"น้ำปลา" ที่เหลือข้ามคืน กินต่อปลอดภัยไหม? เผยวิธีเช็กง่ายๆ ที่หลายบ้านมองข้ามไป!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1979/9897494/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpg"น้ำปลา" ที่เหลือข้ามคืน กินต่อปลอดภัยไหม? เผยวิธีเช็กง่ายๆ ที่หลายบ้านมองข้ามไป!

"น้ำปลา" ที่เหลือข้ามคืน กินต่อปลอดภัยไหม? เผยวิธีเช็กง่ายๆ ที่หลายบ้านมองข้ามไป!

แชร์เรื่องนี้

เสียดายหรือเสี่ยงโรค? น้ำปลาเหลือข้ามคืนยังกินต่อได้ไหม เผยทริกเช็กความปลอดภัยที่หลายบ้านมองข้าม

"น้ำปลา" หรือพริกน้ำปลาถ้วยเก่าจากมื้อเย็น ถือเป็นเครื่องปรุงรสสุดคลาสสิกที่ต้องมีติดโต๊ะอาหารของทุกบ้านในทุก ๆ มื้อเลย แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ถ้วยน้ำปลาที่เหลือจากมื้ออาหารแล้วเราตั้งวางทิ้งไว้บนโต๊ะจนข้ามคืนเนี่ย จริง ๆ แล้วเราควรเก็บไว้กินต่อในวันรุ่งขึ้นเพื่อความประหยัด หรือควรจะเททิ้งไปเลยดี? เพราะพฤติกรรมเสียดายของเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ หากเราเก็บรักษาไม่ถูกวิธีก็อาจเปลี่ยนน้ำปลาถ้วยโปรดให้กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้โดยไม่รู้ตัว

วันนี้เราจะพามาเจาะลึกข้อเท็จจริงกันค่ะว่า น้ำปลาเหลือข้ามคืนแบบไหนที่ยังปลอดภัยพอจะเก็บไว้กินต่อได้ และแบบไหนที่ควรตัดใจเททิ้งทันที ห้ามงดเด็ดขาด มาเช็กกันเลย!

1. น้ำปลาแท้บริสุทธิ์ (ยังไม่ปรุงรส) ส่วนใหญ่ยังไปต่อได้

น้ำปลาแท้แบบดั้งเดิมจะมีปริมาณโซเดียมหรือความเค็มที่สูงมาก ซึ่งความเข้มข้นของเกลือนี้มีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและจุลินทรีย์ต่าง ๆ ได้ดีกว่าอาหารทั่วไป หากเราแค่เทน้ำปลาออกมาใส่ถ้วยที่สะอาดเอี่ยม ยังไม่ได้ใส่วัตถุดิบอื่นใดลงไป และยังไม่ได้ถูกใช้งานในมื้ออาหารนั้นเลย พลังงานในการบูดเสียจะต่ำมาก

หากต้องการเก็บไว้กินต่อในวันรุ่งขึ้น เพียงแค่หาฝาชีหรือพลาสติกแรปมาปิดให้มิดชิด ตั้งไว้ในที่แห้งสนิทและไม่ถูกแสงแดดส่องถึงโดยตรง ก็สามารถนำมาทานต่อได้ แต่อาจจะต้องยอมรับว่ากลิ่นหอมและสีสันของน้ำปลาอาจจะดรอปลงไปบ้างเนื่องจากสัมผัสกับอากาศมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ก่อนกินควรสังเกตสี กลิ่น และผิวหน้าของน้ำปลาอีกครั้งเพื่อความชัวร์

2. น้ำปลาพริกใส่กระเทียม มะนาว ต้องระวังเป็นพิเศษ

นี่คือถ้วยน้ำปลาที่ทุกบ้านนิยมทำกันมากที่สุดเลย การที่เราซอยพริก กระเทียม บีบมะนาว หรือตัดน้ำตาลทรายลงไป จะทำให้โครงสร้างความเค็มของน้ำปลาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเข้มข้นของเกลือจะลดฮวบลง ในขณะที่พริกและกระเทียมสดแฝงไปด้วยความชื้นและจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ เมื่อตั้งทิ้งไว้ในห้องที่มีอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทยเพียงไม่กี่ชั่วโมง แบคทีเรียจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้บางครั้งหน้าตาภายนอกจะดูปกติแต่ข้างในอาจจะเริ่มบูดเสียแล้ว หากเสียดายจริง ๆ แนะนำว่าหลังจากกินเสร็จต้องปิดฝาให้สนิทแล้วรีบยัดเข้าตู้เย็นทันที และทางที่ดีควรนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการทำกับข้าวประเภทผัดหรือต้มผ่านความร้อนในวันรุ่งขึ้น แทนการนำมาเป็นน้ำจิ้มสด

3. น้ำปลาที่เปื้อนเศษกับข้าวแล้ว แนะนำให้เททิ้งอย่าเสียดาย

ในระหว่างมื้ออาหาร สมาชิกในบ้านมักจะใช้ตะเกียบหรือช้อนที่ตักกินข้าวเข้าปากแล้ว ลงมาจิ้มในถ้วยน้ำปลาส่วนกลางโดยตรง พฤติกรรมนี้เป็นการนำพาเอาน้ำลาย เศษอาหาร เศษผัก หรือน้ำแกงจากกับข้าวอื่น ๆ ตกลงไปปนเปื้อนในถ้วยน้ำปลา สารอินทรีย์และเศษอาหารชิ้นเล็ก ๆ เหล่านี้จะเป็นอาหารชั้นยอดที่ช่วยเร่งให้แบคทีเรียเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ถ้าถ้วยน้ำปลาของคุณมีเศษเนื้อสัตว์หรือเศษผักลอยอืดอยู่ ขอบอกเลยว่ามูลค่าของน้ำปลาเพียงไม่กี่บาทไม่คุ้มค่าเลยกับความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับอาการท้องร่วง ท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือเททิ้งไปเลย

4. เปิด 3 สัญญาณเตือน น้ำปลาข้ามคืนบูดเสีย ห้ามกินเด็ดขาด!

บางครั้งน้ำปลาที่เสียอาจไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำเสมอไป ลองสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ดู

  • มีกลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นหมักดอง: หากดมแล้วมีกลิ่นบูด กลิ่นเปรี้ยวแปลก ๆ หรือกลิ่นฉุนโชยออกมา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเกิดการปนเปื้อนแล้ว
  • เกิดฟองหรือมีคราบฟิล์มสีขาว: บนผิวหน้าของน้ำปลามีการตกตะกอน สปอร์ เชื้อรา หรือมีลักษณะเป็นฝ้าฟิล์มสีขาวลอยอยู่ รวมถึงมีฟองอากาศปูดขึ้นมาอย่างผิดปกติ
  • รสชาติต่างไปจากเดิม: หากเผลอชิมแล้วรู้สึกว่ามีความเปรี้ยวแหลม หรือรสชาติเพี้ยนไปจากตอนปรุงเสร็จใหม่ ๆ ห้ามฝืนกินต่อเด็ดขาด

5. ทริกการกินน้ำปลาให้ประหยัดและปลอดภัยต่อสุขภาพ

ถ้าไม่อยากเทน้ำปลาทิ้งให้เสียดายของบ่อย ๆ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่าย ๆ ตามนี้ดู เริ่มจากการใช้ "ช้อนกลาง" ในการตักแบ่งน้ำปลาพริกมาใส่ในจานของตัวเอง หลีกเลี่ยงการใช้ตะเกียบส่วนตัวลงไปจิ้มในถ้วยกลาง และหากมื้อไหนทำน้ำปลาพริกถ้วยใหญ่แล้วเหลือเยอะ ให้ตักใส่กล่องสุญญากาศขนาดเล็กปิดฝาให้แน่นแล้วแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาทันที

บทสรุปของเรื่องนี้ น้ำปลาเหลือข้ามคืนไม่จำเป็นต้องเททิ้งเสมอไปตราบใดที่เป็นน้ำปลาแท้และเก็บรักษาอย่างสะอาด แต่ถ้าเป็นน้ำปลาพริกปรุงรสที่ผ่านการจิ้มกินมาแล้ว การตัดใจทิ้งแล้วทำใหม่ถ้วยต่อถ้วยจะปลอดภัยต่อสุขภาพของคนในครอบครัวมากที่สุด เงินไม่กี่บาทเทียบไม่ได้เลยกับค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย!

แหล่งข้อมูล

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.): ข้อควรระวังและการเก็บรักษาเครื่องปรุงรสประเภทน้ำปลาอย่างถูกสุขอนามัย
  2. Centers for Disease Control and Prevention (CDC): Food Safety Practices and Preventing Cross-Contamination in Household Condiments

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :phunutoday