เปิด 5 โรคประจำตัวที่ "ห้ามกินถั่วงอก" ชี้ภัยเงียบสารเคมี-ทรุดปางตาย
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1978/9892538/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgเปิด 5 โรคประจำตัวที่ "ห้ามกินถั่วงอก" ชี้ภัยเงียบสารเคมี-ทรุดปางตาย

เปิด 5 โรคประจำตัวที่ "ห้ามกินถั่วงอก" ชี้ภัยเงียบสารเคมี-ทรุดปางตาย

แชร์เรื่องนี้

ประโยชน์ล้นแต่มีข้อยกเว้น! เปิด 5 โรคประจำตัวที่ "ห้ามกินถั่วงอก" ชี้ดักคอคนชอบกินดิบ ระวังอาการทรุดหนัก

"ถั่วงอก" จัดเป็นผักสมุนไพรคู่ครัวไทยที่หาซื้อง่าย ราคาประหย่าย และอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เพราะผ่านกระบวนการเพาะจากเมล็ดถั่ว (เช่น ถั่วเขียว หรือถั่วเหลือง) จนแตกหน่อ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์พบว่า เมื่อเมล็ดถั่วกลายสภาพเป็นถั่วงอก สารอาหารต่าง ๆ จะพุ่งสูงขึ้นกว่าตอนเป็นเมล็ดอย่างทวีคูณ

โดยถั่วงอก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 44 แคลอรี แต่ให้วิตามินซีสูงถึง 10 มิลลิกรัม วิตามินอี 15-25 มิลลิกรัม รวมถึงโปรตีน ธาตุเหล็ก และสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของผิวพรรณ และช่วยควบคุมความดันโลหิตให้คงที่ ทว่า... แม้จะมีประโยชน์มหาศาล แต่แพทย์เตือนว่า "ผู้ป่วย 5 กลุ่มโรคนี้ ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการกินถั่วงอกเด็ดขาด" เพราะอาจเข้าไปกระตุ้นให้อาการป่วยทรุดหนักลงได้ครับ

เปิดลายแทง 5 โรคอันตราย ที่ควรทางใครทางมันกับ "ถั่วงอก"

1. ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง / ลำไส้แปรปรวน

ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการพื้นฐานคือ ร่างกายอ่อนแอ ขี้หนาว มือเท้าเย็น และขับถ่ายง่าย (อุจจาระเหลว) เนื่องจากถั่วงอกมีฤทธิ์เป็นยาเย็นและมีเส้นใยอาหารที่ย่อยยาก หากฝืนกินบ่อย ๆ หรือ "กินถั่วงอกดิบตอนท้องว่าง" จะเข้าไปเพิ่มลมในทางเดินอาหาร กระตุ้นให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสียอย่างรุนแรง จนร่างกายสูญเสียน้ำและทำให้ระบบกระเพาะอาหารอ่อนแอลงไปอีก

  • วิธีแก้ไข: หากอยากกินจริง ๆ ต้องปรุงให้สุกเสมอก่อนรับประทาน และจำกัดปริมาณให้พอเหมาะ

2. ผู้ป่วยโรคเก๊าท์

ข้อนี้สำคัญมากสำหรับสายกินก๋วยเตี๋ยว! ถั่วงอกจัดเป็นผักที่มี "สารพิวรีน" (Purine) สูงมาก ซึ่งสารชนิดนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกแปรสภาพเป็นกรดยูริก และหากในกระแสเลือดมีระดับกรดยูริกสะสมสูงเกินไป มันจะตกผลึกเป็นตะกอนแหลมคมคล้ายเข็มไปเกาะอยู่ตามข้อต่อต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบและปวดข้ออย่างรุนแรงเฉียบพลันตามสไตล์ของโรคเก๊าท์

3. ผู้ป่วยโรคไต

เมื่อประสิทธิภาพในการทำงานของไตเสลดถอยลง ความสามารถในการขับ "โพแทสเซียม" ออกจากร่างกายก็จะลดลงตามไปด้วย ทว่าในถั่วงอกกลับเป็นผักที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียมในปริมาณที่สูงมาก หากผู้ป่วยโรคไตทานถั่วงอกมากเกินไป จะทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมสะสมในเลือดสูง (Hyperkalemia) ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้นได้

4. ผู้ที่อยู่ในช่วงทานยา (โดยเฉพาะยาสมุนไพร/ยาจีน)

ในศาสตร์การแพทย์แผนโบราณและแพทย์แผนจีน ถั่วงอกมีสรรพคุณเด่นในการ "ล้างพิษ" (Detoxification) ซึ่งความสามารถในการล้างพิษนี้ อาจเข้าไปทำปฏิกิริยา "หักล้างหรือลดทอนประสิทธิภาพของตัวยา" ที่กำลังรับประทานอยู่ ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น หากอยู่ในช่วงทานยารักษาโรคเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนทาน

5. ผู้ที่มีอาการแพ้พืชตระกูลถั่ว

เนื่องจากถั่วงอกโตมาจากเมล็ดถั่วโดยตรง หากคุณเป็นคนที่มีประวัติแพ้ถั่วลิสง ถั่วเหลือง หรือพืชตระกูลถั่วชนิดอื่น ๆ ควรเลี่ยงการกินถั่วงอกด้วยเช่นกัน เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ ตั้งแต่อาการขั้นเบา เช่น ผื่นคัน ลมพิษ ไปจนถึงขั้นรุนแรง เช่น หน้าบวม หลอดลมหดตัว หายใจไม่ออก หรือเกิดภาวะช็อกอนาฟิแล็กซิส (Anaphylactic Shock) ที่อันตรายถึงชีวิต

 

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :phunutoday