ทำไมการสัมผัสน้ำ ถึงทำให้เรา "รู้สึกเปียก" คำถามดูเหมือนง่าย แต่รู้คำตอบยากเกินคาด!

เจาะลึก 'แรงยึดติด' และ 'ความเป็นขั้ว' เบื้องหลังกลไกที่ทำให้น้ำดูต่างจากปรอท ทำไมเปียกแล้วถึงเย็น?
น้ำมักจะสร้างความรู้สึกเปียกแฉะทุกครั้งที่มันปกคลุมสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้จะเป็นเรื่องที่ดูเหมือนชัดเจนจนไม่ต้องอธิบาย แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว มีเหตุผลที่น่าสนใจซ่อนอยู่เบื้องหลังคุณสมบัตินี้
รองศาสตราจารย์ Yunyao Li จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส (University of Texas) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์บรรยากาศ อธิบายว่า คำตอบของเรื่องนี้อยู่ที่ "วิธีที่โมเลกุลของน้ำปฏิสัมพันธ์ต่อกันและต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง"
ปรากฏการณ์ที่มองเห็นได้ของความ "เปียก"
เมื่อเราทำน้ำหกใส่เสื้อผ้า เราจะสังเกตเห็นปรากฏการณ์หลัก ๆ 2 อย่าง คือ น้ำจะแผ่กระจายไปตามเนื้อผ้าอย่างรวดเร็วทำให้ผ้าแนบติดกับผิวหนังมากกว่าตอนที่แห้ง และบริเวณที่เปียกจะให้ความรู้สึกเย็นสบาย
1. แรงยึดติด (Adhesion) และความเป็นขั้วของน้ำ เหตุผลที่เสื้อผ้าเปียกแนบติดกับร่างกายและน้ำกระจายตัวได้กว้าง เป็นผลมาจาก "แรงยึดติด" เนื่องจากน้ำมีคุณสมบัติ "เป็นขั้ว" (Polarity) โมเลกุลของน้ำเปรียบเสมือนแท่งแม่เหล็กขนาดจิ๋วที่มีขั้วบวกและขั้วลบอ่อน ๆ
ในขณะที่วัสดุรอบตัวเรา เช่น แก้ว ผิวหนัง หรือเนื้อผ้า ก็มีคุณสมบัติเป็นขั้วเช่นกัน เมื่อน้ำสัมผัสกับพื้นผิวเหล่านี้ แรงดึงดูดจะทำให้น้ำยึดเกาะและแผ่กระจายตัวออกไป
-
น้ำ: ให้ความรู้สึกเปียกเพราะโมเลกุลยึดเกาะกันเองและเกาะติดกับผิวหนังของเราได้ดีมาก
-
ปรอท: ตรงกันข้ามกับน้ำ ปรอทมีแรงดึงดูดกับพื้นผิวอื่นน้อยมากแต่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลตัวเองสูงมาก ผลคือปรอทจะไม่เกาะติดพื้นผิวและไม่ทำให้รู้สึก "เปียก" เหมือนน้ำ
2. ความรู้สึกเย็นคือผลจากการระเหย ความรู้สึกเย็นเมื่อเปียกน้ำเป็นผลมาจากกระบวนการ "ระเหย" เมื่อโมเลกุลน้ำจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นก๊าซ มันต้องใช้พลังงานเพื่อเอาชนะแรงยึดเหนี่ยว โดยจะ "หยิบยืม" พลังงานความร้อนจากสิ่งแวดล้อมรวมถึงร่างกายของเรา กระบวนการนี้เองที่ช่วยระบายความร้อน เช่นเดียวกับการทำงานของเหงื่อหรือแอลกอฮอล์ล้างแผล
ความเปียกที่มองไม่เห็น (ความชื้น)
บางครั้งเราสัมผัสได้ถึงความเหนอะหนะแม้ไม่มีหยดน้ำ นั่นคือ "ความชื้น" (Humidity) หรือไอน้ำในอากาศ
-
หากความชื้นสูงเกินไป การระเหยของเหงื่อจะช้าลงทำให้เราอึดอัดและตัวเหนียว
-
อากาศที่ร้อนกว่าจะกักเก็บไอน้ำได้มากกว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมพื้นที่ร่มรื่นหรือแสงแดดส่องไม่ถึงจึงมักจะรู้สึกชื้นแฉะ เพราะอุณหภูมิที่ต่ำทำให้อากาศกักเก็บไอน้ำได้น้อยลงและน้ำระเหยได้ยากขึ้น
ความย้อนแย้ง: มีน้ำแต่ไม่รู้สึกเปียก
ในบางสถานการณ์ แม้อากาศจะมีไอน้ำอยู่มากแต่เรากลับไม่รู้สึกเปียก เช่น เมื่ออยู่ใกล้กองไฟ กระบวนการเผาไหม้จะปล่อยไอน้ำออกมามหาศาล แต่อุณหภูมิที่สูงมากทำให้อากาศสามารถ "ดูดซับ" ไอน้ำได้ทั้งหมดและเร่งการระเหยให้เร็วขึ้น นั่นเป็นสาเหตุที่ผ้าเปียกจะแห้งไวมากหากวางไว้ใกล้ไฟ
ในการพยากรณ์อากาศ ผู้เชี่ยวชาญจึงมักใช้คำว่า "ความชื้นสัมพัทธ์" เพื่ออธิบายความรู้สึกต่ออากาศ มากกว่าการวัดปริมาณไอน้ำจริงๆ เพราะแม้แต่ในเหตุการณ์ไฟป่าที่ปล่อยไอน้ำออกมามหาศาล ความร้อนที่สูงจัดก็ทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ จนเราแทบไม่นึกถึงคำว่า "เปียก" เลยเมื่ออยู่ใกล้เปลวไฟ
- วิจัยฮาร์วาร์ดเฉลยแล้ว ชา vs กาแฟ ดื่มอะไรดีต่อ "หัวใจและสมอง" มากกว่ากัน?
- เคล็ดลับอัจฉริยะ "เหรียญ" วางบนเราเตอร์ Wi-Fi แก้เน็ตอืด เฉลยแล้วจริงหรือมั่ว?

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี