ประเทศไหนบ้าง? "ห้ามใส่ลายพราง" ฝ่าฝืนอาจเจอปรับเป็นแสน-จำคุกสูงสุด 1 ปี

ประเทศไหนบ้าง? "ห้ามใส่ลายพราง" ฝ่าฝืนอาจเจอปรับเป็นแสน-จำคุกสูงสุด 1 ปี

ประเทศไหนบ้าง? "ห้ามใส่ลายพราง" ฝ่าฝืนอาจเจอปรับเป็นแสน-จำคุกสูงสุด 1 ปี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไปเที่ยวต่างประเทศระวัง! เสื้อผ้าลายพรางอาจผิดกฎหมายใน 21 ประเทศ เสี่ยงถูกปรับหรือยึดของ

ใครที่กำลังจัดกระเป๋าไปเที่ยวต่างประเทศ อาจโฟกัสแค่พาสปอร์ต วีซ่า น้ำหนักกระเป๋า หรือของใช้จำเป็น แต่มีอีกเรื่องที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ เสื้อผ้าลายพราง เพราะในบางประเทศ การใส่ลายพรางในที่สาธารณะอาจไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เข้าข่ายผิดกฎหมายได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางออกมาเตือนว่า นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกฎท้องถิ่นของประเทศปลายทางก่อนแพ็กเสื้อผ้าลายพรางลงกระเป๋า โดยเฉพาะประเทศในแถบแคริบเบียน แอฟริกา ตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชีย เพราะบางแห่งสงวนเครื่องแต่งกายลักษณะนี้ไว้สำหรับทหารหรือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น

ทำไมเสื้อผ้าลายพรางถึงถูกห้ามในบางประเทศ?

เสื้อผ้าลายพรางอาจดูเป็นแฟชั่นธรรมดาในหลายประเทศ แต่ในบางพื้นที่ ลายพรางถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ความมั่นคง หากพลเรือนสวมใส่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือถูกมองว่าเลียนแบบเครื่องแบบราชการ

บางประเทศมีกฎหมายลักษณะนี้เพื่อป้องกันการแอบอ้างเป็นทหาร ป้องกันอาชญากรรม หรือหลีกเลี่ยงความสับสนในพื้นที่ที่มีประวัติความขัดแย้งทางการเมืองและความมั่นคง ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้กฎหมายอาจเจอปัญหาได้แม้ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี

ไม่ใช่แค่เสื้อแจ็กเก็ต แต่รวมถึงหมวก กระเป๋า และชุดว่ายน้ำ

เจคอบ เวดเดอร์เบิร์น-เดย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางและซีอีโอของ Stasher ให้คำแนะนำว่า หากจะเดินทางไปประเทศที่มีกฎเรื่องลายพราง ควรหลีกเลี่ยงทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเสื้อหรือกางเกงเท่านั้น

ของที่ควรระวังรวมถึงหมวก กระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพาย ชุดว่ายน้ำ เสื้อผ้าเด็ก รองเท้า หรือแฟชั่นลายพรางสีแปลก ๆ เพราะแม้จะไม่ใช่สีเขียวทหารแบบดั้งเดิม แต่หากมองเห็นชัดว่าเป็นลายพราง ก็อาจถูกตีความเข้าข่ายข้อห้ามได้

นักท่องเที่ยวอาจเจอโทษอะไรบ้าง?

โทษของการใส่เสื้อผ้าลายพรางแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ บางแห่งอาจเพียงยึดเสื้อผ้าหรือขอให้เปลี่ยนชุด แต่บางประเทศอาจมีโทษปรับ หรือในกรณีรุนแรงอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายท้องถิ่น

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ในบางประเทศอย่างโอมาน ทางการเคยมีคำเตือนว่าพลเรือนที่สวมใส่เสื้อผ้าลายทหารหรือลายพรางอาจถูกปรับเป็นเงินสูงถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 180,000 กว่าบาท)

ขณะที่ในบางประเทศ เช่น กานา การสวมใส่ชุดลายพรางในที่สาธารณะถือเป็นการดูหมิ่นค่านิยมดั้งเดิมและรัฐบาล ผู้ฝ่าฝืนอาจต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 12 เดือนเลยทีเดียว จึงควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

กลุ่มประเทศที่ควรระวังเป็นพิเศษ

ข้อมูลจาก UNILAD และ World Population Review ระบุว่า มีหลายประเทศที่ห้ามหรือจำกัดการสวมใส่เสื้อผ้าลายพรางโดยพลเรือน โดยบางประเทศห้ามลายพรางทั่วไป ขณะที่บางประเทศจำกัดเฉพาะเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ ดังนั้นควรเช็กประกาศล่าสุดจากหน่วยงานทางการก่อนเดินทางเสมอ

ลำดับ ประเทศ ข้อควรระวัง
1 ไนจีเรีย พลเรือนไม่ควรสวมเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายลายพราง
2 ฟิลิปปินส์ จำกัดกรณีพลเรือนสวมเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ
3 ยูกันดา ควรหลีกเลี่ยงลายพรางและอุปกรณ์ที่ดูคล้ายเครื่องแบบทหาร
4 กานา เสื้อผ้าลักษณะทหารถูกมองว่าไม่เหมาะสมสำหรับพลเรือน
5 ซาอุดีอาระเบีย ควรหลีกเลี่ยงการสวมเครื่องแต่งกายลายพรางหรือคล้ายทหาร
6 มาดากัสการ์ มีรายงานว่าจำกัดการสวมใส่ลายพรางโดยพลเรือน
7 แซมเบีย ลายพรางเกี่ยวข้องกับเครื่องแบบทหาร ควรหลีกเลี่ยง
8 ซิมบับเว ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับลายพรางในที่สาธารณะ
9 อาเซอร์ไบจาน จำกัดกรณีพลเรือนสวมเครื่องแบบทหาร
10 โอมาน มีรายงานโทษปรับสำหรับเครื่องแต่งกายลักษณะทหาร
11 จาเมกา ลายพรางถูกสงวนไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ทหารหรือความมั่นคง
12 ตรินิแดดและโตเบโก ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าและของใช้ลายพราง
13 กายอานา เสื้อผ้าลายพรางอาจถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับเครื่องแบบทหาร
14 บาฮามาส นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงลายพราง โดยเฉพาะเมื่อขึ้นฝั่ง
15 บาร์เบโดส เสื้อผ้าลายพรางหรือสไตล์ทหารอาจผิดกฎหมาย
16 เซนต์ลูเซีย คำแนะนำทางการระบุว่าห้ามทุกคน รวมถึงเด็ก ใส่เสื้อผ้าลายพราง
17 เกรเนดา ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าลายพรางทุกชนิดในที่สาธารณะ
18 เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ควรระวังเสื้อผ้าและอุปกรณ์ลายพราง
19 แอนติกาและบาร์บูดา ลายพรางเป็นหนึ่งในสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยง
20 โดมินิกา มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเสื้อผ้าลายพรางสำหรับพลเรือน
21 เซนต์คิตส์และเนวิส ควรหลีกเลี่ยงเครื่องแต่งกายลายพรางหรือคล้ายทหาร

เดินทางแบบครุยส์ยิ่งต้องระวัง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือสำราญหรือทริปหลายประเทศ เรื่องนี้ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะชุดที่ใส่ได้ในประเทศหนึ่ง อาจกลายเป็นปัญหาเมื่อขึ้นฝั่งอีกประเทศหนึ่ง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากพบว่าตัวเองแพ็กเสื้อผ้าลายพรางไปยังปลายทางที่มีข้อห้าม ไม่ควรใส่ผ่านสนามบิน ไม่ควรนำขึ้นฝั่ง และไม่ควรคิดว่าเจ้าหน้าที่จะมองข้าม ควรเก็บไว้ในกระเป๋าและสอบถามสายการบิน บริษัทเรือสำราญ หรือที่พักเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง

วิธีเตรียมตัวก่อนเดินทาง

  • เช็กคำแนะนำการเดินทางจากเว็บไซต์รัฐบาลหรือสถานทูตของประเทศปลายทาง
  • อ่านหัวข้อกฎหมายท้องถิ่น วัฒนธรรม และของต้องห้ามก่อนเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า รองเท้า และชุดว่ายน้ำลายพราง
  • หากเดินทางหลายประเทศ ให้เช็กกฎของทุกประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศแรก
  • เตรียมเสื้อผ้าสำรองที่เรียบง่ายและเหมาะกับพื้นที่สาธารณะ
  • หากไม่แน่ใจ ควรถามสายการบิน บริษัททัวร์ เรือสำราญ หรือที่พักล่วงหน้า

ไม่ใช่ทุกประเทศที่ห้ามเหมือนกัน

สิ่งสำคัญคือ แต่ละประเทศไม่ได้มีกฎเหมือนกันทั้งหมด บางประเทศห้ามลายพรางทุกประเภทสำหรับพลเรือน บางประเทศห้ามเฉพาะเครื่องแบบทหารหรือเครื่องแบบตำรวจ ขณะที่บางประเทศอาจไม่ได้มีกฎหมายห้ามชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่หรือคนท้องถิ่นอาจมองว่าไม่เหมาะสม

ดังนั้นอย่าพึ่งพาแค่ข้อมูลจากโซเชียลหรือโพสต์รีวิวท่องเที่ยว ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการล่าสุดเสมอ เพราะกฎหมายและแนวทางบังคับใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้

iStockphoto

สรุป เที่ยวต่างประเทศควรแพ็กเสื้อผ้าลายพรางไหม?

หากกำลังเดินทางไปประเทศที่มีกฎเข้มเรื่อง เสื้อผ้าลายพราง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ต้องแพ็กไปเลย เพราะแม้จะเป็นแฟชั่นทั่วไปในบ้านเรา แต่ในบางประเทศอาจถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับทหารหรือเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

การตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่นก่อนเดินทางจึงสำคัญไม่แพ้การเช็กพาสปอร์ต วีซ่า หรือสัมภาระ เพราะเสื้อผ้าชิ้นเล็ก ๆ อย่างหมวก กระเป๋า หรือชุดเด็กที่มีลายพราง อาจทำให้ทริปสะดุดด้วยการถูกยึดของ ถูกปรับ หรือถูกเรียกตรวจโดยไม่จำเป็น

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD
  2. World Population Review
  3. UK Government Foreign Travel Advice: St Lucia
  4. The Sun
  5. Zawya
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล