สระผมควรเปลี่ยนแชมพูเป็นประจำ หรือใช้ยี่ห้อเดิมซ้ำๆ แพทย์ผิวหนังมีคำตอบ

สระผมควรเปลี่ยนแชมพูเป็นประจำ หรือใช้ยี่ห้อเดิมซ้ำๆ แพทย์ผิวหนังมีคำตอบ

สระผมควรเปลี่ยนแชมพูเป็นประจำ หรือใช้ยี่ห้อเดิมซ้ำๆ แพทย์ผิวหนังมีคำตอบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคล็ดลับสระผม ควรเปลี่ยนแชมพูเป็นประจำ หรือใช้ยี่ห้อเดิมซ้ำๆ แพทย์ผิวหนังมีคำตอบ

หลายคนเมื่อเจอแชมพู หรือยาสระผมที่ใช่หรือสูตรที่ชอบแล้ว มักจะใช้ยิงยาวต่อเนื่องกันเป็นปีๆ โดยไม่ยอมเปลี่ยน แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนี้อาจกำลังทำร้ายผมคุณโดยไม่รู้ตัว!

ล่าสุด นพ.เคอ ป๋อหวน (Dr. Ke Bo-huan) แพทย์ผิวหนังชื่อดัง ได้ออกมาเตือนผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สภาพหนังศีรษะของคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามฤดูกาล ความเครียด และระดับฮอร์โมน การดื้อดึงใช้ยาสระผมสูตรเดิมๆ เป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ "สมดุลจุลินทรีย์บนหนังศีรษะพังทลาย" กระตุ้นการผลิตน้ำมันให้เยิ้มกว่าเดิม และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรังแค อาการคัน รวมถึงรูขุมขนอักเสบ (สิวบนหนังศีรษะ) อีกด้วย

คุณหมออธิบายเพิ่มเติมว่า บางคนชินกับการใช้ยาสระผมขวดเดิมยี่ห้อเดิมนานหลายปี เพียงเพราะรู้สึกว่า "ก็สระแล้วไม่มีปัญหาอะไร" เลยขี้เกียจเปลี่ยน แต่การทำแบบนั้นจะทำให้หนังศีรษะไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม และการฝืนใช้ติดต่อกันนานเกินไปนอกจากจะไม่ช่วยบำรุงแล้ว ยังกลับกลายเป็นการทำร้ายหนังศีรษะแทน

โดยคุณหมอได้สรุป 3 ผลเสียจากการใช้ยาสระผมสูตรเดิมนานเกินไป ไว้ดังนี้

1. เชื้อโรคเริ่ม "ดื้อยา" 

บนหนังศีรษะของคนเราเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหลากหลายชนิด ซึ่งหนังศีรษะที่สุขภาพดีจะเกิดจาก "ความสมดุล" ของกลุ่มจุลินทรีย์เหล่านี้ แต่หากเราใช้ยาสระผมสูตรเดิมที่มีสารต้านเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราตัวเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน สารเหล่านั้นจะทำให้เชื้อบางชนิดเกิดอาการ "ดื้อยา" (Tolerance) จนสารเคมีในแชมพูเริ่มไม่ได้ผล ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียตัวร้ายฉวยโอกาสขยายพันธุ์จนคุมไม่อยู่ นำพาปัญหา "รังแค อาการคัน และรูขุมขนอักเสบ" มาเยือน

2. หนังศีรษะดื้อต่อสารทำความสะอาด ยิ่งสระยิ่งมัน

เมื่อเราใช้สารลดแรงตึงผิว (Surfactant) หรือสารทำความสะอาดชนิดเดิมไปนานๆ หนังศีรษะจะเริ่มปรับตัวให้เข้ากับวิธีการทำความสะอาดแบบนั้น ต่อมไขมันจะเริ่มปรับเปลี่ยนปริมาณการหลั่งน้ำมันออกมาเพื่อต่อต้าน ผลลัพธ์คือ ต่อให้คุณสระผมทุกวัน หนังศีรษะก็อาจจะยิ่งมันเยิ้มขึ้นเรื่อยๆ รูขุมขนอุดตันง่ายขึ้น จนเริ่มมีตุ่มไขมันและสิวอุดตันผุดขึ้นมาบนหัว

3. เกิดการสะสมของสารเคมี กลายเป็นสารกระตุ้นเรื้อรัง

ยาสระผมหลายชนิดในท้องตลาดมักมีส่วนผสมของซิลิโคน สารกันเสีย และน้ำหอม ซึ่งหากใช้ในระยะสั้นอาจจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ แต่ถ้าใช้สูตรเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานาน สารเคมีเหล่านี้อาจตกค้างและสะสมอยู่รอบๆ หนังศีรษะและรูขุมขน กลายเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองเรื้อรังแบบเงียบๆ

สภาพหัวเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ยาสระผมก็ต้องเปลี่ยนตาม!

นพ.เคอ ป๋อหวน ชี้ให้เห็นว่า สภาพหนังศีรษะของคนเราไม่ได้คงที่ตลอดปี ในฤดูร้อนต่อมไขมันจะทำงานหนักทำให้หัวมันเยิ้ม ส่วนฤดูหนาวหนังศีรษะจะแห้งลอกเป็นขุย หรือแม้กระทั่งในช่วงที่เครียดจัด หรือช่วงที่ฮอร์โมนแปรปรวน (เช่น ช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน) หนังศีรษะก็จะมีความเซนซิทีฟและบอบบางเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพหนังศีรษะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ยาสระผมเพียงสูตรเดียวจึงไม่สามารถตอบโจทย์ได้ในทุกสถานการณ์

คำแนะนำจากแพทย์ผิวหนัง ควรทำการประเมินสภาพหนังศีรษะของตัวเอง ทุกๆ 1 ถึง 3 เดือน หากช่วงนั้นรู้สึกว่าหัวมันเยิ้มมาก ให้สลับมาใช้สูตรควบคุมความมัน (Oil-control) แต่ถ้าช่วงไหนหนังศีรษะแห้ง แสบ หรือคัน ให้เปลี่ยนไปใช้สูตรที่ช่วยปลอบประโลมและเติมความชุ่มชื้น (Soothing & Moisturizing) อย่ารอให้หนังศีรษะพังจนเกิดปัญหาแล้วค่อยคิดจะเปลี่ยนยาสระผม

ทางด้าน พญ.พรีมา ทศบวร แพทย์ ABHRSจากคลินิกปลูกผม Hairsmith Clinic ระบุว่า การเปลี่ยนแชมพูบ่อยๆ นั้นสามารถลดผมร่วงได้จริง เพราะเส้นผมของเราก็มีการเปลี่ยนแปลงไปได้ตามสภาพแวดล้อม การใช้แชมพูที่ตรงกับสภาพเส้นผมในตอนนั้นๆ ย่อมเป็นผลดีกับเส้นผมและหนังศีรษะมากกว่า อีกทั้งยังไม่ต้องเสี่ยงกับการที่เส้นผมจะได้รับสารเคมี หรือสารประกอบในแชมพูตัวเดิมนานเกินไปจนเกิดปัญหาผมร่วงอีกด้วย

นอกจากนี้แล้วการเปลี่ยนแชมพูไม่ได้จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนยี่ห้อไปเลย การเปลี่ยนสูตรก็เพียงพอแล้ว ทั้งนี้หากเมื่อเปลี่ยนแชมพูไปแล้วเกิดอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นอาการคัน หรือรังแค ก็ควรหยุดแชมพูตัวใหม่นั้นและเปลี่ยนแชมพูใหม่ทันที หรือถ้าไม่ดีขึ้นก็ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรักษาอย่างตรงจุดอีกที

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล