หมอแนะนำ 2 สุดยอดปลาเล็ก ประโยชน์ล้น แถมมี "สารช่วยถอนพิษ" คนไทยรู้จักดี!
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เตือนกินปลาใหญ่เสี่ยงรับสารพิษ! แพทย์แนะ "2 สุดยอดปลาเล็ก" ปลอดภัย แถมมีสารช่วยถอนพิษในตัว
หลายคนเลือกรับประทานปลาเพื่อหวังจะได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) ในปริมาณที่สูง แต่คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าปลาที่กินเข้าไปนั้นมอบสารอาหารหรือสารพิษกันแน่ ล่าสุด นพ.หลี่ ซือเสียน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว จากไต้หวัน ได้ออกมาเตือนว่า ปลาต่างชนิดกันมีความเสี่ยงสะสมโลหะหนักต่างกันลิบลับ โดยเฉพาะ "สารปรอท" ที่สามารถสะสมและขยายความเข้มข้นขึ้นตามห่วงโซ่อาหาร
ซึ่งหากได้รับสารนี้สะสมในร่างกายมากเกินไป อาจส่งผลร้ายแรงต่อระบบประสาทจนถึงขั้นวิกฤตได้
ปลาใหญ่สะสมพิษ 10 เท่า! ย้อนรอย "โรคมินามาตะ" อันตรายถึงชีวิต
นพ.หลี่ ซือเสียน อธิบายว่า ปัญหาโลหะหนักในปลานั้นไม่ได้มีแค่ปรอทเท่านั้น และความเสี่ยงของปลาแต่ละชนิดก็แตกต่างกันอย่างมาก โดยวิกฤตโลหะหนักที่น่ากลัวที่สุดคือ "เมทิลปรอท" (Methylmercury) ซึ่งเกิดจากสารปรอทอนินทรีย์ในน้ำที่ถูกแบคทีเรียเปลี่ยนรูป จากนั้นจะสะสมผ่านการที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก โดยทุกๆ ขั้นของห่วงโซ่อาหารที่สูงขึ้น ความเข้มข้น of สารพิษจะขยายใหญ่ขึ้นถึง 10 เท่า ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่าการสะสมทางชีวภาพ (Bioconcentration)
ความรุนแรงของเมทิลปรอทนั้นเห็นได้จากโศกนาฏกรรม "โรคมินามาตะ" ในญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2499 ที่ผู้ป่วยมีอาการชาตามมือตามเท้า เดินเซ พูดไม่ชัด รูม่านตาตีบจนถึงขั้นตาบอด และในรายที่รุนแรงอาจมีอาการชัก โคม่า และเสียชีวิต โดยสารชนิดนี้สามารถทะลุสิ่งกีดขวางระหว่างเลือดและสมอง (Blood-brain barrier) เข้าไปทำลายระบบประสาทส่วนกลางได้โดยตรง
แม้การกินปลาในชีวิตประจำวันจะไม่ได้ทำให้ได้รับสารพิษรุนแรงเฉียบพลันเท่าโรคมินามาตะ แต่การสะสมในปริมาณน้อยเป็นเวลานานก็ส่งผลให้ความสามารถในการรับรู้ลดลงและรบกวนฮอร์โมนได้ โดยการทานทูน่ากระป๋องเพียงไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ ก็อาจทำให้ร่างกายได้รับสารปรอทใกล้เกินเกณฑ์มาตรฐานของ FDA แล้ว
เปิดลิสต์โลหะหนักและสารปนเปื้อนอื่นๆ ในอาหารทะเลที่ต้องระวัง
นอกจากสารปรอทแล้ว แพทย์ยังได้ระบุถึงโลหะหนักและสารปนเปื้อนประเภทอื่นที่มักถูกมองข้ามในการรับประทานอาหารทะเล ดังนี้
- สารแคดเมียม: สารชนิดนี้จะเข้าไปทำลายไตโดยตรง และทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมและฟอสฟอรัส ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนและกระดูกหักง่าย โดยสัตว์ทะเลประเภทปลาหมึกสายและปลาหมึกกล้วยมักพบความเข้มข้นของแคดเมียมสูงที่สุด
- สารตะกั่ว: จัดเป็นสารพิษทำลายระบบประสาทที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กอย่างรุนแรง แม้ปริมาณสารตะกั่วในปลาทั่วไปจะไม่สูงนัก แต่สำหรับปลาที่จับมาจากแหล่งประมงชายฝั่งที่มีมลพิษโรงงานอุตสาหกรรมหนาแน่นอาจพบสารปนเปื้อนนี้ได้สูง
- สารหนู: สารหนูที่พบในปลามักเป็น "สารหนูอินทรีย์" ซึ่งมีพิษค่อนข้างต่ำและค่อนข้างปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทำการประมงชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษโรงงานก็ยังคงเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง
- สารมลพิษอินทรีย์ที่ละลายในไขมัน: เช่น สารโพลีคลอรีนเนตบิฟีนิล (PCBs) และสารไดออกซิน ซึ่งจะสะสมอยู่ในไขมันปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอนเลี้ยงที่อาจมีสาร PCBs สูงกว่าปลาแซลมอนธรรมชาติเนื่องจากส่วนผสมในอาหารสัตว์
แพทย์แนะนำ "2 ปลาเล็ก" ปลอดภัยสูงสุด แถมมีสารช่วยถอนพิษในตัว
สำหรับการเลือกรับประทานปลาให้ปลอดภัย นพ.หลี่ ซือเสียน ให้คำแนะนำสั้นๆ ว่า "ควรเลือกปลาขนาดเล็กที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร" ได้แก่ ปลาซาร์ดีน, ปลาแมกเคอเรลแอตแลนติก, ปลาซันมะ และปลากะตัก เนื่องจากปลาเหล่านี้กินเพียงแพลงก์ตอนและสัตว์เปลือกแข็งขนาดเล็ก ทำให้โลหะหนักไม่มีโอกาสสะสมหลายต่อ
จากข้อมูลพบว่าปลาซาร์ดีนมีปริมาณสารปรอทน้อยกว่าปลาทูน่าตาโตซึ่งเป็นปลานักล่าขนาดใหญ่ถึง 50 เท่าเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ปลาซาร์ดีนและปลาแมกเคอเรลยังมีกลไกป้องกันตัวเองที่ยอดเยี่ยมคือมีสาร "ซีเลเนียม" (Selenium) สูง ซึ่งสารซีเลเนียมจะเข้าไปจับตัวกับสารปรอทในร่างกายเกิดเป็นสารซีเลนายด์ปรอท ทำให้สารปรอทสูญเสียฤทธิ์ทางชีวภาพและไม่สามารถทำลายเซลล์ประสาทได้
งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าสารซีเลเนียมที่มีอยู่ในปลาเล็กเหล่านี้มีปริมาณมากพอที่จะช่วยลดพิษของสารปรอทในตัวมันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
iStockphoto
บทสรุปการเลือกกินปลาเพื่อสุขภาพ
การเลือกรับประทานปลาตัวเล็กที่อยู่ปลายห่วงโซ่อาหารอย่างปลาซาร์ดีนหรือปลาแมกเคอเรล ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการได้รับโอเมก้า-3 โดยไม่ต้องเสี่ยงกับพิษโลหะหนักสะสม เพราะหากเลือกกินปลาอย่างถูกต้อง ปลาจะเป็นอาหารที่ดีที่สุดต่อร่างกาย แต่หากเลือกกินผิดประเภท คุณอาจจะกำลังสะสมสารพิษเข้าสู่ร่างกายไปพร้อมกับสารอาหารโดยไม่รู้ตัว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี