ใช้แอร์กี่ปีถึงควรเปลี่ยน? ผู้ผลิตแอร์ดังเฉลย "อายุการใช้งานที่แท้จริง" อย่าฝืนใช้แอร์เก่า
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1977/9888062/new-thumbnail1200x720_v2.jpgใช้แอร์กี่ปีถึงควรเปลี่ยน? ผู้ผลิตแอร์ดังเฉลย "อายุการใช้งานที่แท้จริง" อย่าฝืนใช้แอร์เก่า

ใช้แอร์กี่ปีถึงควรเปลี่ยน? ผู้ผลิตแอร์ดังเฉลย "อายุการใช้งานที่แท้จริง" อย่าฝืนใช้แอร์เก่า

แชร์เรื่องนี้

ใช้แอร์กี่ปีถึงควรเปลี่ยน? เปิดคำแนะนำจาก "Toshiba" เผยจุดคุ้มทุน ที่ช่วยประหยัดค่าไฟได้มหาศาล

หลายบ้านมักใช้เครื่องปรับอากาศจนกว่าจะพังไปข้างหนึ่ง แต่รู้หรือไม่ว่าการฝืนใช้แอร์เครื่องเก่าที่ยังไม่เสีย อาจทำให้คุณต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่าที่ควรจะเป็น "Toshiba Lifestyle" ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับอายุการใช้งานที่เหมาะสมและข้อดีของการเปลี่ยนมาใช้แอร์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการประหยัดพลังงานและความปลอดภัย

อายุการใช้งาน 10 ปี คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

โดยทั่วไปเครื่องปรับอากาศของ Toshiba ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลามาตรฐานที่ผู้ผลิตจะสำรองอะไหล่ไว้สำหรับการซ่อมบำรุง หากใช้งานเกินกว่านี้อาจเริ่มหาอะไหล่ได้ยากและมีความเสี่ยงที่เครื่องจะขัดข้องกะทันหัน ดังนั้นแม้แอร์จะยังทำงานได้ปกติ แต่เมื่อครบ 10 ปี ก็ถือเป็นจังหวะที่ควรพิจารณาเปลี่ยนเครื่องใหม่

เทียบชัดๆ ค่าไฟแอร์รุ่นเก่า vs รุ่นใหม่ ต่างกันแค่ไหน?

จากการเปรียบเทียบแอร์รุ่นปี 2006 กับรุ่นปี 2026 พบว่าเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานก้าวหน้าไปมาก โดยมีส่วนต่างของค่าไฟที่น่าสนใจดังนี้:

  • รุ่นไฮเอนด์ (สำหรับห้องขนาดใหญ่): ประหยัดไฟได้มากกว่าปีละประมาณ 9,100 เยน (ประมาณ 2,100 บาท)
  • รุ่นมาตรฐาน (สำหรับห้องขนาดเล็ก): ประหยัดไฟได้มากกว่าปีละประมาณ 4,300 เยน (ประมาณ 1,000 บาท)

ยิ่งเป็นแอร์ที่ใช้ในห้องขนาดใหญ่ที่มีกำลังวัตต์สูง ผลลัพธ์จากการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานรุ่นใหม่ก็จะยิ่งเห็นผลชัดเจนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้มากกว่า

iStockphoto

ความเสี่ยงจากการฝืนใช้แอร์อายุเกิน 20 ปี

แอร์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการเสียกะทันหัน แต่ชิ้นส่วนภายในที่เป็นพลาสติกหรือเรซินอาจเสื่อมสภาพจนเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม นอกจากนี้ แอร์รุ่นเก่าก่อนช่วงกลางปี 2000 มักใช้สารทำความเย็นที่ทำลายชั้นโอโซน ซึ่งหากเกิดการรั่วไหลจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง ต่างจากรุ่นปัจจุบันที่เปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น

ฟังก์ชันอัจฉริยะที่มากกว่าแค่ความเย็น

นอกจากการประหยัดไฟแล้ว แอร์รุ่นใหม่ยังมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน เช่น ระบบฟอกอากาศเพื่อสุขอนามัย เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวเพื่อปรับการทำงานอัตโนมัติ และระบบ IoT ที่สามารถสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนได้จากทุกที่ การเปลี่ยนแอร์ใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเย็น แต่คือการลงทุนเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่คุ้มค่าในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง

  1. grapee.jp

ขอขอบคุณ

ภาพ :iStockphoto