คุณชอบแชทมากกว่าโทร? เช็ก 7 บุคลิกสุดปัง จิตวิทยาเผยตาสว่าง โลกแคบ vs ฉลาดเลือก

คุณชอบแชทมากกว่าโทร? เช็ก 7 บุคลิกสุดปัง จิตวิทยาเผยตาสว่าง โลกแคบ vs ฉลาดเลือก

คุณชอบแชทมากกว่าโทร? เช็ก 7 บุคลิกสุดปัง จิตวิทยาเผยตาสว่าง โลกแคบ vs ฉลาดเลือก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ใช่แค่การหลบหน้า! เปิดเหตุผลทำไมคนยุคนี้ชอบพิมพ์มากกว่าโทร

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เวลาเห็นสายโทรศัพท์เข้าแล้วรู้สึกอึดอัด แต่กลับรู้สึกสบายใจกว่ามากเมื่อได้นั่งพิมพ์ข้อความคุยกัน? พฤติกรรมนี้มักถูกคนรุ่นเก่ามองว่าเป็นสัญญาณของความห่างเหินหรือการขาดทักษะทางสังคมในโลกความจริง

แต่ล่าสุด ผลการศึกษาทางจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเพซ (Pace University) นิวยอร์ก ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychology of Popular Media ยืนยันชัดเจนว่า การชอบพิมพ์ข้อความ (SMS/Chat) มากกว่าการโทรคุย ไม่ใช่เรื่องของความไร้มนุษยสัมพันธ์ แต่เป็นกระบวนการบริหารจัดการอารมณ์ เวลา และพลังงานชีวิตของแต่ละบุคคลอย่างชาญฉลาด แถมผลวิจัยยังชี้ว่ากลุ่มคนที่ชอบสื่อสารผ่านตัวอักษรส่วนใหญ่ มีแนวโน้มที่จะมีความนับถือในตนเอง (Self-esteem) สูงขึ้นอีกด้วย

เมื่อ "การโทรคุย" สร้างภาระให้สมองมากกว่าที่คิด

นักจิตวิทยาอธิบายว่า การคุยโทรศัพท์แบบสดๆ เรียลไทม์ ร่างกายและสมองของเราต้องแบกรับ "ภาระทางปัญญา" (Cognitive Load) มหาศาล เพราะเราต้องฟัง ต้องจำ ต้องคิดคำตอบทันที และยังต้องคอยควบคุมโทนเสียงของตัวเองไม่ให้ผิดเพี้ยนไปพร้อมๆ กัน ซึ่งสร้างความเครียดให้คนกลุ่มอินโทรเวิร์ต (Introvert) ได้ง่าย

ในทางตรงกันข้าม การพิมพ์ข้อความจะช่วยทลายความกดดันเรื่องเวลาออกไป ช่วยให้เรามีพื้นที่ในการทบทวนความคิด เรียบเรียงคำพูด และสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้อย่างแม่นยำที่สุด โดยที่ฝั่งผู้รับเองก็สามารถเลือกอ่านและตอบกลับในเวลาที่พวกเขาพร้อมจริงๆ ได้เช่นกัน ตราบใดที่การพิมพ์ไม่ได้ใช้เพื่อการหลบหนีความผิดหรือการเผชิญหน้า นักวิจัยชี้ว่านี่คือรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากในปัจจุบัน

เช็กด่วน! 7 บุคลิกเด่นของคนชอบพิมพ์แชท (มากกว่าโทรศัพท์)

ผลวิจัยล่าสุดได้ลบความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าคนชอบพิมพ์เป็นพวก "ต่อต้านสังคม" (Antisocial) พร้อมเปิดเผย 7 คุณลักษณะเด่นทางจิตวิทยาของคนที่รักการส่งข้อความไว้ดังนี้:

  1. มีความสามารถในการประมวลผลสูง (Cognitive Abilities): เป็นคนคิดอ่านเป็นระบบ สามารถคิดวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ได้หลายมิติ

  2. ความฉลาดทางอารมณ์สูง (EQ สูง): มีทักษะในการควบคุมอารมณ์และสติของตัวเองได้ดีเยี่ยม แม้ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

  3. มีความเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์: ชอบแสดงออกและอธิบายความรู้สึกผ่านการกลั่นกรองคำพูดอย่างถี่ถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะหรือความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น

  4. อ่อนไหวและลึกซึ้งต่อภาษา: สามารถจับความรู้สึกและเข้าใจบริบทของคู่สนทนาผ่านตัวอักษรได้ดี แม้ไม่มีน้ำเสียงหรือภาพใบหน้าประกอบ

  5. บริหารพลังงานและเวลาเก่ง: รู้จักขีดเส้นขอบเขตของตัวเอง (Boundaries) สามารถจัดสมดุลระหว่างเวลางานและเวลาส่วนตัวได้อย่างดีเยี่ยม

  6. สื่อสารได้เฉียบคมและแม่นยำ: ให้คุณค่ากับความชัดเจน ข้อมูลที่ส่งออกไปต้องถูกต้อง และชอบความชัดเจนที่มีหลักฐานตัวอักษรบันทึกไว้

  7. มีความคิดสร้างสรรค์ในการสื่อสาร: รู้จักพลิกแพลงและปรับสไตล์การพิมพ์ให้เข้ากับคู่สนทนา เช่น การเลือกใช้สติกเกอร์ หรืออิโมจิ เพื่อแสดงอารมณ์ได้อย่างมีสีสัน

สุดท้ายแล้ว การเลือกที่จะพิมพ์แชทมากกว่าการยกหูโทรศัพท์ไม่ได้แปลว่าคุณกำลังตัดขาดจากโลกภายนอก แต่มันคือวิธีที่คนยุคนี้ใช้ปกป้องพื้นที่พลังงานและรักษาสุขภาพจิตของตัวเองในโลกที่หมุนไวและวุ่นวาย สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราสื่อสารผ่านช่องทางไหน แต่อยู่ที่ "ความจริงใจ" และ "ความเหมาะสม" ของสถานการณ์ต่างหากครับ ตราบใดที่สารของเราส่งไปถึงคนรับอย่างถูกต้อง การกดปุ่มส่งข้อความก็นับเป็นหนึ่งในศิลปะการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมของมนุษย์ยุคนี้แล้วครับ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล