ดูซีรีส์สงสัยไหม? ผู้หญิงโบราณรับมือ "ประจำเดือน" อย่างไร ในโลกที่ยังไม่มีผ้าอนามัย!

ย้อนรอยประวัติศาสตร์โลก! ยุคที่ไม่มีผ้าอนามัย ผู้หญิงโบราณเค้า "ซับประจำเดือน" กันอย่างไร?
เกิดเป็นหญิงโบราณแสนลำบาก! เปิดมหากาพย์ "ผ้าอนามัยรุ่นทวด" ส่องวิถีสตรีทั่วโลก นุ่งผ้าขี่ม้า-ยัดขี้เถ้าแกลบ-แช่กระดาษ และห้ามตากให้ผู้ชายเห็น....
"ผ้าอนามัย" ถือเป็นนวัตกรรมที่ขาดไม่ได้เลยในชีวิตของผู้หญิงยุคปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยมอบความสะดวกสบายและลดความกังวลในวันมามากแล้ว ในทางการแพทย์ สิ่งนี้ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อและลดการเกิดโรคสูตินรีเวชต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม จนถึงขั้นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "1 ใน 10 สิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตมนุษย์ในศตวรรษที่ 20" เลยทีเดียว
แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ในยามที่เข็มนาฬิกาย้อนกลับไปหลายร้อยหลายพันปี ในยุคที่ยังไม่มีผ้าอนามัยสำเร็จรูป สตรีในยุคโบราณทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน เกาหลี หรือแม้แต่ฝั่งตะวันตก พวกเธอต้องรับมือและผ่านพ้น "วันนั้นของเดือน" กันอย่างไร? วันนี้เราจะพาทุกคนเจาะไทม์แมชชีนไปส่องภูมิปัญญาชาวบ้านของสาว ๆ ในอดีตกันครับ
1. ยุคดึกดำบรรพ์: "จุดร่วมสากล" ที่เหมือนกันทั่วทั้งโลก
ในยุคที่มนุษย์ยังไม่มีเทคโนโลยีหรือสิ่งทอใด ๆ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสตรีทั่วโลกนั้นคล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสาวไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือยุโรป ต่างเริ่มต้นจากการหยิบจับวัตถุดิบธรรมชาติเท่าที่จะหาได้รอบตัวมาใช้ซับและเช็ดทำความสะอาด เช่น ใบไม้ หญ้าแห้ง ขนนก และหนังสัตว์ที่มีความนุ่ม
สำหรับกลุ่มสตรีชั้นสูงที่มีความพิถีพิถันหน่อย ก็จะนำหนังสัตว์มาตัดแต่งเป็นเส้นยาว ๆ ผูกไว้ที่เอว ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็น "ต้นแบบแรกสุด" ของผ้าอนามัยในประวัติศาสตร์มนุษย์ ก่อนที่ต่อมาจะเริ่มมีการทอผ้าฝ้ายและผ้าไหมเข้ามาแทนที่ในกลุ่มผู้มีอันจะกิน
2. ยุคใช้ขี้เถ้าและแกลบก้นครัว: ภูมิปัญญาเอเชียตะวันออก
เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มเรียนรู้จากวิถีชีวิตว่า "ขี้เถ้า" ที่เหลือจากการเผาฟืนในเตาหุงต้ม หรือ "แกลบ" (เปลือกข้าวสาร) มีคุณสมบัติในการดูดซับของเหลวได้อย่างดีเยี่ยม เพราะโครงสร้างของสิ่งเหล่านี้จะมีรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมากที่คอยกักเก็บน้ำ นวัตกรรมการเย็บถุงผ้าแล้วใส่สารดูดซับธรรมชาติจึงกลายเป็นวิถียอดฮิตของสาว ๆ ฝั่งเอเชีย:
- ฝั่งผู้หญิงไทยโบราณ: สาวสยามรุ่นทวดจะเรียกผ้าอนามัยทำเองนี้ว่า "ผ้าขี่ม้า" (บางท้องถิ่นเรียก ผ้าขัดสมาธิ) วิธีการคือจะนำเศษผ้าเก่ามาพับทบกันยาว ๆ เป็นแถบหนา ยัดไส้ตรงกลางด้วยแกลบหรือขี้เถ้าละเอียดเพื่อช่วยซับเลือดระดูไม่ให้ไหลซึมเปื้อนผ้าถุง จากนั้นนำมาพาดผ่านหว่างขา โดยมีเชือกกล้วยหรือเชือกผ้าผูกรัดโยงไว้ที่เอว หน้าตาและการฟังก์ชันคล้ายกับการนุ่งผ้าเตี่ยวหรือการขี่ม้านั่นเอง
- ฝั่งสตรีจีนโบราณ: จะนำเศษผ้าดิบหรือผ้าฝ้ายมาเย็บเป็นถุงทรงยาว กรอกขี้เถ้าแกลบลงไปด้านใน ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ยุคชุนชิว (ราว 2,700 ปีก่อน) ซึ่งเวลาพวกเธอขอตัวไป "เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย" ในงานสังคม แท้จริงแล้วก็คือการแอบไปเปลี่ยนถุงขี้เถ้านั่นเอง
- ฝั่งสตรีเกาหลีโบราณ (ยุคโชซอน): จะเรียกผ้าอนามัยทำเองว่า "แกดู" (개두) หรือ "ซ็อชิ" (서치) โดยใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมมาตัดเย็บเป็นแถบยาว ทบกันหลาย ๆ ชั้น ยัดไส้ด้วยขี้เถ้าก้นครัวที่ได้จากการหุงต้ม ก่อนจะผูกโยงไว้ที่เอวไม่ต่างจากผ้าขี่ม้าของไทย
เรื่องต้องห้ามและค่านิยมความเชื่อร่วมกัน: ทั้งในไทย จีน และเกาหลี ต่างมีความเชื่อลึกลับตรงกันว่า เลือดประจำเดือนเป็นสิ่งไม่เป็นมงคลและเป็นของต่ำ (ห้ามผู้หญิงเข้าใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเครื่องรางเวลาเป็นระดู) ดังนั้น การซักตากผ้าซับประจำเดือนจึงต้องแอบทำในที่ลับสายตาผู้ชายอย่างมิดชิดที่สุด มักจะตากไว้ต่ำ ๆ หรือหลังบ้านร่มครึ้ม ห้ามนำขึ้นมาตากบนราวผ้าขึงสูงเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าจะทำให้คาถาอาคมของพวกผู้ชายเสื่อมถอย
3. ยุคกำเนิดกระดาษ: นวัตกรรมความนุ่มของฝั่งจีน
ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก หลังจากที่จีนเริ่มผลิตกระดาษจนแพร่หลาย สตรีโบราณก็ค้นพบว่ากระดาษที่นำมาขยำจนนุ่มนั้น มีพลังในการดูดซับความชื้นได้ดีไม่แพ้ผ้า "กระดาษหยาบ" (กระดาษฟาง) จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งไอเทมซับประจำเดือนที่สะอาด เบา และแห้งสบายกว่าขี้เถ้า ทว่าเนื่องจากสัดส่วนการผลิตกระดาษในอดีตยังไม่ได้แพร่หลายทั่วถึง กระดาษซับประจำเดือนจึงยังคงเป็นของจำกัดเฉพาะในกลุ่มคุณหนูตระกูลใหญ่เท่านั้น
4. บริบทของฝั่งตะวันตก และยุโรปโรมันโบราณ
ตัดภาพมาที่ซีกโลกตะวันตก พวกเขาก็มีนวัตกรรมที่ล้ำหน้าและปรับเปลี่ยนไปตามทรัพยากรในท้องถิ่นเช่นกัน:
- กรีกและโรมันโบราณ: สาว ๆ แถบเมดิเตอร์เรเนียนจะใช้ผ้าสำลีพับทบกันหลาย ๆ ชั้น หรือในบางครั้งที่ต้องการความคล่องตัว พวกเธอจะใช้ "ผ้าพันรอบไม้ชิ้นเล็ก ๆ" เพื่อทำหน้าที่คล้ายกับผ้าอนามัยแบบสอด (Tampon) ในยุคปัจจุบัน ถือเป็นต้นกำเนิดนวัตกรรมผ้าอนามัยแบบสอดชิ้นแรก ๆ ของโลก
- ยุคอียิปต์โบราณ: ดินแดนลุ่มแม่น้ำไนล์จะหยิบจับ "กระดาษปาปิรุส" (Papyrus) มาใช้ประโยชน์ โดยพวกเธอจะนำกระดาษปาปิรุสไปแช่น้ำจนเนื้อเยื่ออ่อนนุ่ม จากนั้นจึงนำมาใช้ซับประจำเดือน ซึ่งถือเป็นลอจิกเดียวกับตอนที่สตรีชาวจีนคิดค้นกระดาษฟางหยาบขึ้นมาใช้ไม่มีผิดเพี้ยน
5. ยุคสงครามโลก: จุดกำเนิดผ้าอนามัยสมัยใหม่ และแบรนด์ "โกเต็กซ์"
รูปร่างของผ้าอนามัยที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากสมรภูมิรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยบรรดาพยาบาลอาสาที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาในโรงพยาบาลสนาม ได้นำเอา "สำลีชุบสารฆ่าเชื้อ" มาห่อด้วยผ้าก๊อซแล้วลองนำมาใช้ซับประจำเดือน vàพบว่ามันใช้งานได้ดีเยี่ยม สะอาด และซับน้ำได้ดีกว่าวิธีเดิม ๆ เป็นร้อยเท่า
ต่อมา บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค (Kimberly-Clark) ได้เล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ จึงได้นำแนวคิดนี้มาต่อยอด พัฒนาวัสดุซึมซับชั้นยอดและจดทะเบียนการค้าภายใต้แบรนด์ "KOTEX" ซึ่งเมื่อสตรีสยามได้สัมผัสกับนวัตกรรมนี้ต่างก็ตื่นตาตื่นใจกันมาก เพราะสะดวก สะอาด ไม่ต้องคอยซักผ้าขี่ม้าตากอีกต่อไป และนั่นเป็นเหตุผลที่คนไทยยุคคุณย่าคุณยายติดปากเรียกผ้าอนามัยทุกยี่ห้อในโลกนี้ว่า "โกเต๊ก" มาจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง
ข้อคิดทิ้งท้ายสำหรับสายฝันอยาก "ทะลุมิติ"
สำหรับสาว ๆ ยุคปัจจุบันคนไหนที่ชอบดูซีรีส์แนวย้อนยุค แล้วเกิดเพ้อฝันอยากจะทะลุมิติตามเทรนด์ไปเกิดใหม่ในอดีต ไม่ว่าจะอยากไปเป็นพระมเหสีแห่งวังหลวงโชซอน เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ในแผ่นดินจีน หรือเป็นสตรีชั้นสูงในยุโรปโบราณ อาจจะต้องเตรียมใจรับความจริงข้อนี้ไว้ให้ดี ๆ นะครับ เพราะเมื่อถึงวันนั้นของเดือน คุณพี่ก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับความจริงของการใช้ "ผ้าขี่ม้าพกขี้เถ้า" "แกดูผูกเอว" "กระดาษปาปิรุสแช่น้ำ" มาซับประจำเดือนอยู่ดี... เห็นแบบนี้แล้ว การได้ใช้ชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบันที่มีผ้าอนามัยนุ่ม ๆ แผ่นบางเฉียบพร้อมเจลซึมซับ ถือเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดแล้ว!
