ไม่ใช่โหมด Sleep! เผยปุ่มลับแอร์ เซฟค่าไฟ "ตอนนอน" ได้มากกว่า ช่วยตัดชั่วโมงทำงาน

ไม่ใช่โหมด Sleep! เผยปุ่มลับแอร์ เซฟค่าไฟ "ตอนนอน" ได้มากกว่า ช่วยตัดชั่วโมงทำงาน

ไม่ใช่โหมด Sleep! เผยปุ่มลับแอร์ เซฟค่าไฟ "ตอนนอน" ได้มากกว่า ช่วยตัดชั่วโมงทำงาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เผยปุ่มลับบนรีโมทแอร์ ช่วยเซฟค่าไฟได้มากกว่าเมื่อเปิดตอนนอน ไม่ใช่โหมด Sleep อย่างที่คิด

เมื่อพูดถึงการเปิดเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ในเวลากลางคืน คนส่วนใหญ่อมคิดถึง "โหมด Sleep" เป็นอันดับแรก ทว่าบนรีโมทแอร์ยุคปัจจุบัน ยังมีอีกหนึ่งปุ่มสารพัดประโยชน์ที่ควรค่าแก่การกดใช้งานก่อนนอนไม่แพ้กัน นั่นคือปุ่ม "Timer" หรือ "ระบบตั้งเวลา" นั่นเอง

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อนว่า ปุ่ม Timer ไม่ใช่ระบบทำความเย็นแยกย่อยเหมือนโหมด Cool, Dry หรือ Fan และไม่ได้ช่วยให้แอร์ "เย็นฉ่ำขึ้น" ในทันที แต่โดยเนื้อแท้แล้ว Timer คือฟังก์ชันที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถ กำหนดเวลาเปิดหรือปิดแอร์โดยอัตโนมัติ หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ตั้งไว้

 ข้อแตกต่างระหว่างปุ่ม Timer และปุ่มช่วยประหยัดอื่น ๆ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและใช้งานได้ตรงจุด แอร์ในปัจจุบันจะแบ่งฟังก์ชันการทำงานออกเป็น 3 รูปแบบหลักดังนี้:

ฟังก์ชัน รูปแบบการทำงาน ผล防ลัพธ์ที่ได้
Sleep ปรับอุณหภูมิหรือความเร็วพัดลมให้สอดรับกับสภาวะร่างกายยามหลับ นอนหลับสบาย อุณหภูมิพอเหมาะ
Eco เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอมเพรสเซอร์เพื่อลดการใช้พลังงาน ประหยัดไฟในขณะที่แอร์ยังเปิดอยู่
Timer ควบคุมและจำกัดชั่วโมงการทำงานของแอร์โดยตรง ตัดค่าไฟส่วนเกินจากการเปิดแอร์ทิ้งไว้เกินความจำเป็น

ทำไมปุ่ม Timer ถึงมีประโยชน์มากเมื่อเปิดแอร์ตอนนอน?

ในระหว่างการนอนหลับยาวหลายชั่วโมง ร่างกายของเราไม่ได้ต้องการความเย็นในระดับเดียวกันตลอดทั้งคืน ช่วงแรกที่เพิ่งเอนตัวลงนอน ห้องอาจจะยังสะสมความร้อนอยู่ แอร์จึงต้องทำงานหนักเพื่อปรับอุณหภูมิ แต่หลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เมื่อห้องเริ่มเย็นและร่างกายเข้าสู่ภาวะหลับลึก การปล่อยให้แอร์รันระบบความเย็นต่ำต่อเนื่องจนถึงเช้าอาจกลายเป็นเรื่องที่ "สิ้นเปลือง" โดยใช่เหตุ

1. ตัดชั่วโมงการทำงานที่สูญเปล่า

แอร์จะกินไฟมากที่สุดเมื่อต้องรักษาความเย็นต่ำเป็นเวลานาน หากเรานอนวันละ 7-8 ชั่วโมง แต่ความจริงต้องการความเย็นฉ่ำแค่ในช่วง 2-4 ชั่วโมงแรก การตั้งเวลาปิด (Timer Off) จะช่วยบล็อกไม่ให้แอร์ต้องเปิดทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่จำเป็น กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ (DOE) เคยให้คำแนะนำว่า ผู้บริโภคสามารถเซฟค่าไฟได้ง่าย ๆ ด้วยการจำกัดและปรับลดชั่วโมงการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าในยามที่ไม่จำเป็น

2. บอกลาปัญหา "หนาวสั่นตอนเช้ามืด"

นี่คืออาการยอดฮิตของแทบทุกบ้าน: ตอนหัวค่ำอุณหภูมิกำลังสบาย แต่พอตกดึกหรือช่วงเช้ามืดกลับต้องนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มหนา ๆ แถมตื่นมาพร้อมอาการคัดจมูก เจ็บคอ หรือน้ำมูกไหล โดยเฉพาะในบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่เป็นภูมิแพ้ การเปิดแอร์ทรานเฟอร์ความเย็นยาวไปจนถึงเช้าจึงเป็นเรื่องที่ต้องระวัง สถาบันด้านการนอนหลับ (Sleep Health Foundation) ระบุว่า ห้องที่ร้อนเกินไปทำให้นอนหลับยาก แต่ห้องที่เย็นเกินไปก็ส่งผลให้วงจรการนอนหลับหยุดชะงักได้เช่นกัน

 ทริกการใช้ Timer ให้เย็นสบายและกระเป๋าไม่ฉีก

การตั้งเวลาปิดแอร์ไม่มีตัวเลขที่ตายตัวสำหรับทุกบ้าน เนื่องจากขึ้นอยู่กับขนาดห้อง ความทึบ แสงแดด จำนวนคน และความทนหนาวของแต่ละบุคคล แต่มีสูตรผสมผสานที่แนะนำดังนี้:

  • for ห้องส่วนตัว ปิดมิดชิด คนไม่หนาแน่น: แนะนำให้ตั้งเวลาปิด (Timer Off) ไว้ที่ 2-4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่เพียงพอให้เราหลับสนิทไปแล้ว หลังจากแอร์ตัด ความเย็นที่หลงเหลืออยู่ในห้องบวกกับอุณหภูมิภายนอกที่ลดลงช่วงดึกจะช่วยให้เรานอนต่อได้จนถึงเช้าโดยไม่ร้อน
  • for คืนที่อากาศอบอ้าว หรือห้องกระจกเก็บความร้อน: ไม่ควรตั้งเวลาปิดเร็วเกินไป เพราะห้องจะร้อนระอุขึ้นมากลางดึกจนทำให้นอนสะดุ้งตื่น ทริกคือให้ เปิดโหมด Sleep หรือ Eco ควบคู่ไปกับการตั้ง Timer Off ให้ยาวขึ้น และเปิดพัดลมเบอร์เบาเพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียน

ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากเวลากลางคืนแล้ว ปุ่ม Timer ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าเวลากลางวันได้ดีเยี่ยม:

  • Timer On (ตั้งเวลาเปิด): สำหรับคนที่มีเวลาเลิกงานหรือเลิกเรียนตายตัว สามารถตั้งเวลาให้แอร์เปิดล่วงหน้าก่อนถึงบ้านสัก 15-30 นาที เพื่อให้ห้องเย็นพร้อมอยู่ โดยไม่ต้องเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวัน
  • Timer Off (ตั้งเวลาปิด): เป็นระบบเซฟตี้ชั้นดีสำหรับคนที่มักลืมปิดแอร์ก่อนออกจากห้อง ช่วยป้องกันไม่ให้แอร์เปิดรันในห้องว่างเปล่าทิ้งไว้หลายชั่วโมง

*ข้อควรระวัง: ควรหลีกเลี่ยงการตั้งเวลาเปิดเร็วเกินไป หรือตั้งเวลาปิดกระชั้นชิดเกินจนห้องร้อนกลางดึก และหลังจากเกิดเหตุไฟดับ หรือมีการเปลี่ยนถ่านรีโมทแอร์ อย่าลืมตรวจสอบการตั้งเวลาใหม่อีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบทำงานคลาดเคลื่อน

ที่มาข้อมูล: คู่มือการประหยัดพลังงานและการจัดการระบบความเย็นภายในบ้านจากกลุ่มบริษัท Samsung และ Toshiba

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล