กี่วินาที? เช็กระยะอันตราย “ฟ้าผ่า” อยู่ห่างคุณแค่ไหน เปิดสูตรนับนิ้วง่ายๆ ไม่ต้องใช้แอป

กี่วินาที? เช็กระยะอันตราย “ฟ้าผ่า” อยู่ห่างคุณแค่ไหน เปิดสูตรนับนิ้วง่ายๆ ไม่ต้องใช้แอป

กี่วินาที? เช็กระยะอันตราย “ฟ้าผ่า” อยู่ห่างคุณแค่ไหน เปิดสูตรนับนิ้วง่ายๆ ไม่ต้องใช้แอป
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กี่วินาทีจากแสงวาบถึงเสียงฟ้าร้อง? วิธีคำนวณง่ายๆ ว่า “ฟ้าผ่า” อยู่ห่างจากคุณแค่ไหน

สูตรนับวินาทีเช็คระยะอันตราย! วิธีคำนวณระยะห่าง 'ฟ้าผ่า' ด้วยตัวเอง ทริคเอาชีวิตรอดที่สายเที่ยวป่าขึ้นเขาต้องรู้

ความตื่นตาตื่นใจที่มาพร้อมกับอันตรายในช่วงหน้าฝน

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง การได้มองเห็นแสงฟ้าแลบแปลบปลาบตามด้วยเสียงฟ้าร้องกระหึ่มอาจเป็นภาพที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับใครหลายคน แต่ในขณะเดียวกัน มันคือสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่แฝงไปด้วยอันตรายร้ายแรง หากคุณกำลังทำกิจกรรมอยู่กลางแจ้ง เดินป่า หรือติดอยู่บนยอดเขา การรู้ว่าพายุและประกายฟ้าผ่าอยู่ห่างจากตัวคุณมากน้อยแค่ไหน จะช่วยให้คุณตัดสินใจหาที่หลบภัยได้อย่างทันท่วงที โดยที่คุณสามารถคำนวณระยะทางคร่าวๆ ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ

สูตรนับวินาที: เคล็ดลับคำนวณระยะทางพายุด้วยตาและหู

หลักการกะระยะห่างของพายุฝนฟ้าคะนองนั้น อาศัยความต่างของ "ความเร็วแสง" และ "ความเร็วเสียง" เนื่องจากแสงเดินทางเร็วกว่าเสียงมาก เมื่อเกิดฟ้าผ่าเราจึงมองเห็นแสงวาบ (ฟ้าแลบ) ทันที ก่อนที่เสียงฟ้าร้องจะเดินทางตามมาทีหลัง

ในทางวิทยาศาสตร์ ความเร็วของเสียงในอากาศจะอยู่ที่ประมาณ 340 เมตรต่อวินาที ดังนั้น เราจึงสามารถใช้สูตรคำนวณระยะทางแบบง่ายๆ ได้ดังนี้:

  • เมื่อคุณ เห็นแสงฟ้าแลบ ให้เริ่มนับเวลาในใจเป็นวินาทีทันที (นับ 1, 2, 3...) ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ยิน เสียงฟ้าร้อง ตามมา

  • ทุกๆ 1 วินาที ที่นับได้ จะเท่ากับระยะทางที่ฟ้าผ่าอยู่ห่างออกไปประมาณ 340 เมตร

  • จำง่ายๆ คือ หากนับได้ 3 วินาที แสดงว่าพายุและฟ้าผ่าอยู่ห่างจากคุณไปประมาณ 1 กิโลเมตร ตัวอย่างเช่น หากคุณเห็นแสงวาบแล้วนับได้ 10 วินาที จึงได้ยินเสียงฟ้าร้อง แสดงว่าจุดที่ฟ้าผ่าอยู่ห่างออกไปราวๆ 3.4 กิโลเมตร ยิ่งตัวเลขวินาทีน้อยเท่าไหร่ ก็หมายความว่าพายุขยับเข้าใกล้ตัวคุณมากเท่านั้น โดยในสภาพอากาศที่เปิดโล่ง เราอาจได้ยินเสียงฟ้าร้องดังกังวานได้ไกลถึง 20-25 กิโลเมตรเลยทีเดียว

"กฎ 30-30" สูตรเอาชีวิตรอดระดับสากลที่นักเดินป่าต้องจำ

สำหรับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะการเดินป่าและปีนเขา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับสากลนิยมนำ "กฎ 30-30" (30-30 Rule) มาใช้เป็นเกณฑ์เตือนภัยเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด:

  • 30 ตัวแรก (วินาทีอันตราย): หากคุณเห็นแสงฟ้าแลบ แล้วได้ยินเสียงฟ้าร้องตามมาภายในเวลา น้อยกว่า 30 วินาที(หรืออยู่ห่างออกไปไม่เกิน 10 กิโลเมตร) นั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยวิกฤต ให้คุณ "หยุดการเดินทางและรีบหาที่หลบภัยที่ปลอดภัยทันที" เพราะคุณอยู่ในรัศมีที่ฟ้าสามารถผ่าลงมาถึงได้

  • 30 ตัวหลัง (นาทีเช็คความปลอดภัย): หลังจากที่พายุสงบลงและไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องแล้ว อย่าเพิ่งรีบออกจากที่ซ่อนในทันที แนะนำให้ รอต่อไปอีกอย่างน้อย 30 นาที นับจากเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง จึงจะถือว่าปลอดภัยและสามารถออกเดินทางต่อได้อย่างมั่นใจ เนื่องจากพายุมักจะมีประจุไฟฟ้าหลงเหลืออยู่ซึ่งอาจก่อให้เกิดฟ้าผ่าตามหลังได้

ยกระดับความแม่นยำด้วยเทคโนโลยีและเรดาร์สภาพอากาศ

นอกเหนือจากการใช้วิธีนับวินาทีด้วยตัวเองแล้ว ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปยังสามารถติดตามทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุได้อย่างแม่นยำผ่านเครื่องมือเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยสามารถเช็คผ่านแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศและเว็บไซต์เรดาร์ตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งจะแสดงแผนที่เรดาร์กลุ่มฝนและจุดที่มีการเกิดประจุไฟฟ้าฆ่าเชื้อหรือฟ้าผ่าแบบเรียลไทม์ (Live Storm Tracker) การมีแอปพลิเคชันเหล่านี้ติดมือถือไว้และเปิดระบบแจ้งเตือนเมื่อมีกลุ่มฝนฟ้าคะนองเข้าใกล้รัศมีที่อยู่ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล