กูรูไซเบอร์เตือน "ถ่ายรูปท่าชู 2 นิ้ว" เสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มิจฉาชีพสมัยนี้ไม่ธรรมดา

กูรูไซเบอร์เตือน "ถ่ายรูปท่าชู 2 นิ้ว" เสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มิจฉาชีพสมัยนี้ไม่ธรรมดา

กูรูไซเบอร์เตือน "ถ่ายรูปท่าชู 2 นิ้ว" เสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มิจฉาชีพสมัยนี้ไม่ธรรมดา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนติด "ท่าชู 2 นิ้ว" ตอนถ่ายรูป กูรูไซเบอร์เตือนเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มิจฉาชีพสมัยนี้ไม่ธรรมดา

หลายคนติดนิสัยชอบทำท่า "ชูสองนิ้ว" เวลาถ่ายรูป แต่ท่าทางธรรมดาๆ นี้กำลังถูกเตือนว่าอาจแฝงไปด้วยความเสี่ยงในการถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ล่าสุดรายการวาไรตี้จีน 《初入职场·金融季》 (The Financial Season) ได้เผยแพร่เนื้อหาการทดสอบต่อต้านการฉ้อโกง ซึ่งเปิดเผยถึงความเสี่ยงในการถูกคัดลอกข้อมูลลายนิ้วมือผ่านรูปถ่าย จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ

สื่อจีนรายงานว่า ในช่วงการทดสอบของรายการมีการหยิบยกกรณีการฉ้อโกงรูปแบบใหม่ โดยระบุว่าศิลปินและคนทั่วไปที่ชอบชูสองนิ้วตอนถ่ายรูป หากนิ้วมืออยู่ในระยะใกล้และเห็นชัดเจนในภาพ มีความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะสกัดเอาข้อมูลลายนิ้วมือไปได้ ซึ่งนำไปสู่ความกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

ในรายการได้ยกตัวอย่าง "นาย กรชิต" (高卿尘 - Gao Qingchen) ศิลปินสัญชาติไทย ขณะถ่ายรูปร่วมกับทีมงานและป้าแม่บ้าน เขาได้ชูสองนิ้วตามความเคยชิน ซึ่งภายใต้เลนส์กล้องที่มีความละเอียดสูง ทำให้รายละเอียดของลายนิ้วมือของเขาถูกเปิดเผยออกมาในที่สาธารณะทันที

หลี่ ช่าง (Li Chang) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ ระบุว่า ด้วยเทคโนโลยีกล้องมือถือที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ:

  • ระยะไม่เกิน 1.5 เมตร: หากถ่ายภาพระยะใกล้และโฟกัสที่นิ้วมือชัดเจน ภาพถ่ายความละเอียดสูงจะสามารถเก็บรายละเอียดร่องลายนิ้วมือได้อย่างครบถ้วน

  • ระยะ 1.5 - 3 เมตร: ยังมีโอกาสที่จะกู้คืนข้อมูลลายนิ้วมือได้ถึง 50%

  • ระยะมากกว่า 3 เมตร: จึงจะเป็นระยะที่ยากต่อการระบุรายละเอียดของลายนิ้วมือ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ลายนิ้วมือเป็นข้อมูลทางชีวมาตร (Biometric) ที่สำคัญ หากตกอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นหากต้องโพสต์รูปมือที่ชัดเจนลงโซเชียลมีเดีย ควรพิจารณาทำเบลอหรือตกแต่งภาพบริเวณปลายนิ้วเพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงไม่ควรลงทะเบียนลายนิ้วมือกับอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก เพราะอาจกระทบต่อความปลอดภัยของบัญชีส่วนตัว การชำระเงิน และระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ

ศาตราจารย์จิง จี้อู่ (Jing Jiwu) จากมหาวิทยาลัยสถาบันวิทยาศาสตร์จีน (UCAS) เคยอธิบายไว้ว่า ในทางทฤษฎีการกู้คืนลายนิ้วมือจากภาพถ่ายคุณภาพสูงนั้นทำได้จริง ยกตัวอย่างเช่น กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล หากถ่ายภาพวัตถุในระยะ 1 เมตร จะมีความละเอียดถึง 0.25 มม. และหากมีภาพหลายมุมมาวิเคราะห์ประกอบกัน ก็มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคที่จะสร้างรายละเอียดลายนิ้วมือขึ้นมาใหม่

นอกจากเรื่องลายนิ้วมือแล้ว รายการยังแสดงให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยี AI Deepfake โดยจำลองเหตุการณ์ของเน็ตไอดอล เมิ่ง อวี่ถง (Meng Yutong) ที่ถูกมิจฉาชีพดักเก็บข้อมูลใบหน้าขณะวิดีโอคอล เพื่อนำไปสร้างใบหน้าและเสียงปลอม โดย AI ได้สร้างคลิปวิดีโอจำลองว่าเธอกำลังอยู่โรงพยาบาลและขอให้ครอบครัวโอนเงินค่ารักษาจำนวน 100,000 หยวน (ประมาณ 5 แสนบาท)

หลังจากรายการออกอากาศไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ บางส่วนตลกไม่ออกและบอกว่า "ต่อไปนี้เวลาถ่ายรูปคงต้องหันหลังมือให้กล้องแทน" หรือบางส่วนบอกว่า "จากนี้ไปก่อนลงรูปต้องใช้แอปแต่งหน้าให้นิ้วมือด้วย จะได้มองไม่เห็นรอยนิ้วมือ" พร้อมกับความกังวลที่ว่าข้อมูลส่วนตัวรอบตัวเราสามารถรั่วไหลได้ง่ายเกินกว่าที่คิดไว้มากครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล