ความลับของราชินี! ผลไม้มหัศจรรย์คู่คนไทย ในโลกมีแค่เพียง "สายพันธุ์เดียว"

ความลับของราชินี! ผลไม้มหัศจรรย์คู่คนไทย ที่ในโลกมีแค่เพียง "สายพันธุ์เดียว" ความพิเศษทางชีวภาพที่ไม่เหมือนใคร
มังคุด (Mangosteen) คือ ผลไม้ชนิดหนึ่งของไทย ได้รับสมญานามว่า “ราชินีผลไม้” เพราะมีกลีบเลี้ยงที่เหมือนมงกุฎ มีลักษณะเป็นผลทรงกลมขนาดพอดีมือ เปลือกหนาสีม่วงอมแดง รสชาติหวานอมเปรี้ยว ซึ่งมังคุดถือเป็นผลไม้มหัศจรรย์อีกชนิดของโลกที่มีความลับน่าทึ่ง
มังคุด ถูกบันทึกครั้งแรกในวงการพฤกษศาสตร์โดย คาร์ล ลินเนียส (Carl Linnaeus) นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดนที่มีชื่อเสียงในฐานะผู้ก่อตั้งระบบการจำแนกประเภทพืชและสัตว์ทางวิทยาศาสตร์ในยุคสมัยใหม่ เขาได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับมังคุดในปี ค.ศ. 1753 ในหนังสือ Species Plantarum ซึ่งเป็นการอธิบายและจัดหมวดหมู่พืชในระบบชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้จนถึงทุกวันนี้
ลินเนียสตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของมังคุดว่า Garcinia mangostana โดย "Garcinia" มาจากชื่อของนักพฤกษศาสตร์ชาวโปรตุเกส Luis Garcia ซึ่งมีส่วนในการศึกษาและค้นพบพืชในตระกูลนี้ ส่วน "mangostana" มาจากชื่อทั่วไปของผลไม้ในท้องถิ่นที่ใช้เรียกมังคุดในภาษาอินโดนีเซียและมาเลเซีย
มหัศจรรย์สายพันธุ์เดียวในโลก
มังคุดที่เราคุ้นเคยและรับประทานกันอยู่ทุกวันคือ "พันธุ์พื้นเมือง" เป็นผลไม้ที่ไม่มีสายพันธุ์แยกย่อย เหมือนผลไม้อื่นๆ อย่างส้มที่มีทั้งสายน้ำผึ้ง ส้มเขียวหวาน ส้มโชกุน ส้มแมนดาริน ฯลฯ
สาเหตุที่มังคุดมีสายพันธุ์เดียวมาตลอดหลายร้อยปี เพราะเป็นพืชที่พัฒนาผลมาจากฐานรองดอกโดยไม่ผ่านการปฏิสนธิ ดอกมังคุดมีเพียงเกสรตัวเมีย ส่วนเกสรตัวผู้เป็นหมัน จึงไม่มีการผสมข้ามต้นหรือการแลกเปลี่ยนพันธุกรรม ทำให้ลูกที่ได้มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนต้นแม่ทุกประการ ไม่มีการกลายพันธุ์
ที่เราเห็นมังคุดลูกเล็ก ลูกใหญ่ หรือผิวลาย รสชาติหวานหรือหวานอมเปรี้ยวแตกต่างกัน เป็นผลมาจาก ดิน น้ำ และอากาศในแต่ละพื้นที่เท่านั้น

สรรพคุณ "ราชินี" ผู้มาเพื่อดับร้อน
-
คู่แท้ทุเรียน: มังคุดมีฤทธิ์เย็น ช่วยปรับสมดุลร่างกายหลังกินทุเรียน (ฤทธิ์ร้อน) ป้องกันอาการร้อนใน
-
อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ: มังคุดเป็นแหล่งของวิตามิน C ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และมีแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียมที่ดีต่อการทำงานของหัวใจและการควบคุมความดันโลหิต
-
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ: มังคุดมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า แซนโทน (Xanthones) ซึ่งช่วยลดการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง และโรคหัวใจ
-
ช่วยบำรุงผิวพรรณ: ด้วยคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบและการต้านอนุมูลอิสระ มังคุดช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากแสงแดด และช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
-
บำรุงระบบย่อยอาหาร: มังคุดมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ลดอาการท้องผูก และส่งเสริมการขับถ่าย
-
ลดการอักเสบ: มังคุดมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยในการบรรเทาอาการของโรคข้ออักเสบและโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ
-
ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด: มังคุดช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 2
เคล็ดลับการเลือกมังคุด
-
ดูที่ขั้ว: ต้องมีสีเขียวสด ไม่แห้งเป็นน้ำตาล
-
ลองบีบ: เปลือกต้องนิ่มยืดหยุ่น ถ้าแข็งโป๊กแสดงว่าเป็น "มังคุดเนื้อแก้ว" หรือเสียแล้ว
-
นับแฉกใต้ก้น: จำนวนแฉกของลายดอกไม้ที่ก้นผล จะเท่ากับจำนวนกลีบเนื้อข้างในเป๊ะ!

ถึงจะมีพันธุ์เดียว... แต่ "ญาติพี่น้อง" เพียบ!
แม้ตัวมังคุดเองจะไม่มีสายพันธุ์ย่อย แต่ในทางพฤกษศาสตร์ มังคุดมี "ญาติ" ในสกุลเดียวกัน (Genus Garcinia) มากกว่า 300 ชนิดทั่วโลก และในไทยพบกว่า 30 ชนิด! มาดูกันว่ามีตัวไหนที่คุณคุ้นหน้าคุ้นตากันบ้าง:
1. ส้มแขก / ส้มควาย (Garcinia atroviridis / pedunculata) ผลมีร่องคล้ายมะเฟือง รสเปรี้ยวจัด มีสาร HCA ช่วยยับยั้งการสร้างไขมัน นิยมนำไปทำแกงส้ม ต้มปลา หรือสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก
2. มะดัน (Garcinia schomburgkiana) ผลสีเขียวเรียวยาว เปรี้ยวจี๊ดถึงใจ ตัวแทนความเปรี้ยวในอาหารไทย ใช้ทำมะดันแช่อิ่ม หรือใส่ในน้ำพริกช่วยชูรสได้สุดยอด
3. ชะมวง (Garcinia cowa) ใบเรียวมันเงา ผลกลมแป้น ใบอ่อนคือหัวใจของเมนู "หมูชะมวง" ของดีภาคตะวันออก มีรสเปรี้ยวละมุนและช่วยระบายอ่อนๆ
4. มะพูด (Garcinia dulcis) ผลกลมสีเหลืองสวยเมื่อสุก รสหวานอมเปรี้ยว ผลสุกกินสดอร่อย ยางและเปลือกยังเป็นสมุนไพรชั้นดี
5. มะแป่ม / มะดันแดง (Garcinia lanceifolia) ผลสีแดงสด รสเปรี้ยวจัด ใช้ใบอ่อนและผลปรุงอาหารจำพวกต้มเครื่องในหรือแกงส้ม ให้กลิ่นหอมและรสเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์
6. มังคุดป่า / มังคุดปุ่ม (Garcinia prainiana) ผลสีส้มอมแดง มีปุ่มปมรอบผล รสหวานเปรี้ยว ปัจจุบันเริ่มนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเพราะผลสวยแปลกตา
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


