หมูยอแบบไหนดี? หน้าเนียนกริบ VS มีรูพรุน เลือกให้อร่อย-ปลอดภัย ไร้สารบอแรกซ์!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1978/9892334/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgหมูยอแบบไหนดี? หน้าเนียนกริบ VS มีรูพรุน เลือกให้อร่อย-ปลอดภัย ไร้สารบอแรกซ์!

หมูยอแบบไหนดี? หน้าเนียนกริบ VS มีรูพรุน เลือกให้อร่อย-ปลอดภัย ไร้สารบอแรกซ์!

แชร์เรื่องนี้

ซื้อหมูยอแบบไหนดี? หน้าเนียนกริบ VS มีรูพรุนขนาดเล็ก แบบไหนอร่อยปลอดภัย ไร้สารบอแรกซ์

แม่บ้านต้องเช็ก! เผยเหตุผลทำไม "หมูยอมีรูพรุน" ถึงดีกว่าเนื้อเนียนกริบ ชี้ของแถมสารเคมีที่หลายคนไม่รู้

"หมูยอ" เป็นอาหารแปรรูปและเมนูยอดฮิตที่หลายคนโปรดปราน มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานอร่อยเป็นธรรมชาติจากเนื้อหมู แต่เรื่องหนึ่งที่ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงสงสัยเวลาไปเดินเลือกซื้อตามท้องตลาดคือ "ควรเลือกซื้อหมูยอที่เนื้อเนียนแน่นกริบ หรือแบบที่ตัดออกมาแล้วมีรูพรุนเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วเนื้อด้านใน ถึงจะอร่อยและปลอดภัยกว่ากัน?" วันนี้มีเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญในการเลือกซื้อมาเฉลยให้ฟังกันครับ

เฉลยจากผู้เชี่ยวชาญ: หน้าเนียนหรือมีรูพรุน แบบไหนดีกว่า?

ตามคำแนะนำระบุว่า หมูยอที่ดีและอร่อยจริง ๆ คือหมูยอที่ตัดออกมาแล้วเนื้อมีความชุ่มชื้นพอดี และต้องมี "รูพรุนขนาดเล็ก" (รูรังผึ้ง) ปรากฏอยู่บนเนื้อสัมผัส

สาเหตุที่หมูยอแท้ต้องมีรูพรุนเล็ก ๆ เป็นเพราะในกระบวนการบดผสมเนื้อหมูสดจนเนียนละเอียด จะเกิดฟองอากาศเล็ก ๆ แทรกซึมอยู่ภายในเนื้อ เมื่อนำหมูยอไปต้มหรือนึ่งจนสุก ความร้อนจะทำให้ฟองอากาศเหล่านี้ขยายตัวและดันออก เกิดเป็นรอยรูพรุนเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วหน้าตัด ซึ่งเป็นธรรมชาติของเนื้อสัตว์บด

นอกจากนี้ เนื้อหมูยอที่มีความฉ่ำน้ำเล็กน้อย เป็นสิ่งยืนยันว่าหมูยอล็อตนั้นผลิตมาจาก "เนื้อหมูสดใหม่" ที่ได้คุณภาพ และเป็นหมูยอที่ทำขึ้นมาใหม่ ๆ ไม่ใช่อาหารค้างเก่า อีกทั้งยังเป็นข้อพิสูจน์ว่าทำจากเนื้อสัตว์แท้บริสุทธิ์ โดยไม่ได้ผสมสารบอแรกซ์หรือสารเคมีแปลกปลอมอื่น ๆ

สรุป: ผู้บริโภคควรเลือกซื้อหมูยอที่เนื้อนุ่ม มีความชุ่มชื้น และมีรูพรุนเล็ก ๆ ซึ่งจะให้รสชาติที่อร่อย กลมกล่อม และปลอดภัยกว่าหมูยอที่เนื้อแน่นเนียนสนิทผิดปกติ

เคล็ดลับการแยกแยะ: หมูยอแท้ธรรมชาติ VS หมูยอผสมบอแรกซ์

ผู้ผลิตบางรายมักแอบใส่ "สารบอแรกซ์" (น้ำประสานทอง) รวมถึงสารเคมีอื่น ๆ ลงไปในหมูยอเพื่อสร้างเนื้อสัมผัสที่เด้ง กรุบกรอบ และเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น ซึ่งเราสามารถสังเกตความแตกต่างได้ด้วยตาเปล่าและประสาทสัมผัส ดังนี้ครับ:

  • หมูยอแท้ธรรมชาติ: เนื้อจะมีสีขาวอมชมพูอ่อน ๆ หรือสีขาวงาช้าง หน้าตัดมีรูพรุนเล็กน้อย เมื่อตัดออกมาจะรู้สึกถึงความนุ่ม หนึบ และฉ่ำน้ำนิด ๆ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเนื้อหมูและเครื่องเทศ เมื่อรับประทานจะได้รสหวานธรรมชาติและมีความนุ่มเด้งพอดี

  • หมูยอผสมสารบอแรกซ์: พื้นผิวหน้าตัดจะเนียนกริบเป็นเนื้อเดียวกันแบบผิดธรรมชาติ แทบไม่มีรูพรุนให้เห็น ตัวหมูยอแทบไม่มีกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ และเมื่อนำไปอุ่นร้อนหรือต้ม เนื้อหมูยอจะมีลักษณะยุ่ยหรือคายแป้งออกมาอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงให้สัมผัสที่กรอบเด้งดึ๋งเกินไป

อันตรายจากสารบอแรกซ์ที่ต้องระวัง: บอแรกซ์เป็นสารเคมีที่มีพิษเฉียบพลันและเรื้อรัง หากร่างกายได้รับในปริมาณมากในคราวเดียวจะเกิดอาการเป็นพิษเฉียบพลัน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือไตวายเฉียบพลัน และหากรับประทานสะสมเป็นเวลานาน สารพิษจะเข้าไปทำลายระบบย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร รวมถึงสะสมในตับและไตจนทำให้อวัยวะภายในเสื่อมสภาพลง ดังนั้น การเลือกซื้อหมูยอจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ทำความรู้จัก 6 เมนูหมูยอแปรรูปยอดฮิต

หากพูดถึงเมนูประเภทนี้ นอกจาก "หมูยอเนื้อหมู" ที่เราคุ้นเคยกันดีแล้ว ยังมีเมนูแปรรูปเนื้อสัตว์ในตระกูลเดียวกันอีกหลายชนิดที่อร่อยและน่าลิ้มลอง:

  1. หมูยอธรรมดา: ทำจากเนื้อหมูสันในบดละเอียดผสมน้ำปลาแท้และพริกไทย ห่อด้วยใบตองแล้วนำไปต้มจนสุก เป็นเมนูพื้นฐานที่นิยมใช้ในทุกเทศกาล

  2. ยอเนื้อคู่/ยอเนื้อสัตว์ใหญ่: ทำจากเนื้อประเภทอื่น เช่น เนื้อวัว หรือเนื้อหมูป่า ซึ่งมีจุดเด่นคือเนื้อมีความนุ่มและหวานธรรมชาติ ไม่เหนียว โดยผู้ผลิตมักผสมมันหมูลงไปในสัดส่วนที่พอดีเพื่อไม่ให้เนื้อแห้งเกินไป จัดเป็นเมนูที่รสชาติแปลกใหม่

  3. หมูยอหนัง: ใช้หนังหมูหั่นเป็นเส้นฝอยขนาดยิบ ผสมคลุกเคล้าเข้ากับเนื้อหมูบดและน้ำปลาดี เมื่อต้มสุกและทิ้งไว้ให้เย็น ตัวหนังหมูจะเซ็ตตัวทำให้หมูยอมีความกรุบกรอบเคี้ยวสนุกเป็นพิเศษ นิยมนำมาทำยำหรือทานเป็นกับแกล้ม

  4. ยอเนื้อลูกวัว: ทำจากเนื้อลูกวัวคัดพิเศษ ผสมกับส่วนผสมสูตรเฉพาะ นำไปนึ่งอบด้วยความร้อนนานกว่า 12 ชั่วโมง เนื้อที่ได้จะมีสีชมพูสวย ฉ่ำน้ำ และนุ่มละมุนลิ้น

  5. ยอเนื้อวัว: ทำจากเนื้อวัวคัดเกรด ผสมกับผักชีลาวสับละเอียดและพริกไทยดำ เมนูนี้จะมีรสชาติเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมสมุนไพรเฉพาะตัว นิยมกินคู่กับผักดอง พริกสด หรือใส่ในก๋วยเตี๋ยว

  6. หมูยอซัด/หมูยอหูหมู: คล้ายกับแกงกระด้างหรือต้มยำหูหมูของบ้านเรา ทำจากส่วนหัวหมู เช่น หู จมูก ลิ้น และแก้ม นำมาหั่นบาง ๆ ผัดกับเห็ดหูหนูและเครื่องเทศจนเข้าเนื้อ จากนั้นอัดใส่พิมพ์ให้ความเย็นจากเจลาตินธรรมชาติในผิวหมูรัดตัวจนแน่น ได้สัมผัสที่กรอบกรุบหนึบหนับ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :phunutoday