"อเล็กซ์ เรนเดลล์" เปิดใจเพิ่งรู้สึกโตจริงๆ ตอนมีลูก ยอมรับห่วงโลกของเด็กยุค AI

"อเล็กซ์ เรนเดลล์" เปิดใจเพิ่งรู้สึกโตจริงๆ ตอนมีลูก ยอมรับห่วงโลกของเด็กยุค AI

"อเล็กซ์ เรนเดลล์" เปิดใจเพิ่งรู้สึกโตจริงๆ ตอนมีลูก ยอมรับห่วงโลกของเด็กยุค AI
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากนักอนุรักษ์สู่คุณพ่อมือใหม่ อเล็กซ์ เรนเดลล์ แชร์ประสบการณ์แบบเรียล ๆ  ในรายการ My Daddy James เปลี่ยนทุก Priority ในชีวิต ทั้งเรื่องเวลา สุขภาพ และมุมมองต่ออนาคต ไปจนถึงความตั้งใจอยากให้ลูกเติบโตท่ามกลางธรรมชาติเป็นคนดีของสังคม พร้อมตั้งคำถามว่าเราจะเหลือโลกแบบไหนไว้ให้เด็กเติบโตในวันที่ จอ , AI , PM 2.5 และปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังแย่งโลกจริงไปจากเด็กยุคใหม่

คุณพ่อมือใหม่มีอะไรที่ทำแล้วเขินไหม หรือว่ามีอะไรที่ทำแล้วเทพเลยสำหรับการเลี้ยงลูก ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : ผมว่าผมอุ้มเขาได้เทพมาก คือมันเป็นท่าที่ผมแบบลองผิดลองถูก คือจับเขาอย่างนี้ หมายถึงว่านอนคว่ำ

รู้ไหมว่าเสียงร้องแบบนี้ มันคือเสียงร้องอะไร ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : คือรู้นะ แต่บางทีก็เดาไม่ออก สุดท้ายแล้วฉี่นี่นา แต่มันจะมีถ้าเป็นเสียงสูง มันคือมีแก๊สใช่ไหม เหมือนพฤติกรรม แบบนี้คือง่วง ถ้ามัน แง อย่างงี้ จะเป็นแบบงอแงง่วง

อาบน้ำเองไหม ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : อาบเอง ถ้าวันนั้นอยู่ อันนี้ผมชอบที่สุดเลย ชอบอาบน้ำเขา เพราะว่ามันเป็นเวลาที่ Bonding ดี แล้วอย่างเราเป็นผู้ชาย เราจะล็อกได้น่าจะแน่นกว่า เมื่อวานนี้เลย คือนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำ หมายถึงในถังเล็ก ๆ ของเขา แล้วก็ให้เราเอาน้ำเทใส่อกเขาโดยที่ไม่ร้อง แฮปปี้ เราแฮปปี้มากเลย เราแบบว่า "โอเค เอาอีก ชอบใช่ไหม ชอบใช่ไหมลูก" แต่จุดที่เขาจะไม่ชอบที่สุดคือแคะขี้มูกกับอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ชายต้องพยายามทำตรงนี้ ถ้าเราหอมลูกนะ มันมีพ่อคนหนึ่งเขาแนะนำผมมาว่าให้ keep ตรงนี้ให้ clean ที่สุดเลย หมายถึงว่าไม่มีหนวด ห้ามมีหนวด ถ้าเราหอมลูกเรานะ เพราะว่ามันจะกลายเป็น natural reaction ของเขา ที่เขาจะไม่เอาวันหนึ่ง แล้วเราจะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เหมือนนึกออกว่าถ้าเราเข้าไปหอมเขา ทุกวันนี้โกนหนวดทุกวันเลย

 

มีประเด็นนี้คือนักแสดงอย่างเรา อาจจะยังเร็วไปในการที่จะมีลูก แต่ถ้าเกิดว่าคนปกติก็คงมีความพร้อมอะไรหมดแล้ว ของพี่มีอะไรแบบนี้ไหม ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : คือผมว่ามาในช่วงที่ดี ในส่วนของผมคือมีตอนอายุ 35-36 แล้วแต่ว่าในมุมแบบคิดแทนพี่เจมส์ ก็คือว่าเรา 2 คน ไม่ได้มามีตอนที่เรากำลังเริ่มสร้างตัวของเรา มันเหมือนเรามาในระดับที่มันอยู่ตัวระดับหนึ่งของมันแล้ว แล้วก็เรารู้สึกว่าเป็นจังหวะที่ดี แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าช้าไป บางทีเราก็คิดว่ามันเร็วไปนะ แค่นี้เราก็ลุกนั่งนี่ก็เริ่มรู้สึก แล้วก็นั่งคำนวณไปนะว่า ลูกของเรา ถ้าสมมุติว่าเขาเรียนจบมหาวิทยาลัย เรามี 50-60 นะ แล้วก็นั่นคือเวลาที่เราจะได้เห็นเขารับปริญญา แล้วถ้าเกิดว่าเราจะยังเที่ยว ยังจะอะไรกับเขา ถ้าเรามีสายไปกว่านี้ มันจะต้องไม่ได้มีแรงขนาดนั้น ซึ่งผมว่าสำคัญมาก เพราะเราทำงานกับเด็ก 4 ขวบ 7 ขวบ 10 ขวบ Energy Level จะคนละแบบกัน ต้องปรับตัวให้เข้า ไม่งั้นเราก็จะกลายเป็นแบบบล็อกเขา เราเหนื่อย  ซึ่งเราก็เห็นสิ่งนี้มาเยอะเหมือนกัน เลยคิดว่ามันอยู่ในช่วงแบบโอเค พอมีลูกขึ้นมา มันคือโลกที่กว้างใหญ่ ต้องขยันใหม่อีกรอบหนึ่งแล้ว

ระหว่างภรรยาตั้งครรภ์ เราต้องทำอะไรเผื่อหรือเปล่า หรือว่าต้องคิดเผื่อเขาอีกไหม ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : มี แต่ละอย่างที่มา การคลอดเขา แค่นั้นก็เริ่มคิดแล้ว มาประกันของเขา มาวัคซีนของเขา ค่าหมอ แล้วหมอให้ทำอะไรเราก็ต้องทำ เราต้องสร้างให้มันแข็งแกร่งมากขึ้น สิ่งที่ผมทำอยู่ก็คือทำองค์กร จากที่เราคิดว่ามันเป็นงานที่เราทำไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ เราต้องหาทางที่จะทำให้มัน grown เพราะว่าเรามีลูกแล้ว เราอยู่วงการมา 4 ขวบ เราโฆษณา 7 ขวบ เราถ่ายละคร เรามีโอกาสได้อยู่ เราได้เดินทางไปตรงนี้ เราได้เจอกับผู้คนหลายแบบ ผมว่าสกิลตรงนี้ ทำให้เรามีอัธยาศัยที่เข้าสู่สังคมได้ ให้เรามีกฎกติกา มี discipline มีการเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ได้เห็นชีวิตที่ไม่เหมือนกับเรา สิ่งพวกนี้ที่ผมคิดว่าอยากให้กิจกรรม EEC ได้มอบให้กับเด็ก ๆ เพื่อให้เขาได้แข็งแกร่งภายใน สิ่งที่เราคอนโทรลได้คือการสร้างข้างในของเขาให้แข็งแรง เมื่อวันที่เขาต้องไปเจอกับสถานการณ์เหล่านี้ จะจัดการมันในทางที่มันปลอดภัยในทางที่มันดี ก็เลยคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ผมพยายามจะทำให้ คือจริง ๆ เราทำมานานแล้ว แต่มาอินเป็นพิเศษตอนมีลูกว่า สกิลเซตเหล่านี้จำเป็นต้องมีในกิจกรรมของเราทุก ๆ กิจกรรม ผมเชื่อว่าเด็กยุคนี้ พ่อแม่ แล้วผมจะพาลูกผมไปมัลดีฟส์ได้ ผมจะพาลูกผมไปต่างประเทศได้ ผมจะไปจองให้เขาอยู่อย่างดี ๆ ได้ แต่ว่ายากมากที่เราจะพาให้เขาได้ไปเห็นชีวิตจริง ๆ ได้ไปเข้าใจวิถีของคนจริง ๆ เข้าใจความสำคัญของธรรมชาติ ได้ไปจับดินไปจับอะไรจริง ๆ ซึ่งถ้าไม่มีแพลตฟอร์มตรงนี้ ลูกเราอาจจะไม่ได้เจอก็ได้นะ และอันนี้ผมว่ามันเป็นสิ่งสำคัญมากกับการเติบโตของเด็กโดยเฉพาะแบบต่ำกว่า 10

แล้ว planning ว่าจะให้ลูกไปประมาณอายุเท่าไหร่ ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : จริง ๆ ผมก็เริ่มแพลนแล้ว ผมมีทุกอย่าง

มีคำแนะนำไหม ถ้าเราอยากจะเอาไปติดธรรมชาติก่อน เอาแบบเบสิกที่สุด ง่ายที่สุด มันควรจะเริ่มยังไง ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : ง่าย ๆ เลยก็คือพาให้เขาได้ออกไปอยู่กับธรรมชาติให้ได้เยอะที่สุดเลย แล้วก็บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมเป็นคนที่เชื่อเรื่องการพัฒนาร่างกาย การพัฒนาทุกอย่างที่มันมาจากธรรมชาติ เมื่อก่อนผมจะใช้ธรรมชาติในการฟื้นฟูในการบำบัดคนที่มีความต้องการพิเศษ เมื่อเคยทำเมื่อนานมากแล้วเมื่อหลายปี เราจะรู้ว่าธรรมชาติมันสร้างไดรฟ์ให้กับคนที่จะใช้กล้ามเนื้อในส่วนที่เขาอาจจะไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันในทุก ๆ วัน ก็เลยเป็นคนที่เชื่อในเรื่องของธรรมชาติบำบัด หรือว่าในการใช้ธรรมชาติในการพัฒนามาก

อยากรู้ว่าพอพี่ไปสัมผัสเด็กที่เวลาที่ไปเล่นกับธรรมชาติแล้ว หรือว่าไปเติบโตได้เรียนรู้ทักษะในธรรมชาติ คาแรกเตอร์ต่างไหม ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : เขาก็มีความต่างนะ และก็จะมีความชอบสิ่งนี้ไป คือผมมาทำมาสักพัก เด็กหลายคนที่เริ่มจากเราตอนที่เราเริ่มใหม่ ๆ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ทุกวันนี้ก็เข้ามหาวิทยาลัย คือเด็กพอมาเรียนเรื่องนี้ เขาจะชอบสิ่งพวกนี้ หลาย ๆ คนก็ไปเลือกที่จะทำงานทางด้านนี้ต่อก็มี แล้วผมรู้สึกว่าการที่ผมทำกิจกรรมแบบนี้ มันเป็นการฟิลเตอร์ ไม่ใช่แค่เด็ก แต่ฟิลเตอร์ผู้ปกครองที่ชอบในสิ่งเหมือน ๆ กัน เพราะฉะนั้น vibe ของผู้ปกครองมันจะคล้าย ๆ กัน มันก็จะเหมือนเวลาเราไปเตะบอล ถ้าเราไปเตะลีกพ่อนะ มันก็จะแป็นพ่อ ๆ เตะบอลที่คุยคล้าย ๆ กัน ฟีลคล้าย ๆ กัน อันนี้มันก็เป็นสาย ลูกชอบมาก ๆ ลูกชอบสัตว์มาก ลูกชอบธรรมชาติ พาลูกมา หรือ พ่อแม่ชอบมาก มันมีอยู่ 2 อย่าง แต่พ่อแม่อยากให้ลูกชอบ เราก็จะเห็นความลุยของเขา แล้วเรารู้สึกว่าการที่เขามากันเป็นครอบครัวแบบนี้ มันเป็นการสร้าง Character Building แล้วมันเป็นการสร้าง space ที่เขาได้ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวเขา แล้วผมว่าอันนี้สำคัญมาก ผมจะเห็นโมเมนต์แบบเยอะแยะมากมายเลยนะ ที่พ่อแม่มาร้องไห้เห็นลูกตัวเองในค่าย เพราะลูกได้ทำแบบสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น พาลูกมา ตอนนั้นลูกแค่ลุกขึ้นมาเหมือนพูดต่อหน้าคนได้ เหมือนออกมาพรีเซนต์งาน แค่นี้พ่อก็ใจสั่นแล้ว ที่เรารู้สึกว่ามันเป็น special moment ที่เรารักในการทำสิ่งนี้มาก เพราะว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องธรรมชาติ มันไม่ใช่แค่เรื่องเยาวชน แต่มันเป็นการ fix bonding อะไรบางอย่าง มีเด็ก ๆ ที่มีสมาธิสั้นมาเยอะมาก ธรรมชาติทำให้เขามีสมาธิที่ดีขึ้น ทำให้เขาได้เรียนในสิ่งที่เขาสนใจ mainstream education ที่เขาไปแล้วเขาอาจจะไม่ถนัดเพราะเขายังเล็กไป พอเขามาอยู่แบบนี้ เขาได้เจอในสิ่งที่เขาสนใจ เพราะฉะนั้นมันจะมีเคสอะไรที่มันเป็นอย่างงี้ ที่เรารู้สึกว่ามันก็เป็นประโยชน์กับการเติบโตและการเป็นสร้างคาแรกเตอร์ให้กับเขา

ถ้าเกิดว่าลูกสักขวบกว่าที่เริ่มเตาะแตะ ๆ ได้ ถ้าให้เลือกแนะนำว่าจะไปทะเลหรือว่าไปภูเขา ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : ถ้าขวบกว่า ผมว่าไปเขา เพราะว่าพาไปเดินป่า ขวบกว่าเริ่ม ๆ เดิน ไปอยู่กับเทรลเดินป่าเลย แล้วก็ถ้าโตขึ้นมาอีกนิดหนึ่งก็จะเป็นทะเล คือเด็ก จะเด็กทุกคนนะที่ผมเห็นจะชอบสัตว์ แล้วทะเลมันจะมีสัตว์เล็กสัตว์น้อย มีหอยนั่น มีหอยไปที่ปู น้ำตื้น ๆ มันพอเดินแล้วก็เห็นสิ่งนู้นสิ่งนี้ได้ แต่ว่าถ้าเป็นป่า มันจะสร้างความแข็งแกร่ง ความคุ้นเคยให้กับเขา หลานผมไปตอนแรกเจอดิน เริ่มแบบไม่อยากเดิน มันเลอะ พอสักพักนี้ลุยเลย คราวนี้มันเลยจบเลย พออาทิตย์ถัดไปพาเขาไปดำนา ลงไปว่ายเล่นอยู่ในนาเลย

แล้วพอมีลูกเป็นของตัวเอง ฟีลลิ่งมันเปลี่ยนเยอะไหม ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : เยอะ ๆ ลูกคนอื่น หรือลูกพี่ชายเรา เราเป็นอา เวลาที่เราเป็นอา หน้าที่ของเราคือเล่น ไม่ต้องสอนมารยาทอะไรมากมาย ไม่ต้องกล่อมให้นอน ไม่ต้องอยู่ตลอด แพมเพิร์สเราไม่ต้องเปลี่ยน สิ่งพวกนี้ ร้องไห้แล้วก็ส่งคืนพ่อแม่เขา แต่พอเรามีลูก เราคืออีกฝั่งหนึ่ง คือเราจะส่งให้ใคร ถ้าร้องไห้เขาส่งมาที่เรา อึ เหม็นทีไรปุ๊บส่งมา ส่งมาให้เรา ผม process อย่างนี้ไม่ได้พี่เจมส์ว่า นึกออกไหมว่าเวลาเราเจอเด็กคนอื่น เขาจะมีที่พึ่งที่สูงที่สุดของเขา คือพ่อ คือแม่เขา ส่วนเราคือหน้าที่ในการเล่น แต่พอเป็นลูกเรา เราคือที่พึ่งที่สูงที่สุดของเขา เราคือเซฟโซนของเขา เราอุ้มเขามา เขาหยุด แม่เขาอุ้มเขาหยุด  bonding ตรงนี้ มันเป็นจุดที่เราแบบ มัน touch เรามาก เขาไม่มีใครยกเว้นเราจริง ๆ คือถ้าเกิดเขานอนฝัน เขาคงฝันเห็นแต่เรา เพราะว่าชีวิตนี้เขามีแต่เรา ณ ตอนนี้

กับการที่เติบโตมาอย่างดีในครอบครัว มีสิ่งไหนที่คิดหรือว่าอยากจะเอามาปรับใช้ อยากเห็นเขาเป็นคนแบบไหน ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : คือเรื่องพ่อแม่ คือแม่เป็นคนสายวินัยมาก อันนี้เราอยากให้ลูกมีเรื่องวินัย คือวินัยในที่นี้ก็คือ เข้าสู่สังคมได้ คนอื่น ๆ รัก แล้วเขาก็รักกับคนอื่นด้วย แล้วก็พ่อ ผมเป็นสาย hardworking เป็นสายแบบทำงาน ทางบ้านผมเป็นสายแบบทำงานมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี่คือโจทย์ที่ผมมีความท้าทายในการเลี้ยงลูก คือทำยังไงให้เขามีไดร์ฟเหมือนเรา คือทุกอย่างที่เราได้มัน เราได้มาด้วยการที่เราออกไปทำงานตรงนั้นจริง ๆ เราไปอยู่ในกองถ่าย เราตื่น 6:00 น. เรานอน 22:00 น. กลับมาวันรุ่งขึ้น มันเป็นอย่างงี้ ชีวิตของเรามาเป็น 10 ปี หรือทุกอย่างที่มันได้ เรากล้าพูดได้ว่าเราได้มา เราก็แบบทำยังไงเราถึงจะให้เขายังมีไดรฟ์ ที่เขาจะออกไปทำงาน ที่เขาจะยังมี sense of อยากที่จะ achieve อันนี้ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าการตัดสินใจในแต่ละวันจะนำไปสู่ตรงนั้น เพราะว่าสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นนะ ผมมีเพื่อนหลายคน เพื่อนทั้งสนิทกับเพื่อนที่รู้จักกันห่าง ๆ ที่พอมาถึงจุด ๆ หนึ่ง ไม่มีไดร์ฟ เกิดมาด้วยทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต มันคือการใช้ชีวิตที่ไม่ได้มีโกลชัดเจน สุดท้ายแล้วเขาเกิดความเกิดความสับสนในตัวเอง ซึ่งทำให้ตัวเองต้อง compare กับคนนู้น อันนี้คือสิ่งที่ผมแบบพยายามจะให้น้ำหนักให้ได้มากที่สุดว่า อยากให้เขาเป็นคนทำงาน ไม่จำเป็นต้องทำงานเยอะเท่าพวกเราก็ได้ แต่ว่าต้องมีความรับผิดชอบสูง ต้องมี accountability กับสิ่งที่ตัวเองทำจริง ๆ  

กังวลไหมว่า Generation ที่เขานิยามกันว่าลูกเราตอนนี้ก็คือเบต้ากับโลก ณ ปัจจุบัน มีความเป็นห่วงไหม ที่มีความแตกต่างกับที่เราเติบโตกันมา ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : ผมมีความเป็นห่วง เอาจริง ๆ มีความเป็นห่วง แต่ในเวลาเดียวกันเราก็รู้สึกว่ามันก็ต้องปรับให้เข้ากับโลกปัจจุบันให้ได้ ผมว่าอย่างงั้นนะ ใน issues แบบพ่อแม่เราก็ไม่เก็ตในหลาย ๆ อย่างในยุคของเราเหมือนกัน ต่อมาก็จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันทางด้านหลาย ๆ อย่าง ผมเชื่อว่าอย่างงั้นนะ แต่ว่าแค่สิ่งที่ผมกังวลว่า จอนี่แหละ มันจะพาเขาไปในสู่โลกอะไรบ้าง กลัว ๆ เหมือนกัน ถ้าลูกอยากที่จะไปเที่ยวทั่วโลก แล้วเราสามารถซัพพอร์ตตรงนี้ได้ ไปเลย คือผมไม่กลัวเรื่องพวกนี้เลย แต่ผมจะกลัวเรื่องแบบนี้ พวก AI ต่าง ๆ พวกหลอกลวงต่าง ๆ อะไรพวกนี้ ที่เราไม่รู้ว่าลูกเราจะเจอท่าไหน

แล้วพี่และภรรยามองตรงกันไหมในเวย์การเลี้ยงลูก ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : คือเอาจริง ๆ เขา lead ด้วยความที่เราทำงานด้วย พ่อบ้านใจกล้าของเราอยู่แล้วพี่ไม่ต้องห่วงแล้ว ภรรยา lead เสมอ เราเน้นเล่น

การเปลี่ยนแปลงภายใน เปลี่ยนไปยังไงบ้าง ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : เชื่อไหมว่าผมเพิ่งมีความรู้สึกจริง ๆ จัง ๆ ว่าผมโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่ก็วันนี้ ผม 36 ย่าง 37 แล้ว อีก 3 ปีผม 40 แล้ว แต่ผมเพิ่งมารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่รอบนี้ คือเรามีความนึกคิดลึก ๆ เสมอว่าเรายังเด็ก มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะว่าเราเติบโตมากับพี่ เราเติบโตมาเป็นคนเล็กของทุกอย่างที่เราทำมาตลอด ทั้งลูกคนเล็ก เล็กที่สุดในวงการ ทุกอย่างมัน เป็นพี่ครับ มาหมดเลย ถึงแม้เรามีบริษัท เรามีทีม เรามีอะไร แต่เราก็ยังมีความคิดว่าเราเด็ก จนกระทั่ง พอเรามีลูกเรา มันเหมือนมันเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างให้กับเรา มันเหมือนเป็นช่วงชีวิตที่เราเรียงความสำคัญใหม่หมดเลยว่าอะไรคือ priority ก่อนลูกออกมากับลูกเกิดมาแล้ว สิ่งที่เราเคยว่ามันสำคัญ อยู่ ๆ มันกลายเป็นไม่สำคัญโดยที่เราไม่ได้ไปฟอสมันเลย สิ่งที่มันเคยทำให้เราเครียด ทำให้เราคิดแล้วคิดอีก อยากจะแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องงานหรือเรื่องต่าง ๆ พอมามีลูกออกมาแล้ว เราไม่ได้ เรากลายเป็นชิลไป จากที่ตอนเย็น หลังกินข้าวเสร็จเราทำอะไรดี นั่งเล่นโทรศัพท์ก็แล้ว นู่นนี่นั่น ทุกวันนี้เราเหมือนมีอะไรมาให้เราเล่น ว่ามานั่งแล้วมันทำให้เรากลายเป็นในจุดที่ดีขึ้น

คิดว่ากำลังจะเตรียมโลกแบบไหนไว้ให้เขา แล้วก็อยากให้เขาแบบเติบโตไปเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับโลกใบนี้ยังไง ?

อเล็กซ์ เรนเดลล์ : ผมก็อยากให้เขาเป็นคนดีของสังคม คือเรื่องอื่นผมอยากให้เขาเป็นคนที่ไม่ว่าเขาจะทำอะไร มีคนเคารพเขา มีคนเห็นว่าเขาเป็นตัวอย่างที่ดี แล้วก็เราเองก็พยายามที่จะแบบ ด้วยงานของเรา พอเรามีลูกผมมีความอินเรื่องของสิ่งแวดล้อมกว่าเดิมเพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่งจริง ๆ เพราะว่าทะเลมันดูเหมือนมันไม่ได้อยู่กับเราอีกนานแล้ว ปะการังที่เห็น เราเพิ่งไปมาทุก ๆ ปีในจุดเดิมมันตาย ๆ ไปเรื่อย ๆ มันร้อน มัน UV จะไปภาคเหนือก็ PM 2.5 สิ่งที่มัน มันเป็น Outdoor Learning ทั้งหมด ที่มันเกี่ยวข้องกับ environment โดยรวม เราอยากจะให้ลูกเรา ได้เติบโตในโลกที่ Outdoor เป็น choice วันนี้ เช้าวันนี้ผมเพิ่งไปที่โรงเรียนที่หนึ่งมา ที่โรงเรียนนั้นเด็ก ๆ ออกมาตีเทนนิสไม่ได้ PM 2.5 ค่ามันขึ้น เด็ก ๆ ต้องเปลี่ยนชุด แล้วก็เข้ามาอยู่ในตึก คือสิ่งพวกนี้ที่ผมหวังว่าโลกจะปรับตัวได้ หรือเราก็ต้องเลือกในสถานที่ ๆ มันมี facility ที่ไม่ปิดกั้นสิ่งพวกนี้ให้กับเขา อยากให้เขาเกิดมาในโลกที่เขาไม่ได้อยู่กับจออย่างเดียว ไม่ได้อยู่กับ indoor อย่างเดียว อยากให้เขา outdoor ให้ได้ แต่ outdoor มันเป็นปัจจัยที่มันไม่ได้เป็นเราที่เลือกได้แล้ว คือเด็กรุ่นนี้เขามองว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมคือเรื่องที่เท่ห์ เรื่องที่เท่ห์ในการดูแล ถ้าเป็นรุ่นเรา ณ ตอนนั้นมันไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ ไม่ได้มีปัญหาโลกร้อน ไม่ได้มีไฟป่าแบบนี้ ไม่ได้มี PM แบบนี้ เราก็เลยไม่ได้ตระหนักเท่านี้ ซึ่งเรารู้สึกว่าการที่เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องเท่ห์ มันจะทำให้เขา มี mentality ที่นึกถึงคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ช่วงนี้สำคัญมาก

 

สามารถติดตาม  "My Daddy James"  ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot  เวลา 18.00 น.

 

คลิกชมรายการย้อนหลัง  : https://www.youtube.com/watch?v=8oJ_jvzE2Y8

 

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ ของ "อเล็กซ์ เรนเดลล์" เปิดใจเพิ่งรู้สึกโตจริงๆ ตอนมีลูก ยอมรับห่วงโลกของเด็กยุค AI

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล