นิเทศ DPU จัดงานปัจฉิมนิเทศ "BLUE LEGACY" ชูแนวคิด "Human Touch"

นิเทศ DPU จัดงานปัจฉิมนิเทศ "BLUE LEGACY" ชูแนวคิด "Human Touch"

นิเทศ DPU จัดงานปัจฉิมนิเทศ "BLUE LEGACY" ชูแนวคิด "Human Touch"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นิเทศ DPU จัดงานปัจฉิมนิเทศ "BLUE LEGACY" ชูแนวคิด "Human Touch" ผสานเทคโนโลยี AI เตรียมพร้อมว่าที่บัณฑิตสู่โลกการทำงานยุคใหม่

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ภายใต้ธีม "BLUE LEGACY : สีน้ำเงิน THE LAST FRAME OF US" เพื่อติดอาวุธทางปัญญาและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ว่าที่บัณฑิตก่อนก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานจริง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเป็นนักสื่อสารที่ทรงพลังภายใต้ปรัชญา "Beyond Content Creator" ที่รักษาคุณค่าความเป็นมนุษย์ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI พร้อมเชิญกูรูด้านการหางานและนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับประเทศร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์การปรับตัวสู่โลกความจริง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์
s__49553431_0_0
ผศ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  เป็นประธานกล่าวเปิดงานโดยถ่ายทอดแง่คิดและส่งต่อพลังใจ ว่าเหตุการณ์ในวันนี้เปรียบเสมือน "เฟรมสุดท้าย" ในฐานะนักศึกษา ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตที่จะนำไปสู่ความทรงจำและประสบการณ์อื่นๆ อีกมากมายในอนาคต พร้อมเน้นย้ำถึงสิ่งสำคัญคือการให้นักศึกษายึดถือแนวคิด "Human Touch" หรือการสัมผัสแห่งความเป็นมนุษย์ ทั้งในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ ความรู้สึก และจิตใจ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานที่จะทำให้นักสื่อสารยุคใหม่ไม่ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี AI 
s__49553432_0_0
นอกจากนี้ ผศ.ศิวนารถ ยังฝากความปรารถนาดีและหวังจะเห็นว่าที่บัณฑิตทุกคนเติบโตไปเป็นนักสื่อสารที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคม และนำจริยธรรมวิชาชีพที่ได้บ่มเพาะจากรั้วมหาวิทยาลัยไปใช้ประกอบการทำงานอย่างยั่งยืน และเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตนเอง

สำหรับกิจกรรมในช่วงแรก เป็นการเสวนาแชร์ประสบการณ์จากรุ่นพี่ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในแวดวงบันเทิงและสายงานสร้างสรรค์ ได้แก่ พี่ปอนด์-คุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ, พี่เอิร์ท-ชิษณุพงศ์ เศิกศิริ และพี่ฮิปโป-ฉันท์ชนะ ยิ้มสาย ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวการปรับตัวจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่โลกแห่งความเป็นจริง โดยเหล่ารุ่นพี่ได้เน้นย้ำว่า ทักษะทางวิชาการเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในยุคปัจจุบัน แต่สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์หรือ "Connection" ซึ่งจะเป็นสะพานเชื่อมโยงไปสู่โอกาสใหม่ๆ รวมถึงทักษะการใช้ชีวิตแบบ "Creative" ที่ต้องรู้จักพลิกแพลงและนำเสนอตัวเองให้โดดเด่น เพื่อให้บัณฑิตใหม่สามารถเข้าถึงโอกาสในสายอาชีพได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นในทุกขณะ
s__49553433_0_0
ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในมิติการจัดหางาน คุณกิตติศักดิ์ เกษบุรี Marketing Communication Manager จาก JOBBKK ได้ให้ข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการคัดเลือกบุคลากรขององค์กรในยุคปัจจุบัน โดยเปิดเผยข้อเท็จจริงว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นด่านแรกในการสแกนเรซูเม่ก่อนจะถึงมือมนุษย์ ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของนักศึกษาจบใหม่คือการสมัครงานแบบ "หว่าน" โดยส่งเรซูเม่ไปมากกว่า 100 แห่งโดยไม่ระบุเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งส่งผลให้ระบบ AI คัดกรองทิ้งทันทีหากข้อมูลไม่ตรงเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด 
s__49553434_0_0
คุณกิตติศักดิ์ ยังได้แนะกลยุทธ์การพิชิตงานที่มีฐานเงินเดือนระดับ 25,000 ถึง 30,000 บาท ว่าจำเป็นต้องอาศัยการสร้าง Personal Branding ที่ชัดเจนผ่านแพลตฟอร์มวิชาชีพอย่าง LinkedIn หรือการเข้าร่วมคอมมูนิตี้เฉพาะทางเพื่อแชร์ความรู้และผลงานของตนเองอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังเผยเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ AI เลือกเรซูเม่ขึ้นมาพิจารณา คือการระบุ "คีย์เวิร์ด" ที่ตรงกับทักษะและหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างเจาะจง ตัวอย่างเช่น หากต้องการงานสายตัดต่อในเขตกรุงเทพมหานคร ในเรซูเม่ควรปรากฏคำว่า "ตัดต่อ" และ "กรุงเทพฯ" เพื่อให้ระบบตรวจพบได้ง่ายขึ้น
s__49553435_0_0
ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานสายนิเทศศาสตร์ในปัจจุบันยังมองหาทักษะสำคัญ 3 ประการ คือ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ (Data) และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี (Technology) อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ "Digital Footprint" เนื่องจาก HR ในปัจจุบันมักสืบค้น “ชื่อ-นามสกุล” เพื่อตรวจสอบทัศนคติบนโลกออนไลน์ ซึ่งหากพบพฤติกรรมการโพสต์ข้อความเชิงลบ หรือแสดงความท้อแท้อยู่เป็นประจำ อาจส่งผลเสียต่อการพิจารณารับเข้าทำงาน ส่วนในขั้นตอนการสัมภาษณ์งาน เมื่อถูกถามถึงความสามารถ นักศึกษาควรหลีกเลี่ยงการตอบว่า "ทำอะไรก็ได้" แต่ควรสื่อสารให้ชัดเจนว่า "จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้องค์กรได้อย่างไร" เพราะบริษัทต้องการบุคลากรที่พร้อมเข้าไปขับเคลื่อนงานและจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุด
s__49553436_0_0
ทางด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย คุณกตัญญู สว่างศรี เจ้าของและพิธีกรรายการ Katanyu Tonight (กตัญญู ทูไนท์) ได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงผ่านการเสวนา โดยมีอาจารย์อานนท์ บัวภา รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยคุณกตัญญู เริ่มต้นด้วยการหยิบยกเรื่องราวส่วนตัวมาเล่าว่า ตนเองเพิ่งค้นพบงานที่ชอบจริงๆ ในวัย 37 ปี หลังจากผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งจากการเปิดสำนักพิมพ์และการทำรายการโทรทัศน์ ซึ่งบทเรียนสำคัญคือการ "จับสัญญาณ" จากผู้ชมผ่านยอดวิวและคอมเมนต์เพื่อวัดผล และปรับเปลี่ยนจุดยืนของงานตลอดเวลา โดยเปรียบเทียบการสร้างคอนเทนต์บน YouTube เหมือนการ "เลี้ยงปลาในบ่อ" ที่ต้องหมั่นเติมอาหารหรือผลงานลงไปอย่างสม่ำเสมอ เพราะประสิทธิภาพการทำงานในปีนี้จะส่งผลสะท้อนกลับมาเป็นโอกาสหรือสร้างงานใหม่ในอนาคต หรือที่เรียกว่า "Performance Effect"
s__49553437_0_0
สำหรับแนวทางการสร้างจุดเด่นให้แตกต่างท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง คุณกตัญญูแนะนำให้นักศึกษาทดลองลงมือทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3-6 เดือน โดยตั้งเป้าหมายในการลงคลิปสัปดาห์ละ 5 คลิป เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าคอนเทนต์รูปแบบใดที่ผู้ชมให้การตอบรับดีที่สุด พร้อมทั้งต้องแยกให้ออกระหว่างสิ่งที่เราอยากเป็นกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือ Value ที่ผู้ชมจะได้รับจากเรา โดยยกตัวอย่างรายการกตัญญูทูไนท์ที่มีจุดขายเป็น Talk Show แนวตลก ซึ่งดึงเสน่ห์ของแขกรับเชิญออกมาในมุมที่ผ่อนคลาย โดยมีแรงบันดาลใจมาจากรายการ Late Night Show ระดับสากลอย่าง Jimmy Fallon 
s__49553438_0_0
ในช่วงท้าย คุณกตัญญูยังเน้นย้ำถึงการศึกษา "Reference Content" จากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี หรืออเมริกา เนื่องจากมีนวัตกรรมการนำเสนอที่ล้ำหน้า ซึ่งจะช่วยยกระดับรสนิยมการผลิตงานให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป และฝากข้อคิดถึงว่าที่บัณฑิตว่าช่วงเวลาหลังเรียนจบคือช่วงที่มีอิสระและภาระน้อยที่สุด จึงเป็นโอกาสทองในการทดลองและล้มเหลวเพื่อค้นหาตัวเอง ก่อนที่ภาระในอนาคตจะเข้ามาจำกัดความเป็นตัวของตัวเองให้น้อยลง
s__49553439_0_0
นอกจากการเติมเต็มองค์ความรู้วิชาการและวิชาชีพแล้ว บรรยากาศภายในงานยังเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมีกิจกรรมจับฉลากมอบของรางวัลเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการเริ่มต้นชีวิตวัยทำงาน ก่อนจะปิดท้ายกิจกรรมด้วยการรับประทานอาหารค่ำร่วมกันระหว่างคณาจารย์และนักศึกษา โดยคณบดีและคณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความพร้อมในการดูแลศิษย์เก่าว่า คณะนิเทศศาสตร์ DPU ยินดีต้อนรับทุกคนกลับมาเพื่อเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ หรือปรึกษาหารือเพื่อสร้างความร่วมมือในอนาคตอยู่เสมอ และรอคอยที่จะได้เห็นรุ่นพี่กลับมาส่งต่อประสบการณ์จริงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่รุ่นน้อง ในฐานะสมาชิกของครอบครัวนิเทศศาสตร์ DPU ต่อไป

อัลบั้มภาพ 10 ภาพ

อัลบั้มภาพ 10 ภาพ ของ นิเทศ DPU จัดงานปัจฉิมนิเทศ "BLUE LEGACY" ชูแนวคิด "Human Touch"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล