ส่วนนี้ของ "หัวหอมใหญ่" ขุมทรัพย์สารอาหาร คนส่วนใหญ่พลาดของดี ทิ้งลงขยะไปเฉยๆ

ส่วนนี้ของ "หัวหอมใหญ่" ขุมทรัพย์สารอาหาร คนส่วนใหญ่พลาดของดี ทิ้งลงขยะไปเฉยๆ

ส่วนนี้ของ "หัวหอมใหญ่" ขุมทรัพย์สารอาหาร คนส่วนใหญ่พลาดของดี ทิ้งลงขยะไปเฉยๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ส่วนนี้ของ "หัวหอมใหญ่" สารต้านอนุมูลอิสระมหาศาล คนส่วนใหญ่มักทิ้งไปเพราะไม่รู้คุณค่า

เป็นเรื่องปกติที่คนที่ทำอาหารกินเองที่บ้านมักจะปอกและโยนเปลือกหัวหอมชั้นนอกทิ้งก่อนจะนำไปปรุงอาหาร แต่การทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณพลาดประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายเลยทีเดียว

เอริน พาลินสกี-เวด (Erin Palinski-Wade) นักกำหนดอาหารและนักเขียนจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Health ว่า หากคุณไม่ได้รังเกียจรสนิยมของมัน เปลือกหัวหอมสามารถเป็นแหล่งของสารอาหารต้านการอักเสบชั้นดีได้เลยทีเดียว

“เปลือกชั้นนอกสุดของหัวหอมถือเป็นขุมทรัพย์ทางโภชนาการที่อัดแน่นมากเมื่อเทียบกับเนื้อชั้นใน” เธอกล่าว

1. ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกาย

เปลือกชั้นนอกของหัวหอมอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะเปลือกหอมแดงที่เป็นแหล่งของสารฟลาโวนอยด์ที่ชื่อว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanin) ในขณะที่เปลือกของหอมหัวใหญ่สายพันธุ์อื่น ๆ จะเป็นแหล่งของฟลาโวนอยด์ที่ชื่อว่า "เควอร์เซติน" (Quercetin)

ทั้งแอนโทไซยานินและเคอร์ซีตินต่างมีส่วนช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นต้นเหตุของโรคร้ายในร่างกาย แม้ว่าเราจะพบสารฟลาโวนอยด์เหล่านี้ได้ในเนื้อหัวหอมส่วนอื่น ๆ เช่นกัน แต่ก็พบในความเข้มข้นที่ต่ำกว่ามาก ความจริงแล้ว ผงที่ทำจากเปลือกหัวหอมอาจมีปริมาณสารเคอร์ซีตินมากกว่าเนื้อชั้นในถึง 10 กว่าเท่าเลยทีเดียว

2. ช่วยให้คุณได้รับใยอาหาร (ไฟเบอร์) ตามเป้าหมาย

เปลือกหัวหอมมีใยอาหารมากกว่าเนื้อหัวหอมด้านใน แม้ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะรับประทานไฟเบอร์ไม่ค่อยถึงเกณฑ์ที่แนะนำ แต่ผลการศึกษามากมายระบุว่า อาหารที่มีไฟเบอร์สูงนั้นเชื่อมโยงกับการขับถ่ายที่ดีขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดที่คงที่มากขึ้น คลอเลสเตอรอลที่ต่ำลง การป้องกันโรคมะเร็ง และช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น

3. ช่วยลดขยะอาหาร (Food Waste)

ดร. เมแกน เมเยอร์ (Megan Meyer) นักวิจัยด้านภูมิคุ้มกันวิทยาทางโภชนาการจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา กล่าวว่า ข้อดีอย่างมากของการเพิ่มเปลือกหัวหอมเข้าไปในมื้ออาหารคือการช่วยลดขยะอาหาร

“ในบางประเทศ คาดว่ามีเปลือกหัวหอมถูกทิ้งถึง 300–500 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนในสหรัฐฯ อาหารประมาณ 30–40% ต้องกลายเป็นขยะ ฉันจึงชอบที่จะหาแนวทางใหม่ ๆ ในการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของอาหาร” ดร. เมเยอร์ กล่าว

ในปัจจุบัน บางบริษัทเริ่มเปิดรับแนวคิดนี้ด้วยการใส่เปลือกหัวหอมลงในอาหารแปรรูป ซึ่งช่วยทั้งลดขยะและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ

“มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ใช้เปลือกหัวหอมเป็นส่วนผสมในพาสต้าสูตรเพิ่มสารอาหาร พบว่ามันช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางโภชนาการของพาสต้าให้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ เปลือกหัวหอมจึงเริ่มถูกนำไปผสมในอาหารประเภทอื่น ๆ เช่น ขนมปังสูตรกลูเตนฟรี ขนมปังโฮลวีต และเนื้อบดก้อน (Patties)” ดร. เมเยอร์ ระบุ

ข้อควรระวังในการกินเปลือกหัวหอม

แม้ว่าเปลือกหัวหอมจะปลอดภัยหากใช้ในปริมาณเล็กน้อย แต่พาลินสกี-เวด ไม่แนะนำให้ทานแบบดิบ ๆ เนื่องจากมันเคี้ยวยากและอาจเสี่ยงต่อการติดคอจนหายใจไม่ออก นอกจากนี้ มันยังย่อยยาก “โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีระบบย่อยอาหารบอบบางหรือเป็นโรคสำไส้แปรปรวน (IBS)”

ความเสี่ยงอีกประการหนึ่งคือ สารเคมีตกค้างจากยาฆ่าแมลง พาลินสกี-เวดจึงแนะนำให้เลือกซื้อหัวหอมแบบออร์แกนิก หรือไม่ก็ต้องล้างเปลือกให้สะอาดมาก ๆ

วิธีนำเปลือกหัวหอมมาปรุงอาหาร

ดร. เมเยอร์ แนะนำว่า วิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งคือการใส่เปลือกหัวหอมลงไปต้มในน้ำซุปผักหรือน้ำซุปไก่หม้อใหญ่ หรือจะใส่ลงไปเคี่ยวในซุปและสตูต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมและความลึกของรสชาติก็ได้เช่นกัน (แต่ต้องจำไว้ว่า ให้กรองเอาเปลือกออกก่อนเสิร์ฟ)

“อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนุกคือ การนำเปลือกที่ล้างสะอาดแล้วไปตากแห้ง จากนั้นนำมาบดเป็นผงละเอียดเพื่อใช้เป็นผงปรุงรส หรือจะนำไปผสมในขนมอบอย่างบิสกิต เพื่อเพิ่มทั้งรสชาติและคุณค่าสารอาหาร” 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล