เปิดแอร์ผิดวิธีปอดพัง! หนุ่มเข้า ICU พบเหตุจาก "แอร์" เผยจุดอันตราย หลายคนใช้แบบนี้ทุกวัน

เตือนภัยแอร์สกปรก! หนุ่มวัย 32 ปอดติดเชื้อหนัก หลังเปิดแอร์ค้างคืนแบบที่หลายบ้านทำทุกวัน
อากาศร้อนจนหลายบ้านต้องเปิดเครื่องปรับอากาศแทบทั้งวัน แต่รู้หรือไม่ว่า “แอร์” ที่ไม่ได้ล้างมานาน อาจไม่ได้แค่ทำให้เปลืองไฟ แต่ยังกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่อันตรายต่อปอดโดยไม่รู้ตัว
กรณีล่าสุดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ชายวัย 32 ปี มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ไอแห้ง และหายใจลำบาก หลังเปิดเครื่องปรับอากาศต่อเนื่องหลายวันเพื่อคลายร้อน ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นแค่หวัดจากอากาศเย็น จึงซื้อยากินเอง แต่กลับยิ่งทรุดลงเรื่อยๆ จนต้องเข้าโรงพยาบาลในที่สุด

แพทย์พบ “ปอดติดเชื้อรุนแรง” ต้นเหตุจากแอร์ที่ไม่ได้ล้างนานหลายเดือน
นายแพทย์เปาหมิน รองหัวหน้าแผนกโรคระบบทางเดินหายใจและหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลอู่ฮั่นหมายเลข 3 เปิดเผยว่า หลังตรวจ CT Scan พบการติดเชื้อขนาดใหญ่ในปอดด้านซ้าย ก่อนวินิจฉัยว่าเป็น “โรคลีเจียนแนร์” หรือปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย Legionella
จุดสำคัญคือ ผู้ป่วยเพิ่งกลับมาเปิดเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ใช้งานมานานกว่า 6 เดือน และใช้งานต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ทำความสะอาดภายในเครื่องเลย
แพทย์อธิบายว่า ภายในเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะคอยล์เย็น ถาดน้ำ และพัดลม เป็นจุดสะสมของฝุ่น ความชื้น เชื้อรา และแบคทีเรียได้ง่าย หากปล่อยทิ้งไว้นาน เมื่อเปิดใช้งาน เชื้อโรคและละอองขนาดเล็กจะถูกพ่นกระจายออกมาพร้อมลมเย็น และเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจโดยตรง

เชื้อ Legionella คืออะไร ทำไมถึงอันตราย?
เชื้อ Legionella เป็นแบคทีเรียที่สามารถทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง อาการช่วงแรกมักคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น ไข้สูง ปวดเมื่อย หนาวสั่น อ่อนเพลีย ไอแห้ง และเจ็บหน้าอก ทำให้หลายคนเข้าใจผิดและรักษาตัวเองที่บ้าน
แต่หากปล่อยไว้ เชื้ออาจลุกลามจนเกิดภาวะหายใจล้มเหลว หรืออวัยวะหลายระบบทำงานผิดปกติได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า โรคนี้มีอัตราเสียชีวิตได้สูงถึงประมาณ 15% ในผู้ป่วยอาการรุนแรง
ไม่ใช่แค่แบคทีเรีย แอร์สกปรกยังสะสมเชื้อราและฝุ่นอันตราย
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ล้างเป็นเวลานาน ยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา ฝุ่น PM ขนาดเล็ก และจุลินทรีย์อื่นๆ ที่อาจกระตุ้นภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หอบหืด หรืออาการไอเรื้อรังได้
บางคนอาจเริ่มจากอาการเล็กน้อย เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ หรือไอไม่หาย แต่หากอยู่ในห้องปิดและสูดอากาศปนเปื้อนต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อปอดในระยะยาว

สัญญาณเตือน หลังเปิดแอร์แล้วควรรีบพบแพทย์
-
ไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน
-
ไอแห้งหรือไอหนักขึ้นเรื่อยๆ
-
หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก
-
ปวดเมื่อยร่างกายผิดปกติ
-
หนาวสั่น อ่อนเพลียมาก
-
กินยาแก้หวัดแล้วอาการไม่ดีขึ้น
หากคนในบ้านหลายคนเริ่มมีอาการคล้ายกันหลังเปิดแอร์ที่ไม่ได้ใช้งานมานาน ควรสงสัยเรื่องการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากระบบปรับอากาศทันที
ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน?
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรล้างเครื่องปรับอากาศทุก 3-6 เดือน โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่หน้าร้อน หรือหลังไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
สำหรับบ้านที่เปิดแอร์ทุกวัน มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ควรล้างถี่กว่านั้น เพื่อช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและฝุ่นภายในเครื่อง
วิธีดูแลแอร์เบื้องต้นที่ควรทำ
-
ถอดแผ่นกรองมาล้างด้วยน้ำสะอาดสม่ำเสมอ
-
เช็ดช่องลมและตัวเครื่องไม่ให้มีฝุ่นสะสม
-
หลังล้างแอร์ ควรเปิดโหมดพัดลม 15-30 นาทีให้เครื่องแห้ง
-
หากไม่ได้ใช้แอร์นาน ควรเปิดโหมดพัดลมก่อนใช้งานจริงประมาณ 20 นาที
-
เรียกช่างล้างภายในระบบอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
5 พฤติกรรมใช้แอร์ผิดๆ ที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว
-
ตั้งอุณหภูมิต่ำมากทั้งคืน
-
ปิดห้องแน่น ไม่เปิดระบายอากาศ
-
นอนหรือทำงานใต้ลมแอร์โดยตรง
-
เปิดแอร์ตลอดแต่ดื่มน้ำน้อย
-
ไม่เปลี่ยนหรือทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ
แม้เครื่องปรับอากาศจะช่วยคลายร้อนและทำให้นอนสบายขึ้น แต่หากละเลยเรื่องความสะอาด ก็อาจกลายเป็น “แหล่งสะสมเชื้อโรค” ที่ส่งผลต่อสุขภาพแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนที่หลายบ้านเปิดแอร์แทบตลอดทั้งวัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี