ฆาตกรล่องหน เครื่องใช้ในบ้าน 1 ชนิด ปล่อยสารก่อมะเร็งเงียบๆ แม้ไม่ได้เปิดใช้งาน
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ฆาตกรล่องหน เครื่องใช้ในบ้าน 1 ชนิด ปล่อยสารก่อมะเร็งเงียบๆ แม้ไม่ได้เปิดใช้งาน เสี่ยงทำลายระบบทางเดินหายใจ
ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) เผยให้เห็นถึงอันตรายต่อสุขภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ของ "เตาแก๊ส" ซึ่งน่ากลัวกว่าที่เราคิด เพราะต่อให้คุณ "ปิดเตาแก๊สอยู่" มันก็อาจจะกำลังแอบปล่อยสารก่อมะเร็งออกมาเงียบๆ
เตือนภัย "ฆาตกรเงียบ": สารเบนซีนที่รั่วไหลแม้ปิดเตา
หลายคนคิดว่าแก๊สพิษจะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่เราเปิดไฟทำอาหารเท่านั้น แต่ผลวิจัยกลับพบเรื่องที่น่าตกใจว่า แม้จะปิดเตาแก๊สอยู่ แต่บริเวณข้อต่อและท่อส่งแก๊สก็อาจมีแก๊สธรรมชาติรั่วไหลออกมาในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งในแก๊สธรรมชาตินั้นมี "เบนซีน" (Benzene) สารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 (สารก่อมะเร็งในมนุษย์) ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ปนอยู่ด้วย
-
ตรวจพบ 100% และกลิ่นเตือนภัยที่เชื่อไม่ได้: จากการสุ่มตรวจตัวอย่างแก๊สในครัวเรือนจาก 7 เมืองใหญ่ในยุโรป พบสารเบนซีนปนเปื้อนในทุกตัวอย่าง (คิดเป็น 100%) แม้ว่าในแก๊สธรรมชาติจะมีการใส่ "สารเติมกลิ่น" เพื่อเตือนเวลาแก๊สรั่ว แต่กลิ่นนี้ก็อาจทำให้เราชะล่าใจ เพราะบางครั้งสารเบนซีนอาจมีความเข้มข้นทะลุเกณฑ์มาตรฐานจนทำลายร่างกายไปแล้ว ทั้งที่ผู้ใช้อาจยังไม่ได้กลิ่นแก๊สที่ชัดเจนเลยด้วยซ้ำ
-
ภัยเงียบต่อระบบเลือด: การสูดดมสารเบนซีนเป็นเวลานาน จะเข้าไปทำลายฟังก์ชันการสร้างเม็ดเลือดของไขกระดูกอย่างเงียบๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งระบบเลือด เช่น โรคเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง อันตรายนี้ซ่อนเร้นมากเพราะมันจะไม่แสดงอาการออกมาในทันที

"ปีศาจตัวร้าย" ในครัว
ในระหว่างการปรุงอาหาร การเผาไหม้ของแก๊สจะปล่อย "ไนโตรเจนไดออกไซด์" (NO₂) ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งสารนี้จะเข้าไประคายเคืองและทำลายระบบทางเดินหายใจ
-
เกินมาตรฐานไว แต่อยู่ได้นาน: ผลวิจัยชี้ว่า หากเปิดเตาแก๊สทำอาหารโดยไม่เปิดเครื่องดูดควัน เพียงแค่ 25 นาที ค่า NO₂ ในห้องนอนที่อยู่ห่างจากห้องครัวออกไป ก็สามารถพุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยได้แล้ว โดยแก๊ส NO₂ นี้จะแพร่กระจายไปทั่วทุกมุมบ้าน และแม้จะปิดเตาแก๊สไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง ค่าความเข้มข้นในห้องนอนก็ยังคงสูงกว่าระดับที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การเผาไหม้ของแก๊สยังปล่อยสารเบนซีนออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากเปิดเตาไป 1 ชั่วโมง ปริมาณการปล่อยสารเบนซีนจะสูงกว่าตอนปิดเตาถึง 10-50 เท่า และที่น่ากลัวคือ การเปิดหรือไม่เปิดเครื่องดูดควัน แทบไม่ได้ช่วยลดปริมาณสารเบนซีนนี้เลย
-
ตัวเลขผู้ป่วยที่น่าใจหาย: มีการประเมินว่า เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเพียงแห่งเดียว แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากเตาแก๊สและเตาโพรเพน เป็นสาเหตุให้ผู้ใหญ่เสียชีวิตถึงประมาณ 19,000 รายต่อปี และทำให้เด็กป่วยเป็นโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 50,000 ราย
3 ทริคจัดระเบียบครัวให้ปลอดภัย
เมื่อรู้ถึงความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องเลิกทำอาหารไปเลยเสียทีเดียว เพียงแค่เรารู้วิธีรับมือตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็จะช่วยลดอันตรายลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ:
-
เปิดให้อากาศถ่ายเทเสมอ: เวลาทำอาหารต้องเปิดเครื่องดูดควันควบคู่ไปด้วย และควรเปิดแง้มหน้าต่างไว้สัก 5-10 เซนติเมตร เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของอากาศ และหลังจากทำอาหารเสร็จแล้ว ควรเปิดเครื่องดูดควันทิ้งไว้ต่ออีกประมาณ 10-15 นาที
-
หันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า: เตาแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction) และเตาเซรามิกไฟฟ้า จะไม่มีการปล่อยสารที่เกิดจากการเผาไหม้ของแก๊สเลย ซึ่งเป็นการตัดต้นตอของสารเบนซีนและ NO₂ ได้ 100% สำหรับเมนูต้ม ตุ๋น หรือต้มข้าวต้มในชีวิตประจำวัน ลองเปลี่ยนมาใช้เตาไฟฟ้า ส่วนเมนูที่ต้องใช้ไฟแรงผัดเร็วๆ ค่อยใช้เตาแก๊ส หรือสำหรับบ้านที่ไม่สะดวกเปลี่ยนเตา การใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าแบบพกพาหรือหม้อทอดไร้น้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้กัน
-
ทำความสะอาดเตาเป็นประจำ: คราบน้ำมันและคราบสกปรกบนหน้าเตาแก๊ส นอกจากจะไม่ถูกสุขอนามัยแล้ว เวลาโดนความร้อนยังช่วยเร่งให้เกิดการปล่อยสารที่เป็นอันตรายมากขึ้นด้วย ดังนั้นการรักษาความสะอาดของเตา รวมถึงการล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองของเครื่องดูดควันอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นรายละเอียดเล็กๆ ในครัวที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

