สรุปเหตุการณ์ แอร์สาวไทยขนเฮโรอีน ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุม โทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1979/9896742/tn_news-2026-06-30t090907.4.jpgสรุปเหตุการณ์ แอร์สาวไทยขนเฮโรอีน ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุม โทษจำคุกสูงสุด 25 ปี

สรุปเหตุการณ์ แอร์สาวไทยขนเฮโรอีน ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุม โทษจำคุกสูงสุด 25 ปี

แชร์เรื่องนี้

สรุปเหตุการณ์ แอร์สาวไทยขนเฮโรอีน ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมพร้อมของกลาง 1 กก. โทษจำคุกสูงสุด 25 ปี

กลายเป็นคดีที่ถูกจับตา หลังเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียควบคุมตัวหญิงชาวไทยวัย 26 ปี ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเที่ยวบินระหว่างประเทศ ที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติในสัมภาระระหว่างการตรวจคัดกรอง

ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย ระบุว่า ระหว่างการตรวจเอกซเรย์สัมภาระ เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลียพบความผิดปกติในกระเป๋าผ้า 12 ใบ ก่อนตรวจเพิ่มเติมและพบผงสีขาวซุกอยู่ภายในซับในกระเป๋า ผลตรวจเบื้องต้นระบุว่าเป็นเฮโรอีน น้ำหนักรวมมากกว่า 1 กิโลกรัม

ยาเสพติดที่ตรวจพบมีมูลค่าประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยราวกว่า 10 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียเข้าควบคุมตัวหญิงไทยรายดังกล่าว พร้อมยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

ถูกแจ้ง 2 ข้อหาหนัก โทษสูงสุด 25 ปี

เบื้องต้น หญิงไทยรายดังกล่าวถูกแจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติดควบคุมบริเวณชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า และครอบครองยาเสพติดควบคุมบริเวณชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า โดยทั้ง 2 ข้อหามีโทษสูงสุดจำคุก 25 ปี หากศาลพิจารณาแล้วพบว่ามีความผิดจริง

ต่อมา วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว และผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวระหว่างรอกระบวนการพิจารณาคดี โดยมีกำหนดขึ้นศาลเมลเบิร์นอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายน 2569

การบินไทยชี้แจง เป็นกรณีรายบุคคล พร้อมร่วมมือเจ้าหน้าที่

ภายหลังเกิดเหตุ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า บริษัทได้รับรายงานกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียควบคุมตัวระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ณ เมืองเมลเบิร์นแล้ว และได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด

การบินไทยระบุว่า บริษัทมีระเบียบและมาตรการกำกับดูแลพนักงานทุกคนอย่างเคร่งครัด โดยห้ามพนักงานครอบครอง นำเข้า ขนส่ง หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด หากพบว่ากระทำผิดจริง บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด

บริษัทฯ ยังระบุด้วยว่า จากข้อมูลเบื้องต้น เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับพนักงานรายบุคคล ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่เกิดเหตุ โดยบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และประสานเพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย

ป.ป.ส. ประสานข้อมูล เตือนรับหิ้วของต้องตรวจสอบให้ชัด

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียมีการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ไทยและกระทรวงการต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลและเส้นทางของยาเสพติด

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ถูกจับกุมนอกจากทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแล้ว ยังมีการรับหิ้วสิ่งของ เช่น เครื่องสำอาง และของฝากระหว่างไทยกับต่างประเทศด้วย ขณะที่ข้อมูลบางส่วนระบุว่า มีการติดต่อผู้ว่าจ้างผ่านช่องทางออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นการฝากกระเป๋าไปให้บุคคลในเมลเบิร์น

เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงคนใกล้ชิดและเส้นทางการรับฝากสิ่งของ เพื่อดูว่ามีผู้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดข้ามประเทศหรือไม่

บทเรียนสำคัญ อย่ารับฝากของโดยไม่ตรวจสอบ

กรณีนี้ถูกยกเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่รับหิ้วของหรือรับฝากสัมภาระจากผู้อื่น โดยเฉพาะการเดินทางข้ามประเทศ เพราะหากไม่ตรวจสอบสิ่งของอย่างละเอียด อาจเสี่ยงถูกดำเนินคดีร้ายแรง แม้ผู้รับฝากจะอ้างว่าไม่ทราบว่าภายในมีสิ่งผิดกฎหมายก็ตาม

เจ้าหน้าที่เตือนว่า การลักลอบนำเข้ายาเสพติดเป็นความผิดร้ายแรงในหลายประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลียที่มีบทลงโทษหนัก คดีนี้จึงยังต้องติดตามต่อไปตามกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย ว่าสุดท้ายศาลจะพิจารณาอย่างไร