- เปิดชื่อ 7 หญิงงาม ที่ถูกกล่าวว่า "สวยที่สุด" ในวรรณคดีไทย คุณให้ใครอันดับ 1
- "ฮ่องเต้ผู้อาภัพ" สิ้นพระชนม์ 100 ปี หัตถ์ยังกำ "สิ่งนี้" ไว้แน่น ผู้เชี่ยวชาญถึงกับร่ำไห้

เปิดบันทึกประวัติศาสตร์: แหล่งอ้างอิงความจริงจากทั่วมุมโลก
เรื่องราว "วันนั้นของเดือน" ไม่ใช่เรื่องลี้ลับที่คิดไปเอง แต่มีหลักจดบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์และงานวิจัยระดับสากลอย่างเด่นชัด อาทิเช่น:
- บันทึกประวัติศาสตร์เกาหลี: ในหนังสือ "คยูฮับชงซอ" (Gyuhap Chongseo - 규합총서) ปี ค.ศ. 1809 ซึ่งเป็นคัมภีร์คู่มือแม่บ้านในยุคราชวงศ์โชซอน ได้มีบทความบันทึกเกี่ยวกับการซักทำความสะอาดผ้าซับระดู หรือที่คนเกาหลีโบราณเรียกว่า "แกจิม" (Gaejim - 개짐)* โดยระบุสูตรลับว่า "หากต้องการล้างคราบเลือดบนผ้าแกจิมให้สะอาดหมดจด ให้นำผ้าไปอังกับไอน้ำต้มข้าวต้ม จากนั้นให้ใช้ขี้เถ้าที่ได้จากการเผากระดูกวัวมาขยี้ซัก จะช่วยให้คราบหลุดออกได้อย่างรวดเร็ว"
*(หมายเหตุ: ในภาษาเกาหลีโบราณนิยมเรียกว่า "แกจิม" (개짐) ส่วนคำว่า "แกดู" และ "ซ็อชิ" เป็นภาษาถิ่นและคำเรียกในกลุ่มสตรีชาววัง)* - บันทึกฝั่งตะวันตกและยุโรปโบราณ: ตามรายงานประวัติศาสตร์ของนิตยสารระดับโลกอย่าง National Geographic และคลังสารานุกรม Wikipedia (Menstrual Pad History) ระบุว่า มีการพบหลักฐานในบันทึกการแพทย์ของอียิปต์โบราณว่า สตรีริมแม่น้ำไนล์มีการใช้ "ต้นปาปิรุส" มาทำให้ทุบนุ่มเพื่อซับเลือด ในขณะที่กรีกโบราณมีบันทึกของ "ฮิปโปเครติส" (Hippocrates) บิดาแห่งการแพทย์แผนตะวันตก ระบุว่าสตรีชาวกรีกมีการใช้ผ้าสำลีเนื้อนุ่มพันรอบไม้ชิ้นเล็ก ๆ เพื่อใช้งานคล้ายผ้าอนามัยแบบสอดนั่นเอง
- หลักฐานฝั่งจีนโบราณ: มีการค้นพบว่าในบันทึกตำราแพทย์และการบอกเล่าสืบต่อกันมาของสตรีจีนตั้งแต่ ยุคชุนชิว มีการระบุถึงถุงผ้าใส่ขี้เถ้าแกลบอย่างชัดเจน โดยสิ่งนี้ถูกทำขึ้นแบบแฮนด์เมดภายในครอบครัว และเป็นหนึ่งในสิ่งของสำคัญที่เจ้าสาวโบราณต้องเย็บเตรียมไว้เป็นสินสอดส่วนตัวก่อนจะแต่งงานเข้าบ้านสามีอีกด้วย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





