เปิดประวัติ "พระที่นั่งพิมานรัตยา" สถานที่ประดิษฐานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เปิดประวัติ "พระที่นั่งพิมานรัตยา" ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพเจ้านาย ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ในหน้าประวัติศาสตร์ราชสำนักไทย มีหมู่พระที่นั่งและพระมหาปราสาทมากมายที่ถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญอันเป็นโบราณราชประเพณีสืบทอดกันมานับร้อยปี และหนึ่งในสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งแต่หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อนักคือ “พระที่นั่งพิมานรัตยา” ซึ่งตั้งอยู่เบื้องหลังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ล่าสุด พระที่นั่งองค์นี้ได้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ราชสำนักไทยอีกครั้ง เมื่อถูกใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สร้างพระที่นั่งแห่งนี้ขึ้นมาที่มีการประดิษฐานพระศพเจ้านาย ณ ที่แห่งนี้
ลักษณะสถาปัตยกรรมงดงามตามแบบไทยโบราณ
“พระที่นั่งพิมานรัตยา” เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนทาสีขาว ยกพื้นสูง มีลักษณะโดดเด่นด้วยการมีเสาลอยรับหลังคาโดยรอบ ตัวอาคารเชื่อมต่อกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยห้องโถงยาวทอดยาวไปทางทิศใต้ที่เรียกว่า "มุขกระสัน" รอบระเบียงทิศตะวันออก ตะวันตก และด้านทิศใต้มีเสารายล้อมรอบ
หลังคาของพระที่นั่งเป็นชั้นลด 3 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสี ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์อย่างสมพระเกียรติ บริเวณหน้าบันจำหลักรูปพระพรหมทรงหงส์ ซุ้มพระทวารเป็นซุ้มเรือนแก้วลายดอกพุดตาน และซุ้มพระบัญชรเป็นซุ้มทรงบันแถลง ปิดทองประดับกระจกอย่างประณีตงดงาม

จุดกำเนิดจากเหตุอัคคีภัยในรัชสมัยรัชกาลที่ 1
หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น การก่อสร้างพระที่นั่งองค์นี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญในปี พ.ศ. 2332 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) เมื่อเกิดเหตุฟ้าผ่าบริเวณหน้ามุขเด็จ “พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท” จนเกิดเพลิงลุกลามไหม้เครื่องบน หลังคา และองค์พระมหาปราสาทพังเสียหาย
หลังเหตุเพลิงไหม้ มีพระราชดำริให้รื้อถอนซากอาคารและสร้างพระมหาปราสาทขึ้นใหม่ โดยปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมบางส่วนให้สมส่วนสวยงามยิ่งขึ้น และได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่ที่ด้านหลังต่อจากมุขหลังของพระมหาปราสาท พร้อมพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งพิมานรัตยา”
ก่อนจะพระราชทานนามพระมหาปราสาทองค์ใหม่ข้างหน้าว่า “พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท” ซึ่งหลังคาของพระที่นั่งทั้งสองรวมถึงพระปรัศว์ในเวลานั้นดาดด้วยดีบุกทั้งหมด
จาก "พระวิมานที่บรรทม" สู่ "สถานที่สรงพระบรมศพ"
ตลอดระยะเวลากว่าสองศตวรรษ พระที่นั่งพิมานรัตยามีบทบาทสำคัญในราชสำนักมาโดยตลอด ในอดีตเคยใช้เป็นพระวิมานที่บรรทมของพระมหากษัตริย์เมื่อเสด็จมาประทับ ณ หมู่พระมหาปราสาท โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เคยเสด็จมาประทับ ณ พระที่นั่งองค์นี้เป็นเวลานานถึง 1 ปี ในระหว่างที่มีการบูรณะหมู่พระมหามณเฑียร
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงใช้เป็นสถานที่ชุมนุมมหาสมาคมของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารฝ่ายใน เพื่อเข้ารับพระราชทานอิสริยยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) ได้มีการประกอบพระราชพิธีสรงพระบรมศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยาแห่งนี้
และนับแต่นั้นเป็นต้นมา พระที่นั่งองค์นี้จึงกลายเป็นสถานที่หลักในการประกอบพระราชพิธีสรงพระบรมศพและพระศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน (รวมถึงในพิธีสรงพระบรมศพของรัชกาลที่ 9 ด้วย)

หน้าประวัติศาสตร์ใหม่: ครั้งแรกของการ "ประดิษฐานพระศพ"
แม้ว่าพระที่นั่งพิมานรัตยาจะผูกพันกับพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพมานานหลายทศวรรษในฐานะสถานที่สรงพระศพ แต่ในอดีตหลังจากเสร็จสิ้นพิธีสรงพระศพแล้ว จะต้องอัญเชิญพระบรมศพหรือพระศพไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทที่อยู่ด้านหน้าเสมอ ไม่เคยปรากฏบันทึกว่าเคยใช้พระที่นั่งพิมานรัตยาเป็นสถานที่ตั้งประดิษฐานพระศพมาก่อนเลย
จนกระทั่งในวาระการประกอบพระราชพิธีเกี่ยวกับพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้มีการโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีสรงพระศพ
การเปลี่ยนแปลงเขตพระราชฐานเพื่อประดิษฐานพระศพในครั้งนี้ จึงนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์รอบ 200 กว่าปีของพระที่นั่งพิมานรัตยา และถือเป็นบันทึกเหตุการณ์หน้าสำคัญอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ราชสำนักไทยที่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนตามวาระและยุคสมัยอย่างสมพระเกียรติ
แหล่งอ้างอิง
อัลบั้มภาพ 17 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






