สิ้นสุด "ดิจิทัลทมิฬ" เปิดอินเทอร์เน็ตในรอบ 88 วัน ชาวอิหร่านเผยนาทีแจ้งเตือนเด้งรัว!

สิ้นสุด "ดิจิทัลทมิฬ" อิหร่านเปิดระบบอินเทอร์เน็ตหลังปิดกั้นยาวนาน 88 วัน ประชาชนเผยนาทีแจ้งเตือนเด้งรัว
เปิดเบื้องหลังอิหร่านปลดล็อกอินเทอร์เน็ต เซ่นพิษเศรษฐกิจพังยับ ประชาชนโอดต้องเริ่มชีวิตใหม่จากติดลบ
"ในชีวิตนี้ไม่เคยรู้สึกมีความสุขขนาดนี้มาก่อน เพียงเพราะได้เห็นการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชัน Telegram เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ" เคียน กัลวานี (Kian Galvani) นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ชาวอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความแสดงความรู้สึกตื้นตันใจผ่านบัญชีส่วนตัว
หลังจากประชาชนชาวอิหร่านต้องตกอยู่ภายใต้ภาวะถูกตัดขาดจากโลกดิจิทัลอย่างสิ้นเชิงเป็นเวลานานถึง 88 วัน ล่าสุด ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) แห่งอิหร่าน ได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการให้เปิดระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศอีกครั้ง การปลดล็อก "หลุมดำดิจิทัล" ที่นับว่ายาวนานที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ส่งผลให้ชาวอิหร่านจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สื่อสังคมออนไลน์ โดยบรรณาธิการบริหารของสื่อท้องถิ่นรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความทันทีหลังจากระบบกลับมาใช้งานได้ว่า "นี่คือคำทักทายที่ล่าช้าไปถึง 88 วัน ในที่สุดหลุมดำแห่งโลกไซเบอร์ก็สิ้นสุดลงแล้ว"
สาเหตุการตัดระบบอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า มาตรการปิดกั้นทางดิจิทัลอย่างรุนแรงในครั้งนี้ มีชนวนเหตุมาจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และความไม่สงบภายในประเทศ โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา อิหร่านเผชิญกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งมีสาเหตุมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงตัดสินใจตัดระบบอินเทอร์เน็ตอย่างไร้การแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อวันที่ 8 มกราคม เพื่อควบคุมสถานการณ์และปิดกั้นการกระจายข่าวสาร
การประท้วงดังกล่าวถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จากรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่าตัวเลขอาจสูงถึงหลักพันราย แม้ว่าในเวลาต่อมาระบบอินเทอร์เน็ตจะเริ่มทยอยกลับมาใช้งานได้ในช่วงสั้น ๆ ของเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน รัฐบาลอิหร่านจึงสั่งการให้ตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศทันทีอีกครั้ง ส่งผลให้ประชาชนต้องตกอยู่ภายใต้สภาวะ "เกาะร้างทางดิจิทัล" ต่อเนื่องเกือบ 3 เดือน
ผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจ
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การที่รัฐบาลอิหร่านยอมเปิดระบบอินเทอร์เน็ตในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการปรับเปลี่ยนนโยบายเชิงสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นเพราะระบบเศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญภาวะวิกฤตอย่างหนักจนไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ เนื่องจากอิหร่านถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ประกอบกับความเสียหายจากสงคราม
วิศวกรท้องถิ่นรายหนึ่งเปิดเผยข้อมูลว่า ในประเทศอิหร่าน ค่าเช่าพื้นที่สำหรับเปิดร้านค้าออฟไลน์มีราคาสูงมาก ประชาชนและคนรุ่นใหม่จำนวนมากจึงหันมาประกอบอาชีพสร้างรายได้ผ่านการเปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Instagram และ Telegram เพื่อเลี้ยงชีพ การสั่งตัดระบบอินเทอร์เน็ตยาวนานถึง 88 วัน จึงทำให้ช่องทางการทำมาหากินของประชาชนหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง ส่งผลให้เกิดภาวะหนี้สินสะสมและสูญเสียฐานลูกค้า แม้ว่าในปัจจุบันจะสามารถกลับมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเริ่มต้นธุรกิจใหม่จากจุดที่ติดลบ
ความปลอดภัยที่ยังไม่แน่นอนในสายตาประชาชน
แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอิหร่าน จะแถลงการณ์ว่า "ประชาชนชาวอิหร่านสมควรได้รับสิทธิ์ในการสื่อสารที่เสรีและระบบเศรษฐกิจที่มีความคล่องตัว" แต่ทางองค์กร NetBlocks ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยและความยืดหยุ่นของอินเทอร์เน็ตระดับสากล ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลที่ขัดแย้งว่า ปัจจุบันการฟื้นฟูระบบเครือข่ายในอิหร่านยังคงเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่มีเสถียรภาพ โดยบางภูมิภาคอาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์จึงจะสามารถใช้งานได้ตามปกติ
นอกจากนี้ แอปพลิเคชันรับส่งข้อความหลัก เช่น WhatsApp ยังคงถูกจำกัดการเข้าถึงอย่างเข้มงวด ประชาชนยังจำเป็นต้องใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) เพื่อข้ามช่องทางการปิดกั้น ซึ่งมีความเสี่ยงทางกฎหมาย ประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากจึงยังคงมีความกังวลว่า มาตรการผ่อนปรนนี้อาจเป็นเพียงความสงบชั่วคราวก่อนเกิดวิกฤตการณ์ระลอกใหม่ และหากเกิดการประท้วงภายในประเทศหรือการเจรจาระหว่างประเทศล้มเหลว รัฐบาลก็พร้อมที่จะปิดสวิตช์ระบบสื่อสารเพื่อควบคุมสถานการณ์อีกครั้ง
- หลังสังหารผู้นำอิหร่าน ผุดรูป "ศพใต้ซากปรักหักพัง" ว่อนเน็ต ความจริงคืออะไร? : เช็กข่าวชัวร์
- ชะตากรรมเศร้า "ยอดดวงใจ" ของกษัตริย์อิหร่าน จากราชินีงานแต่งหรู จบชีวิตพลัดถิ่น

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี