ปิดแอป iPhone ประหยัดแบตจริงไหม? พฤติกรรมที่หลายคนทำทุกวันอาจได้ผลตรงข้าม

ปิดแอป iPhone ประหยัดแบตจริงไหม? พฤติกรรมที่หลายคนทำทุกวันอาจได้ผลตรงข้าม

ปิดแอป iPhone ประหยัดแบตจริงไหม? พฤติกรรมที่หลายคนทำทุกวันอาจได้ผลตรงข้าม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชัวร์หรือมั่ว? มือกวาดปิด App เบื้องหลังทำ iPhone แบตหมดไว ที่แท้เป็นตัวการทำร้ายเครื่อง

สำหรับผู้ใช้งาน iPhone หลายคนคงมีความคุ้นเคยกับพฤติกรรมหนึ่ง นั่นคือหลังจากใช้งานแอปพลิเคชันเสร็จแล้ว มักจะชอบปัดหน้าจอขึ้นเพื่อบังคับปิด App ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพราะเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่และช่วยคืนพื้นที่หน่วยความจำให้ตัวเครื่องทำงานได้ลื่นไหลขึ้น ทว่าพฤติกรรมที่ทำด้วยความหวังดีนี้ อาจกำลังกลายเป็นตัวการทำร้ายโทรศัพท์มือถือโดยที่คุณไม่รู้ตัว

ยิ่งปัดปิดยิ่งกินแบต พฤติกรรมต้องห้ามที่ให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม

เว็บไซต์ Trill ของประเทศญี่ปุ่นได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ความเชื่อเรื่องการปัดปิดแอปพลิเคชันเพื่อประหยัดไฟนั้น ไม่เป็นความจริงสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS ในปัจจุบัน การบังคับปิด App ที่อยู่เบื้องหลังจะส่งผลเสียโดยตรง

เพราะเมื่อคุณต้องการเปิดใช้งานแอปพลิเคชันนั้นอีกครั้งในครั้งต่อไป ตัวเครื่องสมาร์ทโฟนจะต้องเริ่มโหลดข้อมูลใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและประสิทธิภาพของซีพียูสูงมาก ส่งผลให้แบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็วและทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลงในระยะยาว

ระบบจัดการอัจฉริยะ ไขความลับทำไม iPhone ถึงไม่ต้องปัดปิด App

ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเราสลับหน้าจอไปใช้งานโปรแกรมอื่น ระบบปฏิบัติการ iOS จะทำการเปลี่ยนสถานะของแอปพลิเคชันก่อนหน้าให้เข้าสู่ "โหมดพัก" (Suspend) โดยอัตโนมัติทันที ซึ่งเปรียบเสมือนการสั่งให้แอปพลิเคชันนั้นเข้าสู่สภาวะหลับลึก

แม้ว่ารายชื่อโปรแกรมจะยังคงค้างอยู่ในหน่วยความจำชั่วคราว แต่ระบบควบคุมส่วนกลางจะล็อกไม่ให้มีการดึงพลังงานจาก CPU หรือใช้กระแสไฟจากแบตเตอรี่เลยแม้แต่น้อย การปล่อยทิ้งไว้จึงไม่กินไฟ และเมื่อกดเปิดอีกครั้งระบบก็สามารถดึงข้อมูลกลับมาทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่เปลืองพลังงาน

ระบบนี้มีมานานกว่า 16 ปี เกือบทุก iOS ใช้หลักการเดียวกัน

กลไกการทำงานที่ชาญฉลาดนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด แต่ถูกออกแบบและวางรากฐานมาตั้งแต่ปี 2010 ในยุคของ iOS 4 ซึ่งเป็นเวอร์ชันแรกที่เริ่มรองรับระบบมัลติทาสกิง (Multitasking) และยิ่งมีประสิทธิภาพเข้มงวดมากขึ้นนับตั้งแต่ iOS 7 เป็นต้นมา ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะใช้ iPhone รุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ล่าสุด หลักการนี้ก็ยังคงบังคับใช้เหมือนกัน นั่นคือ "การปัดปิดแอปพลิเคชันโดยไม่จำเป็น ถือเป็นข้อห้ามที่ไม่ควรทำ"

ข้อยกเว้นที่สถาปนาให้การปัดปิด App เป็นเรื่องจำเป็น

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อยกเว้นบางประการที่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องกดปัดปิดแอปพลิเคชันด้วยตัวเอง ดังนี้ครับ

  • แอปพลิเคชันที่กำลังเปิดฟังก์ชันเล่นเพลงทิ้งไว้ในระบบหลังบ้าน
  • แอปพลิเคชันที่มีการเปิดระบบนำทางหรือระบุตำแหน่งพิกัด (GPS) ตลอดเวลา
  • แอปพลิเคชันที่มีการตั้งค่าให้ดึงข้อมูลใหม่โดยอัตโนมัติ (Background App Refresh)
  • แอปพลิเคชันเกิดอาการค้าง ชะงัก หรือทำงานผิดปกติ

หากแอปพลิเคชันเหล่านั้นกำลังทำงานในลักษณะนี้อยู่ การปัดหน้าจอเพื่อบังคับปิดแอปพลิเคชันถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องและช่วยหยุดการสิ้นเปลืองพลังงานได้อย่างแท้จริง

iStockphoto

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อถนอมอายุการใช้งานสมาร์ถโฟนให้ยาวนาน

สำหรับผู้ที่ติดนิสัยชอบเคลียร์หน้าจอเคลียร์ App ทุกครั้งหลังใช้งาน การหักห้ามใจไม่ให้ใช้นิ้วปัดหน้าจอขึ้นอาจจะรู้สึกไม่ชินในช่วงแรก แต่การปล่อยให้ระบบจัดการตัวเองตามธรรมชาติ นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความร้อนสะสมของตัวเครื่อง และช่วยประหยัดเวลาในชีวิตประจำวันของคุณได้อีกด้วย

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล