ข้องใจเจอ "ปลั๊กไฟสีแดง" ปริศนาในบ้าน กูรูเฉลยความรู้ใหม่ ต่างจากสีขาวอย่างไร?

ข้องใจเจอ "ปลั๊กไฟสีแดง" ปริศนาในบ้าน กูรูเฉลยความรู้ใหม่ ต่างจากสีขาวอย่างไร?

ข้องใจเจอ "ปลั๊กไฟสีแดง" ปริศนาในบ้าน กูรูเฉลยความรู้ใหม่ ต่างจากสีขาวอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขข้อข้องใจ! เจอ "ปลั๊กไฟสีแดงปริศนา" ในบ้านคืออะไร? รู้เฉลยชาวเน็ตแห่ร้องอ๋อ... ได้ความรู้ใหม่

อ๋อเลย! เปิดความลับ "ปลั๊กไฟสีแดง" การไฟฟ้าไต้หวันเฉลยปมปริศนา ที่แท้คือปุ่มกู้ชีพตอนไฟดับ? เช็กด่วนคอนโดใครมีบ้าง? 

เคยสังเกตไหมว่าตามมุมบ้านหรือห้องครัวของบางคน จะมีเต้ารับปลั๊กไฟสีแดงสดใสตั้งเด่นสลับกับปลั๊กไฟสีขาวปกติ จนชวนให้สงสัยว่าเขามีไว้ทำไม? ล่าสุด กลายเป็นประเด็นไวรัลในโลกออนไลน์เมื่อมีชาวเน็ตรายหนึ่งโพสต์ภาพถามด้วยความคาใจ งานนี้ การไฟฟ้าไต้หวัน (Taipower) ไม่ปล่อยให้งงนาน รีบออกมาเฉลยความจริงทันทีว่ามันคือ "ระบบไฟสำรองฉุกเฉิน" ที่ช่วยกู้ชีพในยามที่เกิดไฟดับทั้งตึก!


โพสต์ถาม: ปลั๊กสีแดงในบ้านมีไว้ทำประโยชน์อะไร เสียบอะไรก็ไฟไม่เข้า?

เรื่องราวเริ่มมาจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เข้าไปโพสต์ภาพในกลุ่มคอมมูนิตี้คนรักบ้านและการตกแต่ง 《裝潢DIY研究室》 โดยเป็นภาพเต้ารับปลั๊กไฟสีแดงที่อยู่ติดกับปลั๊กไฟสีขาวธรรมดา พร้อมระบุข้อความว่า "รบกวนสอบถามหน่อยครับ ปลั๊กไฟสีแดงอันนี้มีไว้ทำประโยชน์อะไรเหรอครับ? ทำไมพอเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าไปเสียบแล้วไม่มีไฟเข้าเลย หรือว่ามันเป็นปลั๊กแรงดันไฟ 220V กันแน่?"

หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตสายช่างและคนที่อาศัยอยู่ตามคอนโด/อาคารสูงเข้ามาช่วยคอมเมนต์ให้คำตอบกันอย่างคึกคัก เช่น "นี่คือปลั๊กไฟฉุกเฉินครับ ปกติจะปล่อยไฟตลอด เหมาะสำหรับใช้เสียบตู้เย็นหรือเครื่องมือแพทย์ที่ห้ามไฟดับเด็ดขาด พอไฟดับปu๊บ ระบบจะสลับไปใช้ไฟจากเครื่องปั่นไฟส่วนกลางของตึกทันที", "ปลั๊กไฟฉุกเฉินของตึกครับ ถ้าตู้เบรกเกอร์ในห้องไม่มีตัวสลับสวิตช์อัตโนมัติ จะต้องรอให้ไฟดับก่อนถึงจะมีไฟไหลเข้ามา" และ "แต่ที่บ้านฉัน ปลั๊กสีแดงคือปลั๊กเฉพาะสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า 220V ในห้องครัวนะ"


การไฟฟ้าเคลียร์ชัด: สีปลั๊กแบ่งตามประเภทแหล่งจ่ายไฟ

เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน เพจเฟซบุ๊กของการไฟฟ้าไต้หวัน (Taipower) จึงได้ออกมาโพสต์อธิบายไขข้อข้องใจอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า "สีของเต้ารับปลั๊กไฟนั้น ถูกแบ่งตามประเภทของแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า" ซึ่งมีรายละเอียดความต่างดังนี้

  • ปลั๊กไฟสีขาว (ทั่วไป): เป็นปลั๊กที่เชื่อมต่อกับกระแสไฟปกติที่ส่งตรงมาจากบริษัทการไฟฟ้าโดยตรง สำหรับใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • ปลั๊กไฟสีแดง (ฉุกเฉิน): เป็นปลั๊กที่เชื่อมต่อกับ ระบบเครื่องกำเนิดไฟสำรองฉุกเฉิน (Emergency Generator) ของตัวอาคาร ไม่ใช่ปลั๊กไฟ 220V อย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยระบบนี้มีไว้เพื่อให้ไดนาโมปั่นไฟส่วนกลางจ่ายกระแสไฟมาเลี้ยงระบบไฟส่องสว่างฉุกเฉิน ลิฟต์โดยสาร รวมถึงปลั๊กไฟสีแดงในห้องพักแต่ละอาคารในยามเกิดเหตุไฟดับ

นอกจากนี้ การไฟฟ้ายังระบุเพิ่มเติมว่า กลไกการทำงานของปลั๊กไฟสีแดงจะมีความแตกต่างกันไปตามการออกแบบของโครงการและบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ตามตารางนี้:

รูปแบบปลั๊กสีแดง สถานะตอนไฟปกติ 幕หลังตอนไฟดับ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่แนะนำ
แบบที่ 1 (มีไฟตลอด) มีกระแสไฟวิ่งผ่านปกติ สามารถเสียบใช้งานทั่วไปได้เลย เครื่องปั่นไฟทำงาน และจ่ายไฟต่อเนื่องทันทีโดยไม่ขัดจังหวะ ตู้เย็น, อุปกรณ์การแพทย์, เราเตอร์อินเทอร์เน็ต
แบบที่ 2 (ไฟเข้าตอนดับ) ไม่มีกระแสไฟวิ่งผ่าน (เสียบอะไรก็ไม่ติด) เมื่อไฟดับ เครื่องปั่นไฟทำงาน ไฟถึงจะเริ่มจ่ายเข้าปลั๊กนี้ ไฟสำรอง, โทรศัพท์ที่ต้องใช้ระบบไฟบ้าน

 

ในไต้หวัน บังคับใช้ใน "กฎหมายควบคุมอาคาร"

ไต้หวันมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการป้องกันภัยพิบัติ (เนื่องจากแผ่นดินไหวและพายุเข้าบ่อย) อาคารสูงหรือคอนโดมิเนียมยุคใหม่ในไต้หวันจึงมักจะถูกบังคับให้เดินระบบไฟฉุกเฉินพ่วงเข้ามาในห้องพักของผู้อยู่อาศัยด้วยเลย โดยมักจะติดตั้งไว้ในห้องครัวเพื่อสำรองไฟให้ตู้เย็นทำงานต่อเนื่อง ของสดจะได้ไม่เน่าเสียเวลามีวิกฤต

ในประเทศไทย: พบมากที่สุดใน "โรงพยาบาลและอาคารเฉพาะทาง"

ถ้าเป็นในไทย เราแทบจะไม่ค่อยเห็นปลั๊กสีแดงนี้ตามบ้านพักอาศัยทั่วไปหรือคอนโดมิเนียม แต่สถานที่ที่จะเจอปลั๊กสีแดงได้หนาตาที่สุดคือ โรงพยาบาล (ตามห้องผ่าตัด, ห้อง ICU, หรือห้องพักฟื้นผู้ป่วย) และ Data Center (ห้องเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทใหญ่ ๆ) 

ฟังก์ชันในไทยเรียกว่า "เต้ารับสำหรับกรณีฉุกเฉิน" (Emergency Circuit) หลักการทำงานคือ ปลั๊กสีแดงเหล่านี้จะต่อเชื่อมเข้ากับระบบสำรองไฟส่วนกลาง เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน (Generator) หรือระบบสำรองไฟขนาดใหญ่ (UPS) ของโรงพยาบาล เมื่อเกิดเหตุไฟดับครั้งใหญ่ ปลั๊กสีขาวธรรมดาจะดับไป แต่ปลั๊กสีแดงจะกลับมามีไฟใช้งานได้ตามปกติภายในไม่กี่วินาที เพื่อจ่ายไฟให้เครื่องช่วยหายใจ, เครื่องวัดชีพจร หรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ห้ามไฟดับเด็ดขาดนั่นเอง

ดังนั้น หากไปเฝ้าไข้ญาติที่โรงพยาบาลในไทย แล้วเจอปลั๊กสีแดงตรงหัวเตียง ห้ามเอาสายชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ หรือกระติกน้ำร้อนไปเสียบใช้เด็ดขาดนะคะ! เพราะนอกจากจะแย่งกระแสไฟสำรองของเครื่องมือแพทย์แล้ว อุปกรณ์ทั่วไปที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดไฟกระชากหรือสัญญาณรบกวนในระบบไฟฉุกเฉิน จนเป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ช่วยชีวิตของคนไข้ได้เลย

 

ที่มาข้อมูล: Facebook @電力粉絲團 (การไฟฟ้าไต้หวัน), สำนักข่าว Mirror Media


 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล