เสียงสะท้อนครู! หลักสูตรใหม่ ป.4–ป.6 ถูกตั้งคำถาม ซ้ำซ้อน-ยังไม่ชัด

เสียงสะท้อนครู! หลักสูตรใหม่ ป.4–ป.6 ถูกตั้งคำถาม ซ้ำซ้อน-ยังไม่ชัด

เสียงสะท้อนครู! หลักสูตรใหม่ ป.4–ป.6 ถูกตั้งคำถาม ซ้ำซ้อน-ยังไม่ชัด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลังจากที่มีแนวทางนำร่อง หลักสูตรประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4–ป.6) พ.ศ. 2568 ซึ่งถูกตั้งคำถามจากภาคครูและภาคประชาชนว่า มีความพร้อมเพียงพอแล้วหรือไม่ในการนำไปใช้จริงกับนักเรียนจำนวนมาก

ขณะที่หลักสูตรแกนกลางฉบับปรับปรุงปี 2568 เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่กลับมีหลักสูตรใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่อง “ความซ้ำซ้อน” และทิศทางการพัฒนาการศึกษาไทย

ครูตั้งคำถาม ระบบพร้อมจริงหรือยัง?

นายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ และ นายสมคิด หอมเนตร รองประธานสภาปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชน พร้อมคณะครู ได้ยื่นหนังสือแสดงความกังวลต่อแนวทางดังกล่าว

โดยชี้ว่า โรงเรียนจำนวนมากยังไม่สามารถยกระดับการใช้หลักสูตรเดิมได้อย่างเต็มที่ ขณะที่นโยบายใหม่กลับเร่งให้เข้าสู่ระบบใหม่ ทำให้ครูและผู้บริหารเกิดความกังวลอย่างมาก

432653

ความซ้ำซ้อน และคำถามด้านกฎหมาย

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การดำเนินการที่ยังไม่ชัดเจนในเชิงกฎหมายและกระบวนการ เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางฉบับปรับปรุงยังไม่ผ่านการใช้งานครบทุกช่วงชั้น และยังไม่มีผลการประเมินอย่างเป็นระบบ

ทำให้เกิดคำถามว่า การเดินหน้าครั้งนี้เป็นแผนที่วางไว้แล้ว หรือเป็นการดำเนินการที่ยังไม่ผ่านการศึกษาครบถ้วน

เสี่ยงเกิดความเหลื่อมล้ำในห้องเรียน

หากเปิดให้โรงเรียนเลือกใช้หลักสูตรใหม่แบบสมัครใจ อาจทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างโรงเรียน

  • เด็กแต่ละโรงเรียนเรียนไม่เหมือนกัน
  • ผู้ปกครองสับสนในการเลือกแนวทาง
  • เด็กย้ายโรงเรียนต้องปรับตัวใหม่ทั้งหมด

ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการเรียนรู้ในระยะยาว

ภาระตกที่ครู ระบบรองรับยังไม่ชัด

ครูระดับ ป.4–ป.6 อาจต้องปรับทั้งวิธีสอน เนื้อหา และการวัดผลในเวลาเดียวกัน ขณะที่คำถามเรื่องงบประมาณ การอบรม และสื่อการเรียนการสอน ยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ

โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า แม้แต่งบประมาณในหลักสูตรเดิม ยังไม่สามารถจัดหาหนังสือเรียนได้ครบทุกวิชา

453446

ของเดิมยังไม่ชัด ของใหม่จะไปต่ออย่างไร?

อีกประเด็นสำคัญคือ การนำร่องในระดับ ป.1–3 ก่อนหน้านี้ ยังไม่มีการเปิดเผยผลลัพธ์อย่างเป็นระบบต่อสาธารณะ

ทำให้เกิดคำถามต่อว่า มีข้อมูลเพียงพอแล้วหรือไม่ ก่อนขยายไปสู่ช่วงชั้นถัดไป

ข้อเสนอจากภาคครู

ภาคครูเสนอว่า การปฏิรูปการศึกษาควรดำเนินการแบบ “ทั้งระบบ” มากกว่าการปรับเฉพาะบางช่วงชั้น

  • ควรใช้หลักสูตรแกนกลางให้ครบก่อน
  • มีการวิจัยและประเมินผลอย่างชัดเจน
  • เปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

การเปลี่ยนหลักสูตรครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “จุดเปลี่ยนใหญ่” ของระบบการศึกษาไทย แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยคำถามเรื่องความพร้อม เพราะสุดท้ายแล้ว หากการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอาจไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ “นักเรียนไทย” ทั้งระบบ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล