม้อ

หากคุณต้องการเปิดฝาออกมาเช็กความเรียบร้อยหรือซุยข้าว แนะนำให้ใจเย็น ๆ รอประมาณ 10-15 นาทีหลังจากหม้อตัดไฟก่อนนะคะ นอกจากนี้ ในระหว่างที่หม้อกำลังทำงานหุงข้าวอยู่ ก็ควรหลีกเลี่ยงการเปิดฝาหม้อขึ้นมาดูบ่อย ๆ โดยเฉพาะหม้อหุงข้าวรุ่นเก่าที่ใช้ระบบสวิตช์แรงดันธรรมดา เพราะการเปิดฝาจะทำให้ความร้อนระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ข้าวสุกไม่สม่ำเสมอ หรือข้าวอาจแข็งเป็นไตจนทานไม่ได้เลย

4 เรื่องต้องห้าม! ถ้าไม่อยากให้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าพังไว-เสี่ยงไฟช็อต

นอกจากเรื่องการจัดการฝาหม้อแล้ว นี่คือ 4 พฤติกรรมยอดฮิตที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควรเลิกทำด่วนเพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของเครื่องค่ะ

1. ไม่ยอมเช็ดก้นหม้อชั้นในให้แห้งสนิทก่อนใส่เครื่อง
หลายบ้านนิยมใช้หม้อชั้นใน (ตัวถังอลูมิเนียม) ไปขัดซาวล้างข้าวสารโดยตรงภายใต้ก๊อกน้ำ ซึ่งหลังจากล้างเสร็จแล้วมักจะยกมาใส่ในตัวหม้อชั้นนอกทันทีโดยไม่ได้เช็ดคราบน้ำรอบ ๆ ออก การปล่อยให้หยดน้ำค้างอยู่ก้นหม้อจะทำให้เกิดรอยไหม้เกรียมจนก้นหม้อดำ ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการส่งผ่านความร้อนของแผ่นความร้อน (Mains Heater) และที่อันตรายที่สุดคืออาจนำไปสู่ความชื้นสะสมจนเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจรได้

2. กดย้ำปุ่ม "หุง" ซ้ำ ๆ มากจนเกินไป
บางคนชอบกดปุ่ม Cook ย้ำ ๆ หลาย ๆ รอบเพราะอยากให้ข้าวแห้งสนิท หรืออยากทำเมนูข้าวตังขอบกรอบ พฤติกรรมการกดย้ำปุ่มหุงทั้ง ๆ ที่หม้อดีดไปที่โหมดอุ่นแล้ว จะส่งผลให้ระบบสปริงแม่เหล็กและตัวรีเลย์ (Relay) สวิตช์ตัดไฟภายในเกิดอาการล้า ชำรุด และเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายหม้อจะไม่สามารถตัดไฟได้เองหรือกดหุงไม่ลงอีกเลย

3. ใช้มือเดียววางหม้อชั้นใน
เวลาใส่หม้อชั้นในกลับเข้าไปในตัวเครื่อง แนะนำให้ใช้ "ทั้งสองมือ" ค่อย ๆ ประคองวางลงไปตรง ๆ พร้อมกับหมุนบิดซ้ายขวาเบา ๆ เพื่อให้ก้นหม้อสัมผัสกับตัวรอยร่องและตัวสปริงตัดไฟตรงกลางแผ่นทำความร้อนได้อย่างแนบสนิท 100% การใช้มือเดียวโยนหม้อลงไปแรง ๆ อาจทำให้ก้นหม้อเบี้ยว บุ่ม หรือหน้าสัมผัสเอียง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ข้าวสุกไม่เท่ากันหรือข้าวสุก ๆ ดิบ ๆ ได้

4. ปล่อยหม้อทิ้งไว้ข้ามวันโดยไม่ล้างทำความสะอาด
อย่าปล่อยให้คราบข้าวและเศษอาหารแห้งกรังค้างหม้อข้ามวันเด็ดขาด ควรล้างทำความสะอาดถอดล้างชิ้นส่วนต่าง ๆ ทั้งตัวหม้อใน, ฝาช่องระบายไอน้ำ และถาดรองน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งหลังใช้งาน เพราะคราบแป้งจากข้าวคือแหล่งอาหารชั้นยอดของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขอนามัยในมื้อต่อไปแล้ว คราบฝังลึกเหล่านี้ยังเข้าไปกัดกร่อนสารเคลือบกันติด (Teflon) จนทำให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์สั้นลงด้วย

รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานเพื่อความปลอดภัยกันนะคะ ควรตั้งหม้อหุงข้าวไว้ในบริเวณที่แห้งสนิท อากาศถ่ายเทสะดวก ห่างจากซิงก์ล้างจานหรือเตาแก๊สที่มีความชื้นและความร้อนสูง เพียงเท่านี้เราก็จะได้ทานข้าวสวยนุ่ม ๆ แสนอร่อย ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของทุกคนในบ้านแล้ว!

แหล่งข้อมูล

  1. IEEE Consumer Electronics: Engineering Mechanics and Thermal Distribution of Electric Rice Cookers
  2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.): สุขอนามัยและข้อควรระวังในการรักษาความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สัมผัสอาหาร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล