ประเทศไหนบ้าง? "ห้ามใส่ลายพราง" ฝ่าฝืนอาจเจอปรับเป็นแสน-จำคุกสูงสุด 1 ปี

ไปเที่ยวต่างประเทศระวัง! เสื้อผ้าลายพรางอาจผิดกฎหมายใน 21 ประเทศ เสี่ยงถูกปรับหรือยึดของ
ใครที่กำลังจัดกระเป๋าไปเที่ยวต่างประเทศ อาจโฟกัสแค่พาสปอร์ต วีซ่า น้ำหนักกระเป๋า หรือของใช้จำเป็น แต่มีอีกเรื่องที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ เสื้อผ้าลายพราง เพราะในบางประเทศ การใส่ลายพรางในที่สาธารณะอาจไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เข้าข่ายผิดกฎหมายได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางออกมาเตือนว่า นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกฎท้องถิ่นของประเทศปลายทางก่อนแพ็กเสื้อผ้าลายพรางลงกระเป๋า โดยเฉพาะประเทศในแถบแคริบเบียน แอฟริกา ตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชีย เพราะบางแห่งสงวนเครื่องแต่งกายลักษณะนี้ไว้สำหรับทหารหรือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น
ทำไมเสื้อผ้าลายพรางถึงถูกห้ามในบางประเทศ?
เสื้อผ้าลายพรางอาจดูเป็นแฟชั่นธรรมดาในหลายประเทศ แต่ในบางพื้นที่ ลายพรางถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ความมั่นคง หากพลเรือนสวมใส่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือถูกมองว่าเลียนแบบเครื่องแบบราชการ
บางประเทศมีกฎหมายลักษณะนี้เพื่อป้องกันการแอบอ้างเป็นทหาร ป้องกันอาชญากรรม หรือหลีกเลี่ยงความสับสนในพื้นที่ที่มีประวัติความขัดแย้งทางการเมืองและความมั่นคง ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้กฎหมายอาจเจอปัญหาได้แม้ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี
ไม่ใช่แค่เสื้อแจ็กเก็ต แต่รวมถึงหมวก กระเป๋า และชุดว่ายน้ำ
เจคอบ เวดเดอร์เบิร์น-เดย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางและซีอีโอของ Stasher ให้คำแนะนำว่า หากจะเดินทางไปประเทศที่มีกฎเรื่องลายพราง ควรหลีกเลี่ยงทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเสื้อหรือกางเกงเท่านั้น
ของที่ควรระวังรวมถึงหมวก กระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพาย ชุดว่ายน้ำ เสื้อผ้าเด็ก รองเท้า หรือแฟชั่นลายพรางสีแปลก ๆ เพราะแม้จะไม่ใช่สีเขียวทหารแบบดั้งเดิม แต่หากมองเห็นชัดว่าเป็นลายพราง ก็อาจถูกตีความเข้าข่ายข้อห้ามได้
นักท่องเที่ยวอาจเจอโทษอะไรบ้าง?
โทษของการใส่เสื้อผ้าลายพรางแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ บางแห่งอาจเพียงยึดเสื้อผ้าหรือขอให้เปลี่ยนชุด แต่บางประเทศอาจมีโทษปรับ หรือในกรณีรุนแรงอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายท้องถิ่น
รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ในบางประเทศอย่างโอมาน ทางการเคยมีคำเตือนว่าพลเรือนที่สวมใส่เสื้อผ้าลายทหารหรือลายพรางอาจถูกปรับเป็นเงินสูงถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 180,000 กว่าบาท)
ขณะที่ในบางประเทศ เช่น กานา การสวมใส่ชุดลายพรางในที่สาธารณะถือเป็นการดูหมิ่นค่านิยมดั้งเดิมและรัฐบาล ผู้ฝ่าฝืนอาจต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 12 เดือนเลยทีเดียว จึงควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
กลุ่มประเทศที่ควรระวังเป็นพิเศษ
ข้อมูลจาก UNILAD และ World Population Review ระบุว่า มีหลายประเทศที่ห้ามหรือจำกัดการสวมใส่เสื้อผ้าลายพรางโดยพลเรือน โดยบางประเทศห้ามลายพรางทั่วไป ขณะที่บางประเทศจำกัดเฉพาะเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ ดังนั้นควรเช็กประกาศล่าสุดจากหน่วยงานทางการก่อนเดินทางเสมอ
| ลำดับ | ประเทศ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| 1 | ไนจีเรีย | พลเรือนไม่ควรสวมเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายลายพราง |
| 2 | ฟิลิปปินส์ | จำกัดกรณีพลเรือนสวมเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ |
| 3 | ยูกันดา | ควรหลีกเลี่ยงลายพรางและอุปกรณ์ที่ดูคล้ายเครื่องแบบทหาร |
| 4 | กานา | เสื้อผ้าลักษณะทหารถูกมองว่าไม่เหมาะสมสำหรับพลเรือน |
| 5 | ซาอุดีอาระเบีย | ควรหลีกเลี่ยงการสวมเครื่องแต่งกายลายพรางหรือคล้ายทหาร |
| 6 | มาดากัสการ์ | มีรายงานว่าจำกัดการสวมใส่ลายพรางโดยพลเรือน |
| 7 | แซมเบีย | ลายพรางเกี่ยวข้องกับเครื่องแบบทหาร ควรหลีกเลี่ยง |
| 8 | ซิมบับเว | ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับลายพรางในที่สาธารณะ |
| 9 | อาเซอร์ไบจาน | จำกัดกรณีพลเรือนสวมเครื่องแบบทหาร |
| 10 | โอมาน | มีรายงานโทษปรับสำหรับเครื่องแต่งกายลักษณะทหาร |
| 11 | จาเมกา | ลายพรางถูกสงวนไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ทหารหรือความมั่นคง |
| 12 | ตรินิแดดและโตเบโก | ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าและของใช้ลายพราง |
| 13 | กายอานา | เสื้อผ้าลายพรางอาจถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับเครื่องแบบทหาร |
| 14 | บาฮามาส | นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงลายพราง โดยเฉพาะเมื่อขึ้นฝั่ง |
| 15 | บาร์เบโดส | เสื้อผ้าลายพรางหรือสไตล์ทหารอาจผิดกฎหมาย |
| 16 | เซนต์ลูเซีย | คำแนะนำทางการระบุว่าห้ามทุกคน รวมถึงเด็ก ใส่เสื้อผ้าลายพราง |
| 17 | เกรเนดา | ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าลายพรางทุกชนิดในที่สาธารณะ |
| 18 | เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ | ควรระวังเสื้อผ้าและอุปกรณ์ลายพราง |
| 19 | แอนติกาและบาร์บูดา | ลายพรางเป็นหนึ่งในสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยง |
| 20 | โดมินิกา | มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเสื้อผ้าลายพรางสำหรับพลเรือน |
| 21 | เซนต์คิตส์และเนวิส | ควรหลีกเลี่ยงเครื่องแต่งกายลายพรางหรือคล้ายทหาร |
เดินทางแบบครุยส์ยิ่งต้องระวัง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือสำราญหรือทริปหลายประเทศ เรื่องนี้ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะชุดที่ใส่ได้ในประเทศหนึ่ง อาจกลายเป็นปัญหาเมื่อขึ้นฝั่งอีกประเทศหนึ่ง
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากพบว่าตัวเองแพ็กเสื้อผ้าลายพรางไปยังปลายทางที่มีข้อห้าม ไม่ควรใส่ผ่านสนามบิน ไม่ควรนำขึ้นฝั่ง และไม่ควรคิดว่าเจ้าหน้าที่จะมองข้าม ควรเก็บไว้ในกระเป๋าและสอบถามสายการบิน บริษัทเรือสำราญ หรือที่พักเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง
วิธีเตรียมตัวก่อนเดินทาง
- เช็กคำแนะนำการเดินทางจากเว็บไซต์รัฐบาลหรือสถานทูตของประเทศปลายทาง
- อ่านหัวข้อกฎหมายท้องถิ่น วัฒนธรรม และของต้องห้ามก่อนเดินทาง
- หลีกเลี่ยงเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า รองเท้า และชุดว่ายน้ำลายพราง
- หากเดินทางหลายประเทศ ให้เช็กกฎของทุกประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศแรก
- เตรียมเสื้อผ้าสำรองที่เรียบง่ายและเหมาะกับพื้นที่สาธารณะ
- หากไม่แน่ใจ ควรถามสายการบิน บริษัททัวร์ เรือสำราญ หรือที่พักล่วงหน้า
ไม่ใช่ทุกประเทศที่ห้ามเหมือนกัน
สิ่งสำคัญคือ แต่ละประเทศไม่ได้มีกฎเหมือนกันทั้งหมด บางประเทศห้ามลายพรางทุกประเภทสำหรับพลเรือน บางประเทศห้ามเฉพาะเครื่องแบบทหารหรือเครื่องแบบตำรวจ ขณะที่บางประเทศอาจไม่ได้มีกฎหมายห้ามชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่หรือคนท้องถิ่นอาจมองว่าไม่เหมาะสม
ดังนั้นอย่าพึ่งพาแค่ข้อมูลจากโซเชียลหรือโพสต์รีวิวท่องเที่ยว ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการล่าสุดเสมอ เพราะกฎหมายและแนวทางบังคับใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้
iStockphoto
สรุป เที่ยวต่างประเทศควรแพ็กเสื้อผ้าลายพรางไหม?
หากกำลังเดินทางไปประเทศที่มีกฎเข้มเรื่อง เสื้อผ้าลายพราง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ต้องแพ็กไปเลย เพราะแม้จะเป็นแฟชั่นทั่วไปในบ้านเรา แต่ในบางประเทศอาจถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับทหารหรือเจ้าหน้าที่ความมั่นคง
การตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่นก่อนเดินทางจึงสำคัญไม่แพ้การเช็กพาสปอร์ต วีซ่า หรือสัมภาระ เพราะเสื้อผ้าชิ้นเล็ก ๆ อย่างหมวก กระเป๋า หรือชุดเด็กที่มีลายพราง อาจทำให้ทริปสะดุดด้วยการถูกยึดของ ถูกปรับ หรือถูกเรียกตรวจโดยไม่จำเป็น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี