คนขายยังไม่กิน! 4 ผลไม้อันตราย อย่าซื้อแม้ราคาถูก เผยทริกดูยังไงให้ปลอดภัย

คนขายยังไม่กิน! 4 ผลไม้อันตราย อย่าซื้อแม้ราคาถูก เผยทริกดูยังไงให้ปลอดภัย

คนขายยังไม่กิน! 4 ผลไม้อันตราย อย่าซื้อแม้ราคาถูก เผยทริกดูยังไงให้ปลอดภัย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

4 ผลไม้อันตราย ไม่ควรกินแม้ราคาถูกแค่ไหน เสี่ยงมะเร็งขั้นสุด!

ผลไม้เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพราะให้วิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารพฤกษเคมีหลายชนิดที่ร่างกายต้องการ แต่ในชีวิตจริง ไม่ใช่ผลไม้ทุกแบบที่ควรหยิบใส่ตะกร้า โดยเฉพาะผลไม้ที่ขึ้นรา หั่นทิ้งไว้นาน หรือมีสภาพผิดปกติจนเสี่ยงปนเปื้อนสารอันตรายและเชื้อโรค

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกและฐานข้อมูลสารปนเปื้อนอาหารของ WHO ระบุว่า อะฟลาทอกซินเป็นสารพิษจากเชื้อราที่มีฤทธิ์ก่อมะเร็งและเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ ขณะที่ CDC ของสหรัฐฯ เตือนว่าอาหารที่ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกินไปอาจทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว ดังนั้นการเลือกผลไม้จึงไม่ควรดูแค่ความสวย ราคาถูก หรือความสะดวกเท่านั้น

1. ผลไม้ขึ้นรา อย่าตัดทิ้งแล้วกินต่อแบบชะล่าใจ

หลายคนเห็นผลไม้ขึ้นราเพียงจุดเล็กๆ แล้วเลือกตัดส่วนนั้นออก ก่อนกินส่วนที่เหลือต่อเพราะเสียดาย แต่ความเสี่ยงอยู่ที่เชื้อราและสารพิษบางชนิดอาจแพร่กระจายไปมากกว่าที่ตาเห็น โดยเฉพาะผลไม้เนื้อนิ่มหรือมีความชื้นสูง

ข้อมูลจาก National Cancer Institute ระบุว่า อะฟลาทอกซินเป็นสารพิษที่สร้างโดยเชื้อราบางชนิด เช่น Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus ซึ่งสามารถปนเปื้อนในพืชผลทางการเกษตรได้ ส่วน IARC ระบุว่าอะฟลาทอกซินมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็งตับ

หากพบผลไม้เนื้อนิ่มขึ้นรา มีกลิ่นผิดปกติ หรือเริ่มมีน้ำเยิ้ม ควรทิ้งทั้งผล ไม่ควรเสี่ยงกินต่อ เพราะการตัดเฉพาะส่วนที่เห็นราออกอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในผลไม้ที่เชื้อราแทรกซึมได้ง่าย

2. ผลไม้รูปร่างผิดปกติหรือใหญ่เกินธรรมชาติ ควรเลือกอย่างระวัง

ผลไม้ที่ลูกใหญ่ผิดสังเกต สีสดมากผิดปกติ หรือรูปร่างแปลกไปจากพันธุ์ทั่วไป อาจดึงดูดสายตาผู้ซื้อได้ดี แต่ไม่ควรตัดสินใจจากความสวยเพียงอย่างเดียว เพราะบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตหรือสารเคมีระหว่างการเพาะปลูกที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผลไม้ลูกใหญ่ทุกชนิดจะอันตรายเสมอไป เพราะขนาดและรูปร่างอาจขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ฤดูกาล ดิน น้ำ และการดูแลของเกษตรกร สิ่งที่ควรทำคือเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานความปลอดภัย และสังเกตลักษณะโดยรวม เช่น ไม่มีกลิ่นสารเคมีฉุน ไม่ช้ำเละ และไม่มีคราบผิดปกติ

หากไม่แน่ใจ ควรเลือกผลไม้ตามฤดูกาล รูปร่างเป็นธรรมชาติ และล้างให้สะอาดก่อนกินเสมอ เพราะเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากสิ่งปนเปื้อนบนผิวผลไม้ได้

3. ผลไม้หั่นพร้อมกิน สะดวกแต่เสี่ยงปนเปื้อนง่าย

ผลไม้หั่นพร้อมกินเป็นตัวเลือกที่สะดวก โดยเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาด หรือร้านริมทาง แต่เมื่อผลไม้ถูกปอกและหั่นแล้ว ชั้นป้องกันตามธรรมชาติจะหายไป ทำให้เนื้อผลไม้สัมผัสกับอากาศ มีด เขียง ภาชนะ และมือผู้เตรียมอาหารโดยตรง

CDC ระบุว่าแบคทีเรียสามารถเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วเมื่ออาหารอยู่ในช่วงอุณหภูมิอันตราย และไม่ควรทิ้งอาหารที่เน่าเสียง่ายไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมงหากอากาศร้อนจัด ขณะที่งานทบทวนเกี่ยวกับผลไม้สดหั่นพร้อมบริโภคระบุว่า หากมีการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค เช่น E. coli, Salmonella หรือ Listeria การล้างหรือกระบวนการฆ่าเชื้อบางแบบอาจไม่สามารถกำจัดได้หมด

ทางที่ปลอดภัยคือเลือกผลไม้หั่นพร้อมกินจากร้านที่เก็บในตู้เย็นสะอาด ปิดภาชนะมิดชิด ระบุเวลาผลิตชัดเจน และควรกินทันทีหลังซื้อ หากผลไม้มีสีคล้ำผิดปกติ มีกลิ่นหมัก กลิ่นเปรี้ยว หรือมีน้ำเยิ้มมาก ควรหลีกเลี่ยง

4. ผลไม้สุกสวยผิดธรรมชาติ อาจเสี่ยงสารเร่งสุกที่ไม่ปลอดภัย

ผลไม้บางชนิดถูกเก็บตั้งแต่ยังดิบเพื่อขนส่งไกล ก่อนนำมาบ่มให้สุกก่อนขาย ซึ่งในระบบการค้าปกติอาจใช้วิธีที่ควบคุมมาตรฐานได้ แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้สารเร่งสุกที่ไม่ปลอดภัย เช่น แคลเซียมคาร์ไบด์ในบางพื้นที่

งานทบทวนในวารสาร Food Chemistry ระบุว่า แคลเซียมคาร์ไบด์และผลไม้ที่ผ่านการเร่งสุกด้วยแคลเซียมคาร์ไบด์อาจมีสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตราย เช่น สารหนูอนินทรีย์ และสารกลุ่มฟอสฟอรัสไฮไดรด์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายประเทศควบคุมหรือห้ามใช้สารนี้กับอาหาร

สัญญาณที่ควรสังเกตคือ ผลไม้สีสวยสม่ำเสมอผิดธรรมชาติ แต่เนื้อแข็ง กลิ่นไม่หอมตามปกติ หรือสุกไม่เท่ากันทั้งผล หากเป็นไปได้ ควรเลือกผลไม้ตามฤดูกาล ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีกลิ่นเคมีหรือรูปลักษณ์ผิดปกติชัดเจน

ผลไม้ที่ดูไม่สวย แต่บางกรณียังกินได้

ไม่ใช่ผลไม้ที่มีตำหนิทุกชนิดจะอันตราย เพราะบางครั้งรอยช้ำหรือรอยขีดข่วนเกิดจากการขนส่งหรือการกระแทกเท่านั้น หากผลไม้ยังไม่มีกลิ่นแปลก ไม่มีรา และไม่ได้เน่าเละ อาจตัดส่วนที่ช้ำออกและกินส่วนที่เหลือได้ แต่ควรกินให้เร็วและเก็บในตู้เย็นอย่างเหมาะสม

  • ผลไม้ช้ำจากการกระแทก: หากเป็นรอยช้ำเล็กน้อยจากการขนส่ง และไม่มีกลิ่นหมักหรือรสผิดปกติ สามารถตัดส่วนนั้นออกได้ แต่ควรกินโดยเร็ว
  • ผลไม้แห้งหรือแช่แข็งที่ผิวดูไม่น่ากิน: หากเกิดจากการสูญเสียน้ำหรือการออกซิเดชัน แต่ไม่มีรา ไม่เหม็น และไม่เก็บนานเกินไป โดยทั่วไปยังพิจารณากินได้ตามสภาพสินค้า
  • ผลไม้ผิวไม่สวยแต่เนื้อปกติ: เช่น ผิวมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยหรือสีไม่สม่ำเสมอ หากล้างสะอาดและไม่มีสัญญาณเน่าเสีย ก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งเสมอไป

วิธีเลือกผลไม้ให้ปลอดภัยขึ้น

การเลือกผลไม้ให้ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะผลที่สวยที่สุด แต่ควรดูความสด กลิ่น สภาพเปลือก และแหล่งจำหน่ายควบคู่กัน โดยเฉพาะผลไม้ที่ปอกหั่นแล้ว ควรให้ความสำคัญกับความสะอาดและการเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม

    • เลือกผลไม้จากร้านหรือแหล่งจำหน่ายที่สะอาดและน่าเชื่อถือ
    • หลีกเลี่ยงผลไม้ขึ้นรา เน่าเละ มีกลิ่นหมัก หรือมีน้ำเยิ้มผิดปกติ
    • ล้างผลไม้สดด้วยน้ำสะอาดก่อนปอก หั่น หรือกิน
    • แยกมีดและเขียงสำหรับผลไม้สดออกจากของดิบ เช่น เนื้อสัตว์
    • เก็บผลไม้หั่นแล้วในตู้เย็น และไม่วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป
    • เลือกผลไม้ตามฤดูกาลและหลีกเลี่ยงผลไม้ที่สุกสวยผิดธรรมชาติอย่างน่าสงสัย

สรุป ผลไม้ดีต่อสุขภาพ แต่ต้องเลือกให้เป็น

ผลไม้ยังเป็นอาหารที่ควรมีในชีวิตประจำวัน แต่การเลือกกินอย่างปลอดภัยสำคัญไม่แพ้ปริมาณที่กิน โดยเฉพาะผลไม้ขึ้นรา ผลไม้หั่นพร้อมกินที่เก็บไม่เหมาะสม ผลไม้ที่ดูผิดธรรมชาติ และผลไม้ที่สงสัยว่าอาจใช้สารเร่งสุกไม่ปลอดภัย

ทางที่ดีที่สุดคือเลือกผลไม้สด สะอาด มาจากแหล่งที่ไว้ใจได้ ล้างก่อนกิน และอย่าเสียดายผลไม้ที่มีรา เน่า หรือกลิ่นผิดปกติ เพราะการทิ้งผลไม้หนึ่งผลอาจคุ้มค่ากว่าการเสี่ยงนำสารพิษหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยไม่จำเป็น

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล