พ่อแม่มือใหม่เลี้ยงลูกตาม AI ไม่ฟังผู้ใหญ่เตือน ผ่านไป 1 เดือน หมอตกใจสภาพเด็ก

พ่อแม่มือใหม่เลี้ยงลูกตาม AI ไม่ฟังผู้ใหญ่เตือน ผ่านไป 1 เดือน หมอตกใจสภาพเด็ก

พ่อแม่มือใหม่เลี้ยงลูกตาม AI ไม่ฟังผู้ใหญ่เตือน ผ่านไป 1 เดือน หมอตกใจสภาพเด็ก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รักลูกไม่ถูกทาง! พ่อแม่มือใหม่เลี้ยงลูกตาม AI ป้อนนมไม่ฟังคำเตือนผู้ใหญ่ ผ่านไป 1 เดือน หมอถึงกับตกใจสภาพเด็ก

พ่อแม่มือใหม่คู่หนึ่งในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังหลงเชื่อคำแนะนำของปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนทำให้ทารกวัยเพิ่งครบเดือนได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

รายงานระบุว่า พ่อแม่คู่นียังขาดประสบการณ์และเลี้ยงลูกโดยพึ่งพาคำแนะนำจากโมเดล AI ของจีนแบบ 100% โดยป้อนนมให้ลูกเพียงครั้งละ 60 มิลลิลิตรเท่านั้น ส่งผลให้เด็กทารกหิวโซและร้องไห้งอแงไม่หยุด ทว่าน้ำหนักตัวกลับแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย จนกระทั่งพาลูกกลับไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลจึงได้พบความจริงอันน่าตกใจนี้

ยึดตำรา AI ห้ามใครเตือน: ป้อนนมแค่ 60 มล.

สำนักข่าวจีนรายงานว่า นายอาเฉียง (นามสมมติ) และภรรยา มีความกังวลเรื่องสุขภาพของลูกน้อยเป็นพิเศษ เนื่องจากหลังจากคลอดออกมา เด็กเคยต้องนอนโรงพยาบาลจากอาการตัวเหลือง และเมื่อลูกอายุครบเดือนแล้วเริ่มร้องไห้งอแงบ่อยครั้ง ทั้งคู่จึงเลือกที่จะค้นหาคำถามและขอคำแนะนำจากโมเดล AI บนโลกออนไลน์

ตามคำแนะนำของ AI ระบุว่า พวกเขาต้องควบคุมปริมาณนมให้อยู่ที่ 60 มิลลิลิตรต่อมื้ออย่างเคร่งครัด แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำตาม ลูกก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม แม้ว่าผู้ใหญ่ในบ้านจะช่วยเตือนและแนะนำให้เพิ่มปริมาณนมแล้วก็ตาม แต่สองสามีภรรยาก็ยังดื้อแพ่ง และยืนยันที่จะทำตามเกณฑ์มาตรฐานที่ AI บอก

กระทั่งช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ทั้งคู่ได้พาลูกน้อยไปตรวจร่างกายตามนัดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ แพทย์ถึงกับแสดงความตกใจอย่างมากหลังทราบว่าทารกได้รับนมเพียงมื้อละ 60 มิลลิลิตร โดยแพทย์ชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทารกที่คลอดตามกำหนดและอายุครบ 1 เดือน ควรได้รับนมในปริมาณ 80 ถึง 100 มิลลิลิตรต่อมื้อ ปริมาณ 60 มิลลิลิตรนั้นน้อยเกินกว่าจะตอบสนองความต้องการในการเจริญเติบโตได้ เมื่อจนต่อหลักฐาน พ่อแม่มือใหม่จึงยอมรับว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาป้อนนมตามปริมาณที่ AI แนะนำจริงๆ

น้ำหนักไม่ขึ้น แถมร้องจนหมดแรงพับไปเอง

แพทย์ระบุว่า เนื่องจากการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ทำให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำหนักตัวของทารกรายนี้ไม่เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย และอาการร้องไห้งอแงติดต่อกันหลายวันนั้น แท้จริงแล้วเกิดจากความหิวโซ โดยเด็กมักจะร้องไห้จนกระทั่งหมดเรี่ยวหมดแรงไปเองจึงจะยอมนอนหลับ

พร้อมกันนี้ แพทย์ได้อธิบายข้อจำกัดว่า AI นั้นไม่มีทางตรวจวินิจฉัยทางคลินิกแบบพบหน้าคนไข้จริงได้ จึงไม่สามารถประเมินได้อย่างแม่นยำว่าทารกรายนี้คลอดตามกำหนดหรือคลอดก่อนกำหนด รวมถึงไม่สามารถคำนวณความแตกต่างของน้ำหนักตัวของเด็กแต่ละคนได้ สิ่งที่ AI ทำได้มีเพียงการให้คำแนะนำแบบกว้างๆ และใช้สูตรคำนวณสำเร็จรูปเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนให้ยืดหยุ่นตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละคนได้

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ AI บางตัวมักจะถูกออกแบบมาเพื่อสร้างข้อมูลให้ถูกใจผู้ใช้งาน (User) ซึ่งอาจทำให้เกิดการสร้างข้อมูลที่ผิดพลาด (Error) ขึ้นมาได้ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพต่างๆ ก็มักจะตรวจเจอความผิดพลาดในข้อมูลที่ AI ป้อนให้อยู่บ่อยครั้ง

คำเตือนจากแพทย์: เทคโนโลยีเป็นแค่ข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้น

แพทย์ได้ฝากเตือนไปยังสาธารณชนว่า ทุกคนควรมีวิจารณญาณและทักษะการคิดวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน อย่าหลงเชื่อเทคโนโลยีอย่างหน้ามืดตามัว จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ในกรณีที่พบปัญหาสุขภาพ ประชาชนสามารถนำข้อมูลที่ AI ให้มาใช้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือควรใช้บริการแพลตฟอร์มปรึกษาออนไลน์ที่เป็นทางการของโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ เพื่อขอคำแนะนำและรับความเห็นระดับมืออาชีพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบประกอบวิชาชีพโดยตรงจะปลอดภัยที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล