ไม่ใช่ชากาแฟ! 4 อาหาร ตัวการ "ฟันเหลือง" ทิ้งคราบฝังแน่น แปรงยังไงก็ไม่ขาว

ไม่ใช่ชากาแฟ! 4 อาหาร ตัวการ "ฟันเหลือง" ทิ้งคราบฝังแน่น แปรงยังไงก็ไม่ขาว

ไม่ใช่ชากาแฟ! 4 อาหาร ตัวการ "ฟันเหลือง" ทิ้งคราบฝังแน่น แปรงยังไงก็ไม่ขาว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฟันเหลืองไม่ใช่แค่แปรงไม่สะอาด แพทย์ชี้ 4 อาหาร กินประจำ ทำฟันเหลือง แปรงไม่หาย เข้าคลินิกอย่างเดียว!

หลายคนแปรงฟันทุกวัน แต่ยังรู้สึกว่าฟันดูหมอง เหลือง หรือมีคราบติดง่ายกว่าที่คิด ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการดูแลช่องปากไม่ดีเพียงอย่างเดียว เพราะอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่กินเป็นประจำ อาจทิ้งคราบสีไว้บนผิวฟัน หรือทำให้เคลือบฟันถูกกรดกัดกร่อนจนฟันดูเหลืองขึ้นได้

ข้อมูลจาก American Dental Association ผ่านเว็บไซต์ MouthHealthy ระบุว่า อาหารและเครื่องดื่มที่มีกรดสามารถกัดกร่อนเคลือบฟัน ซึ่งเป็นชั้นแข็งด้านนอกที่ช่วยปกป้องฟัน ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลยังเพิ่มความเสี่ยงต่อฟันผุ เพราะแบคทีเรียในช่องปากใช้น้ำตาลสร้างกรดที่ทำร้ายฟันได้

ทำไมฟันถึงค่อยๆ เหลืองขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

ฟันของคนเราไม่ได้ขาวสว่างเหมือนกระดาษตั้งแต่แรก สีฟันตามธรรมชาติอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน และเมื่ออายุมากขึ้น เคลือบฟันด้านนอกอาจบางลงหรือสึกไปตามการใช้งาน ทำให้ชั้นเนื้อฟันด้านในซึ่งมีโทนเหลืองกว่าเห็นชัดขึ้น

นอกจากอายุแล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเครื่องดื่มสีเข้ม กินอาหารที่มีเม็ดสีจัด ดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีกรดบ่อยๆ รวมถึงการสูบบุหรี่และการทำความสะอาดช่องปากไม่ทั่วถึง

4 อาหารและเครื่องดื่มที่อาจทำให้ฟันเหลืองง่าย

1. ซอสมะเขือเทศและซอสสีเข้ม

ซอสมะเขือเทศเป็นอาหารที่หลายคนกินบ่อย ทั้งในพาสต้า พิซซ่า หรือเมนูซอสต่างๆ จุดที่ควรระวังคือสีแดงเข้มของมะเขือเทศและความเป็นกรดของซอส อาจทำให้คราบสีเกาะบนผิวฟันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินบ่อยและไม่ได้บ้วนปากหรือทำความสะอาดช่องปากหลังมื้ออาหาร

ซอสปรุงรสสีเข้มบางชนิด เช่น ซอสถั่วเหลือง ซอสบาร์บีคิว หรือซอสที่มีเครื่องเทศสีจัด ก็อาจทิ้งคราบบนผิวฟันได้เช่นกัน วิธีลดคราบแบบง่ายๆ คือดื่มน้ำหรือบ้วนปากหลังรับประทาน และแปรงฟันให้ถูกวิธีเป็นประจำ

2. เครื่องดื่มอัดลม

หลายคนรู้ว่าเครื่องดื่มอัดลมมีน้ำตาลสูงและอาจเพิ่มความเสี่ยงฟันผุ แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือความเป็นกรดของเครื่องดื่มเหล่านี้ American Dental Association ระบุว่า น้ำอัดลมและเครื่องดื่มกีฬาเป็นหนึ่งในกลุ่มเครื่องดื่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกัดกร่อนเคลือบฟัน โดยแม้แต่เครื่องดื่มแบบไม่มีน้ำตาลก็ยังอาจมีความเป็นกรดจากความซ่าได้

เมื่อเคลือบฟันถูกกัดกร่อน ฟันอาจดูหมอง เหลือง หรือไวต่อความเย็นมากขึ้น หากเลี่ยงไม่ได้ ควรดื่มเป็นครั้งคราว ไม่จิบบ่อยตลอดวัน และดื่มน้ำเปล่าตามเพื่อช่วยลดการค้างของกรดและน้ำตาลในช่องปาก

3. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สีเข้ม

บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ หรือผลไม้สีเข้มอื่นๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เม็ดสีตามธรรมชาติของผลไม้เหล่านี้อาจเกาะบนผิวฟันและทำให้เกิดคราบได้ โดยเฉพาะหากกินบ่อยแล้วไม่ได้ดื่มน้ำหรือบ้วนปากตาม

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกกินผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ เพียงแต่ควรดูแลหลังรับประทาน เช่น ดื่มน้ำเปล่า บ้วนปาก หรือทำความสะอาดช่องปากตามปกติ เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบสี

4. ไวน์

ไวน์แดงมีสีเข้มและมีสารแทนนิน จึงอาจทำให้เกิดคราบบนฟันได้ ส่วนไวน์ขาวแม้ไม่มีสีเข้มเท่า แต่ความเป็นกรดก็อาจทำให้ผิวฟันไวต่อการเกิดคราบจากอาหารหรือเครื่องดื่มอื่นๆ ได้มากขึ้น

สำหรับผู้ที่ดื่มไวน์ ควรดื่มน้ำตาม และไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังดื่มเครื่องดื่มที่มีกรด เพราะช่วงนั้นเคลือบฟันอาจอ่อนตัวชั่วคราว ควรรอให้เวลาผ่านไปสักพักก่อนแปรงฟัน เพื่อลดโอกาสทำร้ายผิวฟันโดยไม่ตั้งใจ

ฟันปลอมก็เหลืองได้ หากดูแลไม่ถูกวิธี

ไม่ใช่แค่ฟันธรรมชาติเท่านั้นที่เกิดคราบได้ ฟันปลอมก็อาจเปลี่ยนสีหรือมีคราบสะสมตามเวลา หากไม่ได้ถอดทำความสะอาดอย่างถูกวิธี หรือปล่อยให้คราบอาหารและเครื่องดื่มเกาะอยู่เป็นประจำ

ผู้ที่ใส่ฟันปลอมควรทำความสะอาดตามคำแนะนำของทันตแพทย์ และหลีกเลี่ยงการใช้สารทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป เพราะอาจทำให้วัสดุเสียหายหรือระคายเคืองช่องปากได้

วิธีลดคราบฟันเหลืองจากอาหารและเครื่องดื่ม

การป้องกันคราบฟันเหลืองไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกอย่างที่มีสีเข้ม แต่ควรปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม และดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังดื่มหรือกินอาหารที่มีสีจัด มีกรด หรือมีน้ำตาลสูง

  • ดื่มน้ำเปล่าหรือบ้วนปากหลังรับประทานอาหารสีเข้ม
  • ไม่จิบเครื่องดื่มหวานหรือเครื่องดื่มมีกรดตลอดวัน
  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
  • ใช้ไหมขัดฟันวันละครั้ง เพื่อทำความสะอาดซอกฟันที่แปรงเข้าไม่ถึง
  • พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนตามความเหมาะสม

บทสรุป

ฟันเหลืองไม่ได้แปลว่าแปรงฟันไม่สะอาดเสมอไป เพราะสีฟันเปลี่ยนได้จากอายุ เคลือบฟันที่สึกลง อาหารสีเข้ม เครื่องดื่มอัดลม ผลไม้บางชนิด ไวน์ รวมถึงพฤติกรรมการดูแลช่องปากในชีวิตประจำวัน

ทางที่ดีที่สุดคือไม่ต้องตื่นตระหนกหรือเลิกกินทุกอย่างที่ชอบ แต่ควรกินอย่างพอดี ดื่มน้ำตามหลังอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทิ้งคราบง่าย และรักษาความสะอาดช่องปากให้สม่ำเสมอ หากฟันเปลี่ยนสีมากผิดปกติ เสียวฟัน หรือมีคราบที่แปรงไม่ออก ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวิธีดูแลที่เหมาะสม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล