พนักงานขับรถไฟ ต้องเรียนจบอะไร? เปิดคุณสมบัติทางวิชาชีพ ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ

พนักงานขับรถไฟ ต้องเรียนจบอะไร? เปิดคุณสมบัติทางวิชาชีพ ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ

พนักงานขับรถไฟ ต้องเรียนจบอะไร? เปิดคุณสมบัติทางวิชาชีพ ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พนักงานขับรถไฟ ต้องเรียนจบอะไร? เปิดคุณสมบัติทางวิชาชีพ การทำงานในระบบราง พ.ข.ร.ตัวจริง ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ 

จากอุบัติเหตุสะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 เวลา 15.41 น. กรณีขบวนรถสินค้าที่ 2126 (เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-บางซื่อ) เฉี่ยวชนกับรถประจำทาง ระหว่างสถานีคลองตัน-มักกะสัน จนเกิดเพลิงไหม้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และได้รับบาดเจ็บกว่า 30 คน

ท่ามกลางความสูญเสีย ได้เกิดกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็น "คนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาต" จนเกิดความเข้าใจผิดไปกว้างขวางว่าเป็น "คนขับเถื่อน" ล่าสุด เฟซบุ๊ก "สุรเสียง พลับพลาสวรรค์" พนักงานขับรถจักร สังกัดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และอินฟลูเอนเซอร์ด้านรถไฟไทย ได้โพสต์ข้อความชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อแก้ความเข้าใจผิดจากการตีความข่าวที่คลาดเคลื่อนไว้ดังนี้

ข้อเท็จจริงจาก พ.ข.ร.: "ไม่มีคนขับเถื่อนในระบบราง"

คุณสุรเสียงชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวเกิดจากการตีความคำว่า "ยังไม่ได้รับใบอนุญาต" โยงไปถึง "ไม่มีสิทธิ์ขับ" จนกลายเป็นคำว่า "คนขับเถื่อน" เพื่อให้ได้มาซึ่งกระแสข่าว โดยข้อความเต็มระบุว่า:

"มาดูกันให้ชัดๆ ครับ... หลังจากมีคนพูดถึงใบขับขี่รถไฟ แล้วบอกว่าคนขับ 'ไม่มีใบอนุญาตขับขี่' คนขับเถื่อน เรื่องมีอยู่ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเปิดเดินรถไฟไปมาบนทางตัวเองตั้งแต่ปี 2439 ภายใต้ชื่อกรมรถไฟหลวง เกือบ 130 ปีมานี้ ไม่มีพนักงานขับรถไฟคนใดที่มีใบขับขี่รถไฟ มันไม่เคยมีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

เพราะอะไร...? ก็เพราะว่ากิจการการเดินรถไฟนั้น อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดวางทางรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464 และต่อเนื่องด้วย พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 พนักงานรถไฟทุกคนอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.นี้ทั้งหมดในฐานะพนักงานรัฐวิสาหกิจ แต่เฉพาะตำแหน่งที่การรถไฟกำหนดหน้าที่และมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมรถจักรนั้น คือตำแหน่ง 'พนักงานรถจักร' ซึ่งมีตั้งแต่ระดับ 4-8 (ระดับ 4-5 คือผู้ช่วยคนขับรถไฟ, ระดับ 6-8 คือคนขับรถไฟตัวจริง หรือ พ.ข.ร.) มีอำนาจจัดการควบคุมขบวนรถไฟตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หลักฐานคือบัตรประจำตัวพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ระบุตำแหน่งหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน

พนักงานขับรถไฟ ไม่ใช่เจ้าของรถไฟ ไม่สามารถขับขบวนไหนไปมาเองโดยปราศจากคำสั่งของการรถไฟได้! ดังนั้นการขับเคลื่อนขบวนรถไฟตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พนักงานขับรถไฟจึงมีสิทธิ์ปฏิบัติหน้าที่โดยตำแหน่ง ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล จึงมีสถานภาพเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยเช่นกัน

ในระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีโครงการระบบรางมากขึ้น ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน แอร์พอร์ตลิงก์ รัฐบาลจึงมีแนวคิดกำหนดมาตรฐานขึ้นมาใหม่ใช้กับหน่วยงานในระบบรางทั้งหมด จึงได้ก่อตั้ง 'กรมการขน송ทางราง (ขร.)' ขึ้นมากำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง และตรงจุดนี้เองที่เกิดแนวคิดเรื่องการให้พนักงานขับรถไฟ ทั้ง รฟท., BTS, MRT, APL ได้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยการออกใบอนุญาตขับรถขนส่งทางรางให้กับคนที่ทำอาชีพเหล่านี้ทั้งหมด

ความจริงคือ พ.ร.บ.กรมรางฯ เพิ่งจะมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา การออกใบอนุญาตไม่ได้ตัดสิทธิ์พนักงานขับรถไฟที่ทำหน้าที่เดิมอยู่แล้ว แต่ยังคงให้ทำหน้าที่ต่อไปได้ในระหว่างที่กรมรางฯ ทยอยตรวจสอบและออกใบอนุญาตจนกว่าจะครบทุกคนในกำหนด 120 วัน

ดังนั้น ข่าวที่ว่าพนักงานขับรถไฟไม่มีใบขับขี่ มันไม่เหมือนกับคนขับรถยนต์ไม่มี หรือไม่สอบใบขับขี่ ความจริงคือเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านโอนถ่ายอำนาจเท่านั้น และต้องขอยืนยันว่าไม่มีคนขับรถไฟเถื่อนในระบบรางอย่างแน่นอน กระแสข่าวเกิดจากการตีความคำว่า 'ยังไม่ได้รับใบอนุญาต' โยงไปถึง 'ไม่มีสิทธิ์ขับ' และกลายเป็น 'คนขับเถื่อน' เพื่อให้ได้มาซึ่งกระแสข่าว

ทีนี้รู้แล้วนะครับ ว่าพนักงานขับรถไฟยังไม่ได้รับการตรวจสอบเอกสารเพื่อออกใบอนุญาตขับรถขนส่งทางราง แต่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย ในตำแหน่งพนักงานรถจักร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถ... ชัดเจน แจ่มแจ้ง จบข่าว"

เจาะลึกสายอาชีพ: กว่าจะเป็นพนักงานขับรถไฟ ต้องจบอะไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ควบคุมรถจักรของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องผ่านการคัดกรองที่เข้มงวดมาก โดยหลัก ๆ มี 2 เส้นทาง ดังนี้:

เส้นทางที่ 1: นักเรียนโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ

ต้องสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างเครื่องกล หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. หลักสูตร 3 ปี) ในสาขาวิชาดังต่อไปนี้:

  • สาขาวิชาช่างยนต์

  • สาขาวิชาช่างกลโรงงาน

  • สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง

  • สาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์

  • สาขาวิชาช่างซ่อมบำรุง

  • สาขาวิชาช่างเครื่องวัดและควบคุม

  • สาขาวิชาเครื่องกลเกษตร

  • สาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัคร เรียนต่อโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ:

  1. มีบุคลิกภาพเหมาะสมกับการเป็นนักเรียน

  2. เพศชาย สัญชาติไทย

  3. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ยื่นใบสมัคร

  4. ส่วนสูงของร่างกายไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัม และน้ำหนักต้องไม่เกินส่วนสูงลบด้วย 100 ตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด วัดรอบอกเมื่อหายใจออกไม่น้อยกว่า 75 เซนติเมตร

  5. มีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่ต่ำกว่า 2.50

  6. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ซึ่งผ่านการตรวจรับรองโดยแพทย์โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน

  7. ดวงตาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่บอดสี หูไม่ตึงหรือเป็นใบ้ พูดชัดไม่ติดอ่าง น้ำเสียงชัดเจนไม่ผิดปกติ ตรวจและรับรองโดยแพทย์โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน

  8. สภาพร่างกายปกติ ไม่ทุพพลภาพ ไม่มีรอยสักหรือรอยแผลเป็นจนน่ารังเกียจ นิ้วไม่โก่งงอหรือด้วน ตรวจและรับรองโดยแพทย์โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน

  9. ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะแพร่กระจายเชื้อ โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง ไม่ติดสารเสพติดชนิดใดๆ โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการเรียน ตรวจรับรองโดยแพทย์โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน

เส้นทางที่ 2: การสอบคัดเลือกภายในจาก "ลูกจ้างการรถไฟ"

เป็นการเปิดสอบคัดเลือกภายในองค์กร สำหรับตำแหน่งในสังกัดฝ่ายการช่างกล 

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง:

  1. เพศชาย จะต้องเป็นผู้ที่พ้นภาระการรับราชการทหาร ตาม พรบ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 (ต้องมีหลักฐาน แบบ สด.43 หรือ แบบ สด.8 หรือ แบบ สด.3)

  2. คุณวุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสาขาวิชา/วิชาเอก ช่างเครื่องกล หรือช่างไฟฟ้า หรือช่างอิเล็กทรอนิกส์

  3. เป็นลูกจ้างเฉพาะงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ได้รับการจ้างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร (เช่น อ้างอิงเกณฑ์วันที่ 4 สิงหาคม 2560) โดยต้องมีหนังสือรับรองการทำงาน พร้อมสำเนาสัญญาจ้างแรงงาน (ลูกจ้างเฉพาะงานฯ) ฉบับแรก หรือสำเนาคำสั่งจ้างลูกจ้างเฉพาะงานฯ ฉบับแรก

  4. อายุไม่เกิน 45 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร

  5. มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง สายตาดี มองเห็นสีได้อย่างสมบูรณ์ (ตาไม่บอดสี) และการได้ยินเสียงเป็นปกติทั้งสองข้าง

  6. มีขีดความสามารถ (Competency) เป็นไปตามที่การรถไฟฯ กำหนด

ลักษณะงานและหน้าที่ของพนักงานรถจักรที่ต้องปฏิบัติ

สำหรับการสอบเป็นพนักงานขับรถไฟ (พขร.) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผู้ช่วยพนักงานขับรถไฟ (ช่างเครื่อง) ต้องสั่งสมประสบการณ์การทำงานบนรถจักรเป็นระยะเวลา อย่างน้อย 7 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์สมัครสอบคัดเลือกเข้าสู่หลักสูตรอบรมพนักงานขับรถจักร โดยผู้ช่วยคนขับระดับ 4-5 ไปจนถึง พ.ข.ร. ตัวจริงระดับ 6-8 จะต้องรับผิดชอบภารกิจสำคัญเพื่อความปลอดภัยในการเดินรถ 

  1. ตรวจสอบอุปกรณ์รถจักร ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะขับเคลื่อนรถจักรได้

  2. ตรวจระดับน้ำมัน ทั้งน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำ ให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้

  3. ช่วยพนักงานขับรถสังเกตสัญญาณ สังเกตเส้นทาง ประแจ และแสดงสัญญาณให้เป็นไปตามข้อบังคับ และระเบียบการเดินรถที่กำหนดไว้

  4. ช่วยพนักงานขับรถควบคุมความเร็ว สังเกตและควบคุมความเร็วของขบวนรถให้เป็นไปตามพิกัดที่กำหนดไว้

  5. แก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า ในกรณีที่รถจักรหรือรถพ่วงเกิดชำรุดระหว่างการเดินรถ

  6. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล