กูรูเตือน 3 นิสัย "ผัดกับข้าว" แบบผิดๆ เสี่ยงสูดสารพิษสะสมไม่รู้ตัว แต่คนไทยทำทุกอย่าง

กูรูเตือน 3 พฤติกรรม "ผัดกับข้าว" สุดเสี่ยง สูดควันพิษสะสม เสี่ยงมะเร็งปอด
การทำอาหารด้วยการผัดหรือทอดด้วยไฟแรงจนเกิดควันหอมฟุ้ง อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด ถาน ตุ้นฉือ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาชื่อดัง ชาวไต้หวัน ได้ออกมาเตือนถึง "3 พฤติกรรมทำลายสุขภาพ" ขณะทำอาหารที่ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด โดยเน้นย้ำว่าเธอไม่เคยใช้วิธีการผัดแบบ "ระเบิดกระทะ" หรือการใช้ไฟแรงจัดเพื่อเจียวเครื่องเทศให้หอมเลย
3 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงในการทำครัว
พฤติกรรมที่พบได้บ่อยในกลุ่มแม่บ้านแต่แฝงไปด้วยอันตราย มีดังนี้:
- การใช้ไฟแรงจัดจนน้ำมันเกิดควัน: น้ำมันที่ร้อนจนเกิดควันจะสร้างสารก่อมะเร็ง ทั้งจากการสูดดมและปนเปื้อนในอาหาร
- ไม่ล้างกระทะก่อนทำเมนูถัดไป: หลายคนใช้พยามประหยัดเวลาโดยใช้กระทะเดิมที่มีคราบน้ำมันเก่าทำอาหารต่อ ซึ่งคราบไหม้และสารพิษจากเมนูก่อนหน้าจะเกาะติดไปกับอาหารจานใหม่
- ล้างกระทะไม่สะอาด โดยเฉพาะก้นกระทะ: หากก้นกระทะมีคราบสกปรกสะสม เมื่อถูกความร้อนจะเกิดเขม่าควันพิษที่ผู้ปรุงอาหารสูดดมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
iStockphoto
เทคนิค "ผัดน้ำ" วิธีปรุงอาหารแบบไร้สารพิษ
คุณถานแนะนำวิธี "ผัดน้ำ" (Water Stir-frying) แทนการผัดแบบเดิมเพื่อคงคุณค่าสารอาหารและลดความเสี่ยงมะเร็ง โดยเริ่มจากการใส่น้ำมันเพียงเล็กน้อยและใส่เครื่องเทศในกระทะขณะที่ยังไม่เปิดไฟ จากนั้นใส่ผักและเติมน้ำ 1-1.5 ถ้วย แล้วจึงเปิดไฟเพื่อให้ความร้อนคงที่อยู่ที่ประมาณ 100 องศาเซลเซียส ซึ่งจะไม่ทำให้น้ำมันไหม้จนเกิดควันพิษ
นอกจากนี้ เธอแนะนำให้เติมเกลือในขั้นตอนสุดท้ายก่อนตักขึ้น เพื่อให้เกลือเคลือบอยู่ที่ผิวอาหาร ช่วยให้รับรสเค็มได้เร็วขึ้นและลดปริมาณการกินโซเดียมเกินจำเป็น รวมถึงควรเปิดเครื่องดูดควันทิ้งไว้ต่ออีก 5-10 นาทีหลังดับไฟ เพื่อกำจัดฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ยังตกค้างในห้องครัว
สรุปแนวทางดูแลสุขภาพในครัว
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย เช่น การล้างกระทะให้สะอาดทุกครั้ง การเลี่ยงความร้อนสูงจัด และการหันมาใช้วิธีผัดน้ำ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการสูดดมควันพิษที่เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ยังช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการของผักไว้ได้มากกว่าการลวกถึง 50% ทำให้ได้อาหารที่ทั้งอร่อยและปลอดภัยต่อคนในครอบครัว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี