ป.4 ปวดท้องจนทรุด ช็อก "นิ่วในไต 56 เม็ด" จากอาหารโปรด แม่ใจสลายหน้าห้องผ่าตัด!

ตะลึง! หมอผ่าเจอ "นิ่วในไต" 56 เม็ดในตัวเด็ก ป.4 ตอกย้ำความจริง: พ่อแม่รังแกฉันตามใจลูกผิดวิธี
เมื่อลูกชายต้องนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด คนเป็นแม่ทำได้เพียงนั่งร้องไห้โฮอยู่ตรงทางเดินหน้าห้องผ่าตัด พร้อมกับพร่ำพูดประโยคซ้ำ ๆ ด้วยความเสียใจว่า "แม่ขอโทษ แม่ทำร้ายลูกเอง"
ภาพของเด็กชายวัย 9 ขวบที่นอนจมอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยใบหน้าซีดเผือดจากความเจ็บปวด สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน สองตาของเด็กชายชั้น ป.4 เต็มไปด้วยสิ่งแปลกปลอมที่ทับถมกันอยู่ภายในไตทั้งสองข้าง ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัด ทีมแพทย์สามารถคัดแยกและนำออกมาได้ทั้งหมดรวม 56 เม็ด ตัวเลขดังกล่าวสร้างความตกตะลึงให้กับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เท่านั้น
และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ สาเหตุรากลึกของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ไม่ได้มาจากไหนไกล แต่เกิดจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูและตามใจลูกในทางที่ผิดของครอบครัวนั่นเอง
เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ กับรสนิยมการกินที่ตามใจจนได้เรื่อง
เด็กชายรายนี้มีชื่อว่า "เสี่ยวเสวียน" โดยปกติเขาเป็นเด็กที่ร่าเริง มีพลังล้นเหลือ และชอบเล่นกีฬามาก ทว่าเขากลับมีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างหนึ่งคือ "เป็นคนไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าเลย" ทุกครั้งที่เหนื่อยจากการเล่นฟุตบอลหรือตีแบดมินตัน แทนที่คนเป็นแม่จะบังคับให้ลูกดื่มน้ำเปล่าเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ ด้วยความรักและสงสารลูก เธอจึงตอบสนองทุกสิ่งที่ลูกอยากกิน
เมื่อใดก็ตามที่เสี่ยวเสวียนกระหายน้ำ เขาจะได้ดื่มน้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง และนมกล่องรสหวานที่ผู้เป็นแม่ซื้อมาตุนไว้ในตู้เย็นเป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้น อาหารในแต่ละมื้อของเด็กชาย ป.4 รายนี้ยังเต็มไปด้วยอาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น แฮมเบอร์เกอร์และมันฝรั่งทอดตามความต้องการของเขา เนื่องจากพ่อแม่คิดว่าลูกยังเด็ก หากไปห้ามหรือบังคับมากเกินไปจะดูใจร้าย อีกทั้งลูกเป็นเด็กชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรตามมา
การตามใจที่แฝงไปด้วยอันตรายนี้ดำเนินต่อเนื่องมานานหลายปี จนกระทั่งวันหนึ่ง เสี่ยวเสวียนเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงจนล้มฟุบลงกับพื้นและมีอาการปัสสาวะเป็นเลือด ร่วมด้วย ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และผลการตรวจทางรังสีวิทยาก็ได้เปิดเผยความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับสภาพไตของเด็กชาย จนนำมาสู่การผ่าตัดเอานิ่วออกทั้งหมด 56 เม็ดในที่สุด
หมอชี้ทางสว่าง: อย่าเปลี่ยน "นมและน้ำหวาน" ให้กลายเป็นฆาตกรเงียบ
นพ. เจ้าของไข้ได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุลร่วมกับการขาดน้ำเปล่าเป็นเวลานาน คือตัวการสำคัญที่ผลักให้เด็กชายตกอยู่ในอันตราย
กระบวนการเกิดโรคนิ่วในไตของเด็กมีความซับซ้อน เริ่มต้นจากการที่ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงเกินไปจนเกิดการตกตะกอนของผลึกสารต่าง ๆ และสะสมเป็นเวลานาน เมื่อเด็กไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าแต่กลับดื่มนมและน้ำหวานเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไป ปริมาณน้ำตาล โปรตีน และแร่ธาตุส่วนเกินเหล่านั้นจะไม่สามารถขับออกได้หมด ส่งผลให้ปัสสาวะอิ่มตัวด้วยสารตกตะกอน และจับตัวกันกลายเป็นก้อนนิ่วที่มีความคมกริบฝังแน่นอยู่ในกรวยไต ยิ่งหากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและโซเดียมสูงจากอาหารฟาสต์ฟู้ดร่วมด้วย ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งให้กระบวนการของโรคดำเนินไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
ผู้ปกครองหลายคนยังคงมีความเข้าใจผิดว่าการให้ลูกดื่มนมมาก ๆ เป็นสิ่งที่ดี จึงปล่อยให้ลูกดื่มแทนน้ำเปล่าโดยไม่ควบคุม ซึ่งถือเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ การบริโภคนมและน้ำหวานเกินความจำเป็นไม่เพียงแต่ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเท่านั้น แต่ยังสร้างภาระหนักหน่วงในการขับถ่ายของเสียให้กับไตที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ของเด็กอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มแทนน้ำเปล่าเหมือนในกรณีของเด็กชายวัย 9 ขวบรายนี้
บทเรียนราคาแพงเพื่อการปรับพฤติกรรมในครอบครัว
เรื่องราวของเสี่ยวเสวียนถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจครั้งใหญ่สำหรับพ่อแม่ทุกคนที่เลี้ยงลูกแบบ "อยากได้อะไรก็ให้" เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคนิ่วในไตในเด็กเล็ก ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ให้คำแนะนำที่สำคัญดังนี้:
-
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน: น้ำเปล่าคือตัวทำละลายที่ดีที่สุดในการช่วยเจือจางปัสสาวะและขับตะกอนของเสียออกจากร่างกาย ห้ามปล่อยให้เด็กดื่มน้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือนมทดแทนน้ำเปล่าโดยเด็ดขาด
-
จัดสรรอาหารให้สมดุล: หลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีเกลือสูง ไขมันสูง และโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณที่มากเกินไป พร้อมทั้งเพิ่มผักใบเขียวและผลไม้สดในมื้ออาหารประจำวันของเด็ก
-
เสริมแคลเซียมอย่างถูกวิธี: ควรให้เด็กได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารธรรมชาติในปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีความเข้มข้นสูงโดยไม่มีข้อบ่งชี้หรือคำแนะนำจากแพทย์
การรักลูกเป็นสัญชาตญาณ แต่การตามใจและปล่อยให้ลูกมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมอาจกลายเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว ควรช่วยลูกสร้างวินัยในการดื่มน้ำเปล่าและรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ไตและร่างกายของลูกเติบโตอย่างแข็งแรงในระยะยาว
- ลูกสาววัย 17 ตั้งท้องทั้งที่ยัง "ซิง" หมอเฉลยความจริงเรื่องอสุจิ แม่ล้มทั้งยืน!
- ฮาร์วาร์ดค้นพบ 3 กิจกรรมง่ายๆ แต่ทำให้เด็ก "ฉลาดกว่าเพื่อน" ในวัยเดียวกัน อย่างเห็นได้ชัด!!
5 สัญญาณเตือนภัยโรคนิ่วในไตที่ต้องเฝ้าระวัง
-
ปวดท้องรุนแรง: มีอาการปวดบิด ปวดเกร็ง หรือปวดตื้อ ๆ บริเวณท้องน้อยหรือสีข้างและหลัง
-
ปัสสาวะเป็นเลือด: สีของปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีชมพู สีแดง หรือสีคล้ายสนิมอย่างผิดปกติ
-
ระบบขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติ: มีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกะปริดกะปรอย หรือรู้สึกเจ็บแสบขณะปัสสาวะ
-
มีไข้และหนาวสั่น: ร่างกายมีอุณหภูมิสูงร่วมกับอาการหนาวสั่น ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะหรือไต
-
คลื่นไส้อาเจียน: รู้สึกพะอืดพะอมหรืออาเจียนบ่อยครั้ง เนื่องจากเกิดการระคายเคืองของเส้นประสาทในระบบทางเดินอาหาร

ที่มาข้อมูล: สำนักข่าว Sinchew, Aboluowang, China Press
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